KS Daily View 10 เม.ย. 2026

KS Daily View 10 เม.ย. 2026

Analysis by KS Research Strategy
Apr 10, 2026
Back

☀️KS Daily View 10 เม.ย. 2026>>> ประเมินกรอบของ SET index ที่ 1,475-1,500 จุด แกว่งรอความชัดเจนสงคราม อาจระวังแรงขายก่อนหยุดยาว กลยุทธ์เน้น Selective Buy หุ้นคาดงบเด่น และงบเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว แนะนำ TOP, KCE

📊 SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,489.66 เพิ่มขึ้น 4.63 จุด (+0.31%) แรงซื้อมากในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และปิโตรเคมี ขณะที่มีขายในกลุ่มท่องเที่ยว จากความกังวลความวุ่นวายในตะวันออกกลาง โดยนักลงทุนต่างชาติพลิกกลับมาขายหุ้นไทยสุทธิเล็กน้อยที่ 19 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index คาดแกว่งในกรอบ 1,475-1,500 จุด โดยในระยะสั้นความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางยังคงจำกัด Upside ซึ่งล่าสุดทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านต่างกล่าวหากันและกันว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ ที่ประกาศไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยมีความเห็นไม่ตรงกันว่าข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุมถึงปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลต่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนหรือไม่ แต่อย่างไรก็ดีความพยายามทางการทูตยังคงดำเนินต่อไป โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯและอิหร่านมีกำหนดเจรจากันในกรุงอิสลามาบัดในวันเสาร์นี้ เพื่อหารือประเด็นต่าง ๆ รวมถึงการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซและการรับประกันความปลอดภัยในการเดินเรือของเรือบรรทุกน้ำมัน ดังนั้นคาดตลาดยังคงแกว่งรอความชัดเจน หรืออาจมีแรงขายเพื่อลดความเสี่ยงก่อนหยุดยาวด้วย

ดังนั้นกลยุทธ์ระยะสั้นเน้น Selective Buy หุ้นที่คาดงบ 1/69 เด่น ผสานหุ้นคาดงบเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว โดยวันนี้แนะนำ TOP, KCE

🚩ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  1. ธนาคารแห่งประเทศไทยส่งสัญญาณปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยปีนี้เหลือ 1.3–1.7% จากเดิม 1.9% สะท้อนแรงกดดันจากความไม่แน่นอนของสงครามที่ผลักดันราคาน้ำมันสูงขึ้น โดยแบ่งเป็น 2 กรณีคือ หากสถานการณ์คลี่คลายเร็ว เศรษฐกิจอาจฟื้นในไตรมาส 2 และโตได้ราว 1.7% แต่หากยืดเยื้อถึงกลางปี มีโอกาสชะลอลงเหลือ 1.3% พร้อมเงินเฟ้อขยับสูงขึ้นถึง 3.5% ขณะเดียวกัน ธปท.เตรียมเดินหน้าปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมในระบบการเงินเพื่อเพิ่มความเป็นธรรม ดังนั้นแนวโน้ม GDP ที่อ่อนลงกว่าคาดเป็น sentiment ลบต่อ SET ในระยะสั้น โดยเฉพาะกลุ่มพึ่งพาการบริโภคและต้นทุนพลังงานสูง
  • การเมืองสหรัฐฯ เกิดกระแสการพูดถึงความเป็นไปได้ในการใช้ The 25th Amendment ซึ่งเป็นกลไกตามรัฐธรรมนูญสำหรับถอดถอนประธานาธิบดีในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยต้องอาศัยการตัดสินใจร่วมกันของรองประธานาธิบดีและคณะรัฐมนตรี และอาจต้องให้สภาคองเกรสลงมติขั้นสุดท้าย แม้มาตราดังกล่าวยังไม่เคยถูกใช้ถอดถอนประธานาธิบดีสำเร็จ แต่ถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง
  • รัสเซียกำลังเร่งระบายก๊าซธรรมชาติสู่ตลาดเอเชีย โดยเสนอขาย LNG ด้วยส่วนลดสูงถึง 40% ผ่านตัวกลางที่ไม่เปิดเผยตัวตน เพื่อดึงดูดประเทศในเอเชียใต้ เช่น อินเดียและบังกลาเทศ ท่ามกลางภาวะขาดแคลนพลังงานทั่วโลกและแรงกดดันจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังมีความพยายาม “ฟอกแหล่งที่มา” ของก๊าซให้ดูเหมือนมาจากประเทศอื่น อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันว่ามีดีลซื้อขายเกิดขึ้นจริง เป็นลบต่อหุ้นพลังงาน แต่บวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซ
  • รัฐบาลไทยเตรียมออกมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง โดยนายเอกนิติระบุว่าวิกฤติพลังงานจากสงครามตะวันออกกลางมีแนวโน้มยืดเยื้อและกระทบเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง รัฐบาลจึงต้องเร่งบรรเทาผลกระทบระยะสั้นผ่านกลไกกองทุนน้ำมัน พร้อมพิจารณาการใช้ทรัพยากรอย่างจำกัดอย่างรอบคอบ โดยคณะรัฐมนตรีมีกำหนดประชุมวันที่ 11 เม.ย. เพื่อออกมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม เช่น ขนส่ง เกษตรกร และผู้มีรายได้น้อย ควบคู่กับการเตรียมรับมือความเสี่ยงเศรษฐกิจระยะยาวเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มค้าปลีกและขนส่ง
  • ภาคเอกชนแสดงความกังวลต่อแผนนำเข้าปุ๋ยจากรัสเซีย โดยชี้ว่ามีต้นทุนสูงกว่าปกติถึงเท่าตัว ใช้เวลาขนส่งนาน 45–60 วันจนเสี่ยงไม่ทันฤดูเพาะปลูก อีกทั้งปุ๋ยส่วนใหญ่เป็นแบบผงที่ไม่ตรงกับความต้องการเกษตรกรไทย ทำให้มีความเสี่ยงขายยากและขาดทุนสต็อกหากราคาตลาดโลกลดลง

หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick:

🎯 TOP: ราคาพื้นฐาน 53.8 บาท

  • แนวโน้มงบในช่วงครึ่งปีแรกคาดจะเติบโตเด่น แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับสูง เป็นบวกต่อ stock gain ผสานทิศทางค่ากลั่นยังคงอยู่ในระดับสูงเช่นกัน จากความกังวลในตะวันออกลาง เป็นปัจจัยบวกเพิ่มเติม
  • ขณะที่ด้านความเสี่ยงจากนโยบายต่างๆ ของภาครัฐฯคาดจะกระทบค่อนข้างจำกัด 
  • ท่ามกลาง Valuation ปัจจุบันที่ซื้อขายด้วย PBV ปี 2569 เพียง 0.53 เท่า เทียบกับ 0.65 เท่าของบริษัทคู่แข่งในกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันของไทย เป็นระดับที่น่าสะสม

🎯 KCE: ราคาพื้นฐาน 27.0 บาท

  • กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์คาดฟื้นตัวเด่น หนุนโดย ADAS, SDV และการใช้เซมิคอนดักเตอร์ต่อคัที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าอุตสาหกรรมจะมีมูลค่ากว่า 519 พันล้านเหรียญ ภายในปี 2578
  • ดำเนินการพลิกฟื้นผลประกอบการผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น ระบบอัตโนมัติ การลดจำนวนแรงงาน การใช้สารเคมีภายใน และการขยาย HDI
  • เราปรับสมมติฐานกำไรปี 2569-70 ขึ้น 21% และ 20% เป็น 1.1 พันลบ. และ 1.3 พันลบ. จากยอดขายสกุลดอลลาร์แข็งแกร่งขึ้น ความต้องการยานยนต์ฟื้นตัว และปริมาณชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่อคันที่ เพิ่มขึ้น จึงปรับเป้าหมายราคาพื้นฐานเป็น 27 บาท (จาก 18 บาท)

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันศุกร์ ติดตามรายงานอัตราเงินเฟื้อของจีน (China CPI) เดือน มี.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ +1.2% YoY เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 1.3% YoY ต่อด้วยตัวเลขเงินสหรัฐฯ (US CPI) เดือน มี.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ +3.4% YoY เร่งตัวลงจากเดือนก่อนหน้าที่ +2.4% YoY ขณะที่ Core CPI ตลาดคาดที่ 2.7% YoY เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 2.5% YoY ในเดือนก่อนหน้า

*ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่และแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน

DAILY_VIEW_10_04_2026_1040.jpg

📝 เปิดพอร์ตลงทุนออนไลน์กับ KS ได้แล้ววันนี้!

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Search

Recommended searches