KS Daily View 2 ก.พ. 2026

KS Daily View 2 ก.พ. 2026

Analysis by KS Research Strategy
Feb 2, 2026
Back

☀️KS Daily View 02.02.2026 >>> ตลาดรอผลเลือกตั้ง และรอนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ กรอบ SET วันนี้ 1,315–1,335 จุด แนะนำ MRDIYT และ TURBO


🏗Theme การลงทุนสัปดาห์นี้: สัปดาห์ที่ผ่านมาบรรยากาศการลงทุนโดยรวมเป็นบวก โดยเฉพาะ EM ในฝั่งเอเชียเหนือทั้ง เกาหลี, ฮ่องกง และไต้หวัน รวมไปถึงตลาดหุ้นไทย ขณะที่ในส่วนของเอเชียใต้ปรับตัวลงโดยเฉพาะอินโดนีเซีย หลังตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสและโครงสร้างผู้ถือหุ้นซึ่งส่งผลให้ MSCI อาจปรับลดสถานะตลาดหุ้นอินโดนีเซียเป็นตลาด Frontier market อย่างไรก็ดีมุมมองตลาดในสัปดาห์นี้เราประเมินกรอบการซื้อขายของ SET Index ในสัปดาห์นี้ที่ 1,315-1,350 จุด มองแนวโน้มหลักเป็นบวกหากดัชนี SET Index ไม่หลุดแนวรับสำคัญที่ 1,300 จุด เราเชื่อประเด็นสำคัญที่ตลาดจับตามองจะอยู่ที่ผลการเลือกตั้งในช่วงสุดสัปดาห์ โดยเรามองแนวโน้มบรรยากาศการลงทุนหลังเลือกตั้งอาจเป็นบวกต่อได้หากผลการเลือกตั้งออกมามีแนวโน้มสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เร็ว จะสร้างความหวังเชิงบวกต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้ภาพการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทยคาดว่าจะชัดเจนขึ้นในเดือน ก.พ. โดยตัวเลขนักท่องเที่ยวอาจสามารถพลิกกลับมาโต YoY ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 13 เดือน รวมถึงมีโอกาสเห็น กนง. ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงต่อหนุนบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง

🏗แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,325.62 จุด เพิ่มขึ้น +0.85% จากสัปดาห์ที่ผ่านหลังกลุ่มประกัน อิเล็กทรอนิกส์ ปิโตรเคมี ปรับตัวขึ้น ในวันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,315–1,335 จุด ซึ่งตลาดรอผลการเลือกตั้งในช่วงสุดสัปดาห์และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศ ตัวเลขNBS Mfg. PMI ของจีนเดือน ม.ค. ออกมาต่ำกว่าคาดและกลับมาหดตัวอีกครั้งอาจส่งจิตวิทยาการลงทุนเชิงลบกับกลุ่มChina play แนะนำ MRDIYT และ TURBO

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

📊ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่าอิหร่านกำลังเจรจากับสหรัฐฯ อย่างจริงจัง ท่ามกลางแรงกดดันจากการที่สหรัฐส่งกองเรือรบขนาดใหญ่ไปยังภูมิภาค พร้อมย้ำว่าสหรัฐต้องการข้อตกลงที่อิหร่านจะไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่ผู้นำอิหร่านยืนยันแนวทางแก้ปัญหาด้วยการทูต ไม่ต้องการทำสงคราม อย่างไรก็ตาม จุดยืนทั้งสองฝ่ายยังแตกต่างกันมาก โดยสหรัฐเรียกร้องให้อิหร่านยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม จำกัดขีปนาวุธ และหยุดสนับสนุนกลุ่มตัวแทน ซึ่งอิหร่านปฏิเสธมาโดยตลอด หากการเจรจาไม่ประสบผลสำเร็จอาจหนุนให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นจากความเสี่ยงของสงครามและความเป็นไปได้ที่อิหร่านจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ

📊การส่งออกของเกาหลีใต้เดือนม.ค. ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้น 33.9% YoYแตะ 65.85 พันล้านดอลลาร์ จากแรงหนุนหลักของเซมิคอนดักเตอร์และรถยนต์ โดยเฉพาะชิปหน่วยความจำสำหรับ AI ส่งออกกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์พุ่งกว่าเท่าตัว หนุนการส่งออกไปสหรัฐฯ ขยายตัวแรง 29.5% YoYมองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงบวกเชิงบวกกับ DELTA ด้วยแนวโน้ม demand AI related products ยังคงแข็งแกร่งและอาจส่งผลให้ยอดส่งออก power supply ของไทยล้อไปตามการเติบโตดังกล่าว

📊กบน.มีมติปรับลดเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซลลงอีก 0.50 บาทต่อลิตร เหลือเรียกเก็บ 0.20 บาทต่อลิตร นับเป็นการปรับลดครั้งที่ 3 ในเดือนมกราคม เพื่อพยุงและตรึงราคาดีเซลในประเทศ ท่ามกลางความเสี่ยงราคาน้ำมันโลกปรับขึ้นจากความตึงเครียดสหรัฐ–อิหร่าน ทั้งนี้ ณ วันที่ 25 ม.ค. 2569 กองทุนน้ำมันติดลบสุทธิ 428 ล้านบาท จากบัญชีน้ำมันที่ยังเกินดุล 38,335 ล้านบาท และบัญชี LPG ที่ขาดดุล 38,763 ล้านบาท ขณะที่การลดอัตราเก็บครั้งนี้ทำให้รายรับกองทุนลดเหลือราว 14.38 ล้านบาทต่อวัน จากเดิม 48.05 ล้านบาทต่อวัน มองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงลบกับ retail oil หากราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นต่อเนื่องอาจส่งผลให้ marketing margin ปรับตัวลดลง

📊เทศกาลตรุษจีนปี 2026 (13–22 ก.พ.) ททท. ประเมินว่าตลาดจีนฟื้นตัวเด่นจากปัจจัยเที่ยวบิน โปรโมชัน และการเบี่ยงทิศทางจากญี่ปุ่นที่ถูกยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก ขณะที่ภาคค้าปลีกเร่งอัดแคมเปญรับไฮซีซันกระตุ้นการใช้จ่ายและหนุน GDP ไตรมาสแรก โดย ททท. คงเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปี 2026 ที่ 36.7 ล้านคน มองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงบวกกับ CENTEL ERW SHR

📊SC Asset จับมือ Tokyo Tatemono Thailand ร่วมทุนพัฒนา 2 โครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี มูลค่ารวมราว 20,000 ล้านบาท ได้แก่ STILL Sukhumvit 20 มูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งเปิดตัวแล้วและมียอดพรีเซลกว่า 60% และอีกหนึ่งโครงการระดับ Ultra Luxury ที่เตรียมเปิดปลายปี 2026 ส่งผลให้มูลค่าพอร์ตโฟลิโอการร่วมทุนระหว่างสองบริษัทเพิ่มเป็นกว่า 34,000 ล้านบาท

Daily pick

🎯MRDIYT: ราคาพื้นฐาน 10.10 บาท

เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ MRDIYT และเลือกเป็น Top pick ในกลุ่ม Commerce โดยเราชอบ MRDIYT จากความสามารถในการเติบโตที่ทำได้อย่างแข็งแกร่งโดย SSSG ใน 4Q25 อยู่ที่ระดับ 1.9% เมื่อเทียบกับกลุ่ม commerce ที่ติดลบราว -3.3% จากสภาวะเศรษฐกิจของไทยที่อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่องและภาค domestic consumption ที่อ่อนแอลงพร้อมกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่ปรับตัวลดลงเหลือเพียง 32.9mn ในปี 2025 ที่ผ่านมา โดยเราคาดว่างบ MRDIYT ใน 4Q25 จะออกมาเติบโตได้ราว 38%yoy และ 42%qoq แข็งแกร่งสุดในกลุ่ม รายได้ที่ปรับตัวเพิ่มราว 21.9% มาจาก SSSG 4Q25 +1.9% และการขยายสาขาเพิ่มใน 4Q25 ที่ 55 สาขา ในขณะที่ SGA to sale ยังควบคุมได้ดีต่อเนื่องอยุ่ที่ 31.3% ในขณะที่ผู้เล่นรายอื่นมีการรายงานกำไรใน 4Q25 ที่ติดลบเป็นส่วนใหญ่

🎯TURBO: ราคาพื้นฐาน 2.14 บาท

เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ TURBO และแนะนำเป็น speculative idea สำหรับ Non-banking ขนาดกลางที่มีอัตราการเติบโตในระดับสูงสำหรับปี 2026 ที่ 25% เมื่อเทียบกับ major player ที่จะมีการเติบโตในระดับ low double digit ขณะที่ระดับ valuation ส่วนของ PBV ของ TURBO ในปี 2026 ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 0.8 เท่า เมื่อเทียบกับผู้เล่นขนาดใหญ่ที่ซื้อขายอยู่ที่ระดับ 1-1.3 เท่า เราประเมินการเติบโตของ TURBO จะเข้าสู่การเร่งตัวในปี 2026 เป็นต้นไปโดยบริษัทตั้งเป้าการกลับมาเติบโตของloan portfolio ตั้งแต่ 4Q25 และมอง target loan growth in 2026 at 15-25% จาก 1) การขยายตัวของสาขาที่ 120 สาขาต่อปี 2) การเพิ่มของ loan per branch ในระยะยาว ซึ่ง TURBO เป็นบริษัทน้องใหม่ในธุรกิจ Asset title loan ที่ยังมี loan per branch ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับ major operators ที่มีขนาดราว Bt16-59mn เมื่อเทียบกับTURBO ที่อยู่เพียง Bt11.3mn ต่อสาขา ดังนั้นเราคาดว่าโอกาสในการเติบโตของ TURBO ยังมีอีกพอสมควรทั้งในแง่จำนวนสาขาและสินเชื่อต่อสาขาในอนาคต 3) การเติบโตของธุรกิจ Insurance brokerage ที่เป็นธุรกิจ high margin โดย เราประเมินการเติบโตของรายได้ประกันอยู่ที่ 6-7%

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันจันทร์ ติดตามดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของจีน (RatingDog China Manufacturing PMI) เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 50.0 จุดชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 50.1 จุด และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (US ISM Manufacturing PMI) เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 48.3 จุดปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 47.9 จุด

วันอังคาร ติดตามตัวเลขตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่ในสหรัฐ (US JOLTS Job openings) เดือน ธ.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 7.100 ล้านตำแหน่งเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 7.146 ล้านตำแหน่ง

วันพุธ ติดตามดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการของจีน (RatingDog China Service PMI) เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 51.7 จุดชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 52.0 จุด ต่อด้วยรายงานตัวเลขเงินเฟ้อของสหภาพยุโรปครั้งสุดท้าย (EU CPI) เดือน ม.ค. เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 1.9% YoY และตัวเลขเงินเฟ้อที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน (EU Core CPI) เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 2.3% YoY

วันพฤหัสบดี ติดตามรายงานตัวเลขเงินเฟ้อของไทย (TH inflation) เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ -0.20% YoY เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ -0.28% YoY และอัตราเงินเฟ้อที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน ตลาดคาดการณ์ที่ +0.60% YoY เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ +0.59% YoY ปิดท้ายด้วยผลการประชุมดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB interest rate decision)

วันศุกร์ ติดตามตัวเลขเศรฐกิจของสหรัฐ การจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Nonfarm payrolls) เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 0.78 แสนตำแหน่งเร่งตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ 0.50 แสนตำแหน่ง ต่อด้วยตัวเลขอัตราการว่างงาน (Unemployment rate) เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 4.4% ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า

DAILY_VIEW_02_02_2026_1040.jpg

*ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่และแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #KSTODAY

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Search

Recommended searches