KS Daily View 12 มี.ค. 2026

KS Daily View 12 มี.ค. 2026

Analysis by KS Research Strategy
Mar 12, 2026
Back

☀️KS Daily View 12 มี.ค. 2026>>>  ประเมินกรอบของ SET index ที่ 1,390-1,410 จุด เผชิญความผันผวนหลังความกังวลเรื่องสถานการณ์พลังงานกลับมาอีกครั้งหลังประเทศสมาชิก IEA ได้ตกลงปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินรวม 400 ล้านบาร์เรล สูงสุดในประวัติศาสตร์แนะนำ TOP และ BANPU

📊 แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,407.34 เพิ่มขึ้น 1.58 จุด (+0.11%) นำโดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มท่องเที่ยว และกลุ่มขนส่ง โดยตลาดปรับตัวขึ้นในช่วงต้นของการซื้อขาย ก่อนที่จะชะลอตัวในช่วงท้ายของวัน ทั้งนี้โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิตลาดหุ้นไทย 2.70 พันลบ. ขายติดต่อกันเป็นเวลาห้าวัน หนุนให้นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิ 2.62 หมื่นลบ. วันนี้ประเมินกรอบของ SET index ที่ 1,390-1,410 จุด เผชิญความผันผวนหลังความกังวลเรื่องสถานการณ์พลังงานกลับมาอีกครั้งหลังIEA ได้ตกลงปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินรวม 400 ล้านบาร์เรล สูงสุดในประวัติศาสตร์

ประกอบกับสถานการณ์ความขัดแย้งที่เร่งตัวขึ้น โดยอิหร่านประกาศโจมตีท่าเรือและเรือในอ่าวเปอร์เซียหากสหรัฐโจมตีท่าเรือของอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันพลิกกลับมาบวก 4% ในคืนที่ผ่านมา หนุนให้กลุ่มขุดเจาะน้ำมันยังคงยืนอยู่ในระดับสูงตามราคาน้ำมัน ในขณะเดียวกันผลกระทบลามไปถึงการส่งก๊าซ LNG ของกาตาร์ต่อเนื่อง 5 วัน ซึ่งถือว่านานที่สุดในรอบ 18 ปี หนุนราคาก๊าซปรับตัวขึ้น โดยกฟผ. ได้เร่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเพื่อทดแทน supply LNG ที่ถูกจำกัดและอาจส่ง sentiment เชิงบวกเชิง supplementary demand ไปยังกลุ่มนำเข้าและขุดถ่านหิน

กลยุทธ์ในการลงทุนแนะนำ TOP TOP เป็น tactical call short term rebound จากความเสี่ยงของ supply shortage จาก Middle East ที่อาจลดลง และ BANPU ที่อาจได้ประโยชน์ของการใช้ถ่านหินที่เพิ่มมากขึ้นหลัง supply ของก๊าซ LNG ถูกจำกัด

🚩ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  1. ราคาน้ำมันโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 4% หลังเกิดเหตุโจมตีเรือพาณิชย์หลายลำใกล้ชายฝั่งอิหร่านและการเดินเรือผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลกยังคงหยุดชะงัก โดย Brent ปิดที่ 91.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI อยู่ที่ 87.25 ดอลลาร์ ขณะเดียวกันประเทศสมาชิก IEA ได้ตกลงปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินรวม 400 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการปล่อยสำรองครั้งใหญ่ที่สูงสุดในประวัติศาสตร์เพื่อบรรเทาผลกระทบต่ออุปทาน มองเป็นบวกกับ PTTEP
  • โรงงาน Ras Laffan ของกาตาร์ ซึ่งเป็นศูนย์ส่งออกก๊าซ LNG ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้หยุดส่งออก LNG ต่อเนื่อง 5 วัน ซึ่งถือว่านานที่สุดในรอบ 18 ปี (ตั้งแต่ปี 2008) หลังเกิดความตึงเครียดจากสงครามสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านและการโจมตีด้วยโดรน ทำให้ไม่มีเรือ LNG ออกจากท่าและไม่มีเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซตั้งแต่ 28 ก.พ. ส่งผลให้ตลาดก๊าซโลกตึงตัวและราคาก๊าซในยุโรปกับเอเชียปรับสูงขึ้น เนื่องจากกาตาร์เป็นผู้ส่งออก LNG เกือบ 20% ของโลก มองเป็นลบกับ BGRIM และ GPSC เนื่องด้วยต้นทุน Pool gas ปรับตัวเพิ่มขึ้น
  • กฟผ.เตรียมรับมือความเสี่ยงด้านพลังงานจากสงครามอิหร่าน และเร่งหาแหล่งนำเข้า LNG จากประเทศอื่นทดแทนกาตาร์ ที่ต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักผลิตไฟฟ้า ขณะเดียวกันเตรียม เดินเครื่องโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง อย่างเต็มกำลัง เพื่อเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้า โดยปี 2026 โรงไฟฟ้าแม่เมาะมี 3 หน่วยผลิต รวมกำลังผลิต 1,140 เมกะวัตต์ ใช้ถ่านหินจากเหมืองในประเทศ ช่วยกระจายสัดส่วนเชื้อเพลิงและลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า หากเกิดปัญหาการนำเข้า LNG จากตะวันออกกลาง มองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงบวกกับ BANPU จากแนวโน้มของการใช้ถ่านหินที่อาจเพิ่มขึ้นทดแทนก๊าซ LNG ที่ถูกจำกัด
  • THAI ปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสารประมาณ 10–15% เพื่อสะท้อนต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้นจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยใช้กลไก Fuel Surcharge ที่กำหนดเพดานร่วมกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) อย่างไรก็ตาม ความต้องการเดินทางยังแข็งแกร่ง โดยเส้นทางบินตรงยุโรป–ไทยมี Cabin Factor 80–90% และตั๋วหลายเส้นทางเริ่มหายาก เนื่องจากผู้โดยสารหลีกเลี่ยงการต่อเครื่องผ่านฮับในตะวันออกกลาง แม้สายการบินต้องปรับเส้นทางบินอ้อมบางพื้นที่ เช่น อิหร่าน ทำให้ใช้น้ำมันเพิ่มเล็กน้อย
  • EGCO เตรียมงบลงทุนปี 2026 ราว 3 หมื่นล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจไฟฟ้า โดยเน้น การควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะใน สหรัฐฯ ซึ่งมีความต้องการไฟฟ้าเพิ่มจากธุรกิจ Data Center ขณะเดียวกันยังเดินหน้าลงทุนพลังงานหมุนเวียนในไทยและศึกษานโยบาย Direct PPA เพื่อขายไฟตรงให้ลูกค้า Data Center ในขณะเดียวกัน EGCO ระบุว่าสงครามตะวันออกกลางยังไม่กระทบการดำเนินงาน เนื่องจากมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่สามารถส่งผ่านต้นทุนเชื้อเพลิงได้

หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick:

🎯TOP: ราคาพื้นฐาน 53.80 บาท

เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ TOP เป็น tactical call short term rebound จากความเสี่ยงของ supply shortage จาก Middle East ที่อาจลดลงหลัง IEA ได้ตกลงปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินรวม 400 ล้านบาร์เรล สูงสุดในประวัติศาสตร์ ในขณะเดียวกัน GRM มีการปรับตัวขึ้นสูงในช่วงที่ผ่านมา หนุนให้ core operation ของ TOP มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสูงทั้ง YoY, QoQ ใน 1Q26 ประกอบกับแนวโน้มของ Inventory gain ในไตรมาสนี้

🎯BANPU: ราคาพื้นฐาน 7.00 บาท

เราคาดว่า BANPU จะได้รับผลกระทบเชิงบวกทางอ้อมจากความไม่สงบในตะวันออกกลางจากราคาถ่านที่ Newcastle ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ USD100/ton ในช่วงเดือน มกราคม มาอยู่ที่ระดับ USD130/ton โดยเราคาดว่าธุรกิจถ่านหินทั้งในอินโดนีเซียที่มีราคาผันผวนตามราคา Newcastle index อยู่ที่ระดับ 40% จากการขายทั้งหมดราว 22-25 ล้านตันต่อปี และธุรกิจถ่านหินในออสเตเรียที่มีสัดส่วนส่งออกราว 30-40% จากยอดขายทั้งหมด 7-8 ล้านตันต่อปี เราคาดว่าหากราคาอยู่ที่ระดับ USD130/ton ตั้งแต่ 2Q26-4Q26 เราคาดว่า BANPU จะมีกำไรเพิ่มขึ้นราว 80-90mUSD และสำหรับธุรกิจก๊าซใน US ที่ BANPU ขายอยู่ที่ระดับ 280-300Bcfe ต่อปีซึ่งมีการ hedging ไว้ราว 50-60% และมีส่วนที่ปรับราคาตาม Henry hub gas อยู่ที่ระดับ 40% คาดว่าทุก USD1/mmbtu ที่ปรับเพิ่มขึ้นส่งผลต่อกำไรของ BANPU ที่ระดับ USD60mn ในช่วงที่เหลือของปี เราคาดว่าหากสถานการณ์ยืดยาวไปมีโอกาสที่ BANPU จะสามารถ rerate trading band สำหรับ PBV ขึ้นมาได้จากระดับ -1SD มาซื้อขายที่ระดับ Mean คือ 0.62 เท่าเทียบเท่าราคาราว 7 บาท

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันพฤหัสบดี ติดตามการรายงานจำนวนที่อยู่อาศัยเริ่มสร้าง (US Housing Starts) ของสหรัฐ เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 1.35 ล้านหลังเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 1.40 ล้านหลังและ จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดคาดการณ์ที่ 2.13 แสนตำแหน่ง

วันศุกร์ ติดตาม คำสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ (US Durable goods orders) เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ +1.70% MoM เร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ -1.40% MoM ต่อด้วยรายงานการคาดการณ์การเติบโของ GDP ของสหรัฐใน 4Q25 ครั้งที่สอง ตลาดคาดการณ์ที่ 1.4% QoQ ทรงตัวจากครั้งก่อนหน้า ปิดท้ายด้วยการรายงานดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคพื้นฐานส่วนบุคคล (US Core PCE Price Index) เดือน ม.ค. ตลาดคาดที่ 3.0% YoY ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า

*ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่และแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน

DAILY_VIEW_12_03_2026_1040.jpg

📝 เปิดพอร์ตลงทุนออนไลน์กับ KS ได้แล้ววันนี้!

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Search

Recommended searches