☀️KS Daily View 02.03.2026 >>> ระยะสั้นอาจเห็นแรงกดดัน SET จากสถานการณ์อิหร่าน-สหรัฐ กรอบ SET วันนี้ 1,500–1,530 จุด แนะนำ CPN และ ITC
📊Theme การลงทุนสัปดาห์นี้: ประเมินกรอบ SET index ที่ 1,490-1,530 บรรยากาศการลงทุนในตลาดจะมีความผันผวนมากขึ้นทั้งในเชิงของ valuation ตลาดหุ้นไทยที่ซื้อขายที่ระดับค่าเฉลี่ยระยะยาวแล้วหรือ PE ราว 16 เท่า ซึ่งจากสถิติในอดีตแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติมักชะลอตัวลงเมื่อซื้อขายบน PE ตลาดที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว ระยะสั้นประเด็นบวกตลาดเริ่มรับรู้หมดแล้ว ขณะที่ปัจจัยบวกใหม่ยังไม่มี อีกทั้งข่าวลบเริ่มเข้ามากระทบบรรยากาศการลงทุนในตลาด โดยเฉพาะเรื่องข่าวการสู้รบในตะวันออกกลาง จากข้อมูลในอดีตเมื่อมีการสู้รบเกิดขึ้นแต่ยังคงอยู่ในวงความขัดแย้งที่จำกัด SET Index มักปรับตัวลงราว 3-5% ภายในระยะเวลา 1-2 สัปดาห์หลังการสู้รบ และหากสถานการณ์ความขัดแย้งเริ่มทรงตัวหรือมีการลดระดับ ดัชนีหุ้นมักเริ่มมีการฟื้นตัวกลับมาได้หลังจากนั้น ขณะที่ด้านราคาน้ำมันมักปรับตัวขึ้นแรงในช่วงสัปดาห์แรกและเริ่มลดลงหลังจากนั้น แต่ในส่วนของราคาทองคำไม่เพียงมักตอบรับเชิงบวกได้แรงและสามารถทรงตัวในระดับสูงได้ต่อ นอกจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่ต้องติดตาม ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของไทยมีกำหนดรายงานตัวเลขเงินเฟ้อในวันพฤหัสฯ ซึ่งก็คงต้องเฝ้ารอกันต่อว่าเงินเฟ้อจะสามารถพลิกกลับมาเป็นบวกได้จะถือเป็นสัญญาณบวกทั้งในเชิงเศรษฐกิจและแนวโน้มการลงทุนในหุ้นไทยที่อาจทำให้ฟื้นตัวต่อได้ชัด แต่หากยังติดลบต่อหรือทรงตัวในระดับต่ำความหวังจะเห็นหุ้นไทยหรือเศรษฐกิจฟื้นตัวยิงยาวอาจจะยังคงท้าทาย
🇹🇭แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,528.26 จุด เพิ่มขึ้น +3.28% จากสัปดาห์ที่ผ่านหลังกลุ่ม อิเล็กทรอนิกส์ รับเหมาก่อสร้าง แฟชั่น ปรับตัวขึ้น ในวันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,500–1,530 จุด ในระยะสั้นอาจเห็นแรงกดดันดัชนีจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างอิหร่านและสหรัฐรวมไปถึงชาติอาหรับส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวขึ้นแนะนำ CPN ด้วย defensive play ประกอบกับความแข็งแกร่งของกระแสเงินสด และ ITC จากแนวโน้มของ GPM ที่อาจปรับตัวดีขึ้น จากการขายสินค้า pet treat
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
📉เกิดเหตุระเบิดหลายครั้งในกรุงเตหะราน เมืองหลวงอิหร่าน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 ก.พ. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีรายงานว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ขณะที่อิหร่านตอบโต้กลับโจมตีเป้าหมายของทั้งสองประเทศในตะวันออกกลาง ส่งผลให้สถานการณ์ตึงเครียดรุนแรงขึ้น ต่อมาในเช้าวันนี้ สื่อรัฐบาลอิหร่านหลายแห่งยืนยันว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว จากเหตุโจมตีดังกล่าว ด้วยสถานการณ์ตึงเครียดอาจหนุนให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น เป็นบวกกับ PTTEP และ กลุ่ม refineries อย่าง TOP SPRC BCP ทั้งนี้คาดกลุ่มเดินเรืออย่าง PSL RCL อาจได้ประโยชน์เชิงจิตวิทยาของค่า freight rate ที่ปรับตัวขึ้นจากค่าประกันที่เพิ่มขึ้นตามความเสี่ยง
📉ในขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานติดตามสถานการณ์สู้รบอิสราเอล–อิหร่านอย่างใกล้ชิด หลังความตึงเครียดทวีความรุนแรงตั้งแต่28 ก.พ. 2026 ซึ่งอาจกระทบราคาน้ำมันและความเสี่ยงการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก โดยยืนยันปริมาณสำรองพลังงานไทยยังเพียงพอ ปัจจุบันมีน้ำมันคงเหลือรวม 7,795 ล้านลิตร ใช้ได้ 61 วัน ขณะที่ LNG เดือนมี.ค. 4 ลำ ได้ผ่านช่องแคบแล้ว 2 ลำ หากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบเชิงลบกับ retail oil operators อย่าง PTG และ OR จาก marketing margin ที่ถูกกดันด้วยราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP อย่าง BGRIM และ GPSC จากแนวโน้มต้นทุน Pool gas ที่เพิ่มขึ้นจากสัดส่วน LNG spot ที่คิดเป็นราว 15% ของสัดส่วน
📉แอตต้า ระบุว่าสถานการณ์ความตึงเครียดอิสราเอล–อิหร่านเริ่มกระทบการท่องเที่ยวไทยชัดเจน หลังมีการยกเลิกเที่ยวบินเข้าไทยเพิ่มขึ้น เช่น ภูเก็ตถูกยกเลิก 10 ไฟลต์เมื่อ 28ก.พ. ส่งผลให้นักท่องเที่ยวบางส่วนยกเลิกเดินทาง และอาจกระทบหนักในไตรมาส 2-4ปี 2026 โดยเฉพาะตลาดระยะไกล ขณะเดียวกันแนะใช้งบกระตุ้นตลาดระยะใกล้ชดเชย หากความขัดแย้งยืดเยื้ออาจทำให้นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางชะลอตัว แต่หากสถานการณ์คลี่คลายเร็ว ตลาดระยะไกลยังเป็นความหวังสำคัญด้านรายได้ของไทย ด้วยตัวเลขนักท่องเที่ยวบางส่วนที่ยกเลิกเดินทางส่งผลกระทบรายได้กับกลุ่มโรงแรมอย่างCENTEL ERW SHR AWC ชะลอตัวลง
📉กรมปศุสัตว์เดินหน้าแผนรุกขยายตลาดส่งออกหมูไทย หลังประสบความสำเร็จเปิดตลาดมาเลเซีย โดยเตรียมเยือนสิงคโปร์ในเดือนมีนาคมนี้ เพื่อติดตามขั้นตอนสุดท้ายก่อนประกาศรายชื่อโรงงานไทยที่ได้รับอนุญาตส่งออกอย่างเป็นทางการ โดยจะช่วยระบายผลผลิตสร้างเสถียรภาพราคาให้เกษตรกร มองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงบวกเล็กน้อยกับ CPF BTG TFG
📉CGP จะขายหุ้น TRUE ไม่เกิน 10% แบ่งเป็น 2 ช่วง โดยช่วงแรกขายแล้วประมาณ 4.7% และจะขายที่เหลืออีก 5.3% ภายในเดือนมี.ค. ผู้ซื้อจะไม่ส่งตัวแทนเข้าบอร์ด ในขณะเดียวกันArise จะซื้อหุ้น 24.95% จาก Telenor ที่ราคา 11.7 บาท และมีสิทธิซื้อเพิ่มอีก 5.35% ภายในปี 2028 จากข่าวดังกล่าวอาจส่งผลให้ ราคาหุ้นอาจปรับลง 3–5% ระยะสั้น หากลงเกิน 5% มองเป็นจังหวะสะสม ยังคงคำแนะนำ ซื้อ เป้าปี 2026 ที่ 15.99 บาท
Daily pick
🎯CPN: ราคาพื้นฐาน 75.00 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ CPN จากปี 2026 จะเป็นจุดเริ่มต้นของรอบขยายตัวครั้งใหม่ หลังจากช่วงชะลอตัว 2022–2024 โดยรายได้มีแนวโน้มกลับมาเติบโตเลขสองหลัก จากการเปิดศูนย์ใหม่หลายแห่ง เช่น Central Park (ก.ย. 2025), Central Krabi (ต.ค. 2025), The Central และ NorthVille (ปี 2026) นอกจากนี้การเติบโตจะมาจากทั้งการเพิ่มขึ้นของพื้นที่เช่าและการเพิ่มขึ้นของค่าเช่า เราคาดว่าด้วยความแข็งแกร่งของกระแสเงินสดมี CFO margin ที่ระดับ 45% สะท้อนไปยังความมั่นคงของ Balance sheetด้วยเช่นกัน ในขณะเดียวกันรฟท. เห็นชอบผลการเจรจาสัญญาเช่าพื้นที่ศูนย์การค้าสามเหลี่ยมพหลโยธิน เซ็นทรัล ลาดพร้าว ขนาด 47.22 ไร่ กับบริษัท เซ็นทรัลอินเตอร์พัฒนา จำกัด เป็นสัญญาใหม่ระยะเวลา 30 ปี ตั้งแต่ปลายปี 2571 ถึงปี 2601
🎯ITC: ราคาพื้นฐาน 20.40 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ ITC จาก sentiment เชิงบวกของภาษี reciprocal tariffs ที่ปรับลดลงจาก 19% เหลือที่ระดับไม่เกิน 15% ในช่วงสั้น ส่งผลให้มีโอกาสที่ Margin จะดีขึ้นกว่าคาดในระยะสั้นเนื่องจากปกติ ITC มีการช่วยเหลือภาษีอยู่ที่ระดับ 1 ใน 3 นอกจากนี้เราคาดการณ์การเติบโตรายได้ 8-12% จะมาจากทั้ง product mix ที่แข็งแกร่งและราคาที่ยังคงอยู่ในระดับเหมาะสมได้ รวมถึงเราเชื่อว่า Guidance GPM ที่ 23-25% ของบริษัทนั้นอยู่ในระดับ conservativeเราคาดว่า GPM มีโอกาสคงที่ระดับ 25% จากการขายสินค้า pet treat ที่สูงขึ้นมาอยู่ระดับ 18% ของรายได้ซึ่งสินค้ากลุ่มนี้มี GPM ดีกว่า overall ที่ระดับ 5% นอกจากนี้เราเชื่อว่าสินค้า premium จะมีสัดส่วนที่ระดับ 50-55%ได้ในปี 2026 นี้เช่นกัน
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
✅วันจันทร์ ติดตามตัวเลขผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของไทย (TH S&P Global Manufacturing PMI) เดือน ก.พ. เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 52.7 จุด ต่อด้วยตัวเลขเศรษฐกิจของจีน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของจีน (China NBS PMI)เดือน ก.พ. ตลาดคาดการณ์ที่ 49.1 จุดชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ 49.3 จุด ปิดท้ายด้วยตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (US ISM Manufacturing PMI) เดือน ก.พ. ตลาดคาดการณ์ที่ 51.8 จุดปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 52.6 จุด
✅วันอังคาร ติดตามรายงานตัวเลขเงินเฟ้อของสหภาพยุโรปครั้งแรก (EU CPI) เดือน ก.พ. โดยตลาดคาดการณ์ที่ +1.6% YoY เทียบกับครั้งก่อนหน้าที่ +1.7% YoY และตัวเลขเงินเฟ้อที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน (EU Core CPI) เทียบกับครั้งก่อนหน้าที่ +2.2% YoY
✅วันพุธ ติดตามตัวเลขอัตราการว่างงานของสหภาพยุโรป (EU unemployment rate) เดือน ม.ค. เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 6.2% ปิดท้ายด้วยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของสหรัฐ (ISM Services PMI) ) เดือน ก.พ. ตลาดคาดการณ์ที่ 53.9 จุดปรับตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 53.8 จุด
✅วันพฤหัสบดี ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อของไทย (TH inflation)เดือน ก.พ. เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ -0.66% YoY และอัตราเงินเฟ้อที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ -0.28% YoY ต่อด้วยจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims)ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดคาดการณ์ที่ 2.12 แสนตำแหน่ง
✅วันศุกร์ ติดตาม การรายงานเศรษฐกิจฝั่งสหรัฐ ภาคจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Nonfarm payrolls) เดือน ก.พ. ตลาดคาดการณ์ที่ 0.60 แสนตำแหน่งชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ 1.30 แสนตำแหน่ง ต่อด้วยตัวเลขอัตราการว่างงาน (Unemployment rate) เดือน ก.พ. ตลาดคาดการณ์ที่ 4.3% ทรงตัวจากเดือนที่ผ่านมา
*ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่และแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #KSTODAY
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English