KS Daily View 08.04.2026 >>> ทรัมป์เลื่อนโจมตี 2 สัปดาห์ กลยุทธ์เน้นหุ้นที่ได้บวกจากราคาน้ำมันย่อ คาด SET index ที่ 1,455-1,480 จุด หุ้นแนะนำ BH, MTC
แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,464.43 เพิ่มขึ้น 10.43 จุด (+0.72%) แรงซื้อหลักในกลุ่มปิโตรเคมี, อิเล็กทรอนิกส์ และวัสดุก่อสร้าง จากเหตุการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ โดยนักลงทุนต่างชาติพลิกมาซื้อหุ้นไทยสุทธิ 2,730 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index คาดฟื้นตัว ในกรอบ 1,4555-1,480 จุด แม้ว่าวานนี้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะค่อนข้างรุนแรง ทั้งจากการที่อิสราเอลได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานในอิหร่านหลายสิบจุด และมีรายงานว่าสหรัฐโจมตีเป้าหมายทางทหารบนเกาะ Kharg ซึ่งเป็นจุดขนส่งน้ำมันที่สำคัญ แต่อย่างไรก็ดีการเข้าสู่เส้นตายการต่อรองเช้านี้ระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน เริ่มมีความคาดหวังเชิงบวกมากยิ่งขึ้น จากการที่ปากีสถานเป็นตัวกลางพยายามเจรจาทั้งสองฝ่าย โดยทรัมป์ตัดสินใจเลื่อนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนของอิหร่านออกไป 2 สัปดาห์ โดยมีข้อตกลงว่าอิหร่านต้อง “เปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ ทันที และปลอดภัย” แม้ยังมีความไม่แน่นอน แต่ก็เริ่มเห็นท่าทีที่ผ่อนลง ถือเป็นโมเมนตัมเชิงบวก หนุนเช้านี้ Dow-Future +2% ขณะที่ราคาน้ำมัน WTI ลดลงแรงกว่า -15% กลยุทธ์การลงทุนเน้นทยอยสะสมหุ้นที่ได้โมเมนตัมบวกจากราคาน้ำมันย่อและราคาหุ้นเคยปรับลงมาแรง (BH, MTC)
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- ราคาน้ำมันดิบลงแรงหลุดระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลัง Donald Trump เลื่อนแผนโจมตีอิหร่านออกไป 2 สัปดาห์ ท่ามกลางความคืบหน้าการเจรจาหยุดยิงและโอกาสที่อิหร่านจะกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ความกังวลด้านอุปทานพลังงานคลี่คลายลงชั่วคราว โดย WTI ร่วงลงสูงสุดราว 15% ต่ำกว่า 96 ดอลลาร์ อย่างไรก็ดี ตลาดยังมีความไม่แน่นอนสูง เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและกำลังการผลิตในตะวันออกกลางยังต้องใช้เวลาฟื้นตัว เป็นลบต่อกลุ่มพลังงาน (เช่น PTTEP, PTT) จากราคาน้ำมันอ่อนตัว แต่เป็นบวกต่อกลุ่มขนส่ง ค้าปลีก และสายการบินจากต้นทุนพลังงานที่ลดลง
- คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ได้อนุมัติการลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นลง 2 บาท/ลิตร มาตรการนี้คาดว่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในราชกิจจานุเบกษาภายใน 1–2 วัน ก่อนที่จะเสนอให้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) พิจารณาปรับราคาขายปลีกน้ำมัน โดยนโยบายดังกล่าวดำเนินการภายใต้พรก.ป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานระบุ เราคาดนโยบายนี้ไม่กระทบอย่างมีนัยต่อแนวโน้มกำไรหรือการประเมินมูลค่าของโรงกลั่น
- ธุรกิจรับสร้างบ้านใน 1Q69 ยัง “ทรงตัว” ที่ราว 4.7 หมื่นล้านบาท แต่เผชิญแรงกดดันต้นทุนจากราคาพลังงาน เหล็ก และปิโตรเคมีที่ปรับสูง ส่งผลให้ผู้ประกอบการเตรียมทยอยปรับราคาบ้านขึ้น 3–5% ตั้งแต่ปลายเม.ย. เป็นต้นไป โดยผู้บริโภคเริ่มเร่งตัดสินใจสร้างบ้านเพื่อ “ล็อกต้นทุน” ขณะที่ผู้ประกอบการปรับกลยุทธ์เน้นความคุ้มค่าและควบคุมงบประมาณ สะท้อนว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วง “ปรับฐานราคา” ตามต้นทุนจริงใน 2Q69 เป็นจิตวิทยาบวกต่อกลุ่มวัสดุก่อสร้าง (เช่น SCC, DOHOME) จากราคาสินค้าขาขึ้น แต่เป็นลบต่อกลุ่มอสังหาฯ จากความเสี่ยงกำลังซื้อชะลอและต้นทุนก่อสร้างที่สูงขึ้น
- กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ครม. อนุมัติโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ในวันที่ 21 เม.ย. 2569 โดยตั้งเป้าแจกสิทธิมากกว่า 20 ล้านคนเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น คาดเริ่มใช้จ่ายได้ในเดือนพ.ค.นี้ ทั้งนี้อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดวงเงินต่อคนและเงื่อนไขผู้เข้าร่วม พร้อมเตรียมใช้งบคงเหลือจากงบประมาณเหลื่อมปีราว 8.4 หมื่นล้านบาท และอาจออก พ.ร.ก.โอนงบเพื่อรองรับมาตรการในภาวะเศรษฐกิจไม่ปกติ เป็นบวกต่อกลุ่มค้าปลีกจากแรงกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศระยะสั้น.
Daily pick
BH: ราคาพื้นฐาน 170.0 บาท
• คาดได้รับโมเมนตัมเชิงบวกหากภาวะสงครามผ่อนคลายลง เนื่องจาก BH มีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยตะวันออกกลางสูงที่สุดที่ระดับ 25%
• คาดกำไรปกติไตรมาส 1/2569 จะอยู่ที่ 1.83 พันลบ. (-4% QoQ และ +5% YoY) โดยการเติบโตเชิง YoY มาจากการขยายตัวของรายได้และอัตรากำไรการฟื้นตัวของเศรษฐกิจตะวันออกกลางในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. แต่หักล้างความอ่อนแอจากสงครามในเดือน มี.ค.
• อาจมี Upside เพิ่มเติมในเรื่องเงินปันผลพิเศษ จากคาดปันผลปกติที่ระดับ 5 บาทต่อหุ้น
MTC: ราคาพื้นฐาน 43.1 บาท
• คาดแนวโน้มจะได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการมีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลเนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและเป็นเกษตรกร
• MTC มีสาขาเยอะสุดในกลุ่มจำนำทะเบียนมากถึง 8600 สาขา และในปี 2026 จะเป็นการเน้นเพิ่มประสิทธิภาพของสาขาเพื่อทำให้ยอดสินเชื่อต่อสาขาเติบโตเพิ่มมากขึ้น
• คาด loan growth ในปี 2026 ที่ระดับ 10% ขึ้นไป ขณะที่ในช่วงสั้นราคาหุ้นมีการปรับฐานลงมาจากความเสี่ยงเรื่องราคาต้นทุนพลังงานส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจ อาจกระทบต่อคุณภาพสินทรัพย์ แต่ถือว่าราคาตอบรับไปในระดับหนึ่งแล้ว มองเป็นระดับที่น่าสะสม
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
วันพุธ ติดตามดัชนียอดค้าปลีกของฝั่งยุโรป (EU Retail sales) เดือน ก.พ. ตลาดคาดการณ์ที่ 1.6% YoY ชะลอตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 2.0% YoY ต่อด้วย รายงานการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารสหรัฐ (FOMC minute)
วันพฤหัสบดี ติดตามรายงานคาดการณ์การเติบโของ GDP ของสหรัฐใน 4Q25 ครั้งสุดท้ายตลาดคาดการณ์ที่ 0.7% QoQ ทรงตัวจากครั้งก่อนหน้าต่อด้วยรายงานดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคพื้นฐานส่วนบุคคลของสหรัฐ (US Core PCE Price Index) เดือน มี.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 3.0% YoY ชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ 3.1% YoY ปิดท้ายด้วยจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดคาดการณ์ที่ 2.10 แสนตำแหน่ง เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 2.02 แสนตำแหน่ง
วันศุกร์ ติดตามรายงานอัตราเงินเฟื้อของจีน (China CPI) เดือน มี.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ +1.2% YoY เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 1.3% YoY ต่อด้วยตัวเลขเงินสหรัฐฯ (US CPI) เดือน มี.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ +3.4% YoY เร่งตัวลงจากเดือนก่อนหน้าที่ +2.4% YoY ขณะที่ Core CPI ตลาดคาดที่ 2.7% YoY เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 2.5% YoY ในเดือนก่อนหน้า
เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus
Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #Ksecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English