☀️KS Daily View 26.01.2026 >>> อาจเห็นแรงเก็งกำไรกลุ่มพลังงาน จากราคาน้ำมันขึ้นแรงสัปดาห์ที่ผ่านมากรอบ SET วันนี้ 1,300–1,330 จุด แนะนำ TOP และ BDMS
📊Theme การลงทุนสัปดาห์นี้: มุมมองตลาดในสัปดาห์นี้ เราประเมิน SET Index พักตัวในกรอบ 1,300 – 1,330 จุด คาดประเด็นสำคัญที่ตลาดให้ความสำคัญเชื่อว่ายังคงเป็นเรื่องการรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนฯ สำหรับ Q4/25 โดยเฉพาะในส่วนของ SCGP, SCC และPTTEP ที่คาดว่าจะมีการรายงานออกมาในสัปดาห์นี้ ขณะที่ด้านต่างประเทศ แม้ในสัปดาห์นี้มีประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ FOMC ในช่วงข้ามคืนวันพุธ แต่เชื่อว่าอาจไม่ได้มีผลกับทิศทางของตลาดมากนักเนื่องจากมีแนวโน้มสูงที่ Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมที่ 3.75% อีกทั้งการประชุมรอบนี้ไม่มีการรายงานตัวเลขคาดการณ์ Dot plot ประเด็นสำคัญน่าจะพุ่งเป้าไปที่สถานการณ์ความกังวลเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่คลี่คลายทั้งในส่วนของความต้องการครอบครองกรีนแลนด์ของสหรัฐฯ และความไม่สงบในตะวันออกกลางหลังสหรัฐฯ ส่งกองเรือรบบรรทุกเครื่องบินและเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถีเดินไปตะวันออกกลาง รวมถึงกระแสข่าวเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสนิปาห์ในอินเดียที่ต้องเฝ้าระวังเนื่องจากเป็นโรคติดต่อที่มีอัตราเสียชีวิตสูง โดยปัจจุบันยังคงไม่มียารักษาและวัคซีนป้องกัน
📊แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,314.39 จุด เพิ่มขึ้น +3.04% จากสัปดาห์ที่ผ่านหลังกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ โรงพยาบาล ปิโตรเคมี ปรับตัวขึ้น ในวันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,300–1,330 จุด ซึ่งอาจเห็นแรงเก็งกำไรในกลุ่มพลังงานด้วยราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นแรงในปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังสหรัฐฯ ส่งกองเรือรบบรรทุกเครื่องบินและเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถีเดินไปตะวันออกกลาง แนะนำ TOP และ BDMS
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
✅ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านด้วยการคว่ำบาตรเรือขนส่งน้ำมันและส่งกองเรือสหรัฐเข้าสู่ตะวันออกกลาง ทำให้ตลาดกังวลความเสี่ยงอุปทาน ขณะเดียวกัน การหยุดผลิตจากแหล่ง Tengiz ในคาซัคสถานจากเหตุไฟไหม้ หนุนให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น 2.88% ณ ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นบวกต่อ PTTEP และกลุ่มโรงกลั่นอย่าง TOP SPRC BCP
✅ไทยเริ่มใช้มาตรการคัดกรองโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์กับผู้เดินทางจากอินเดียที่ท่าอากาศยานดอนเมือง สุวรรณภูมิ และภูเก็ต หลังอินเดียพบผู้ป่วยยืนยัน 5 รายในบางพื้นที่ โดยเฉพาะรัฐเวสต์เบงกอล ซึ่งมีการยกระดับควบคุมโรคและติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดจำนวนมาก กรมควบคุมโรคระบุว่า สนามบินภูเก็ตเพิ่มมาตรการสาธารณสุข เนื่องจากมีเที่ยวบินตรงจากพื้นที่เสี่ยง ขณะที่สุวรรณภูมิคัดกรองผู้โดยสารจากอินเดีย 2 เที่ยวบิน รวม 332 คน ยังไม่พบผู้ต้องสงสัยและไม่พบผู้ติดเชื้อ มองจิตวิทยาการลงทุนเชิงบวกกับกลุ่มโรงพยาบาลอย่าง BH BDMS CHG BCH
✅ททท.ได้เปิดเผยว่ากระแสสอบถามและจองทัวร์จีนมาไทยฟื้นตัวดี คาดว่าตรุษจีนจะคึกคัก โดยประเด็นความปลอดภัยยังไม่กระทบการตัดสินใจเดินทาง ขณะภาพลักษณ์ไทยดีขึ้นจากการปราบสแกมเมอร์และคอลเซ็นเตอร์ สำหรับปี 2026 ททท.เตรียมปรับเป้าตลาดจีนให้สอดคล้องเป้าต่างชาติ 36.7 ล้านคน พร้อมเดินหน้าแคมเปญตรุษจีน “ไทย–จีนครอบครัวเดียวกัน” จัดกิจกรรมการตลาด อีเวนต์ใหญ่ และต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนที่สนามบินเพื่อสร้างความประทับใจ มองเป็นบวกกับกลุ่มโรงแรมอย่าง CENTEL SHR ERW
✅เวทีเสวนา “เลือกตั้ง’69 เลือกอนาคตภาษีไทย” ชี้พรรคการเมืองหลักเห็นพ้อง ไม่ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในภาวะเศรษฐกิจชะลอ แต่เน้น ปฏิรูปโครงสร้างภาษีและอุดรอยรั่วการจัดเก็บ โดยเราได้ประเมินว่าหากมีการปรับขึ้น VAT 1% จะทำให้การบริโภคภาคเอกชน, การเติบโตของ GDP และ market EPS ลดลง 0.8%, 0.5% และ 5.0% ตามลำดับ มองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงบวกเล็กน้อยกับกลุ่ม commerce ที่มี high correlation กับ Private consumption
✅ในขณะเดียวกันการส่งออกของไทยในเดือนธันวาคม 2025 มีมูลค่า 28.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 16.8% YoY สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 8.0% YoY อย่างมีนัยสำคัญ และเร่งตัวขึ้นจาก 7.1% YoY ในเดือนก่อนหน้า ส่งผลให้การส่งออกของไทยทั้งปี 2025 ขยายตัว 12.9% สูงกว่ากรอบประมาณการของตลาดที่ 10.5–11.0% จากสินค้า Electronics และ Pet food ที่เติบโตได้ดี รวมไปถึง volume การส่งออกยางมีการฟื้นตัวจากเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ดี ในระยะสั้น การแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐอย่างต่อเนื่อง โดย USD/THB ใน 4Q25 ปรับตัวลดลงราว 3.0% QoQ และ 7.6% YoY อาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้นและการเติบโตของกำไรของผู้ส่งออก
Daily pick
🎯TOP: ราคาพื้นฐาน 47.50 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ TOP จากระดับ Valuation ที่ต่ำสุดในรอบ 5 ปี ลงมาซื้อขายที่ระดับ PBV -1 to -2SD ในปี 2025 เราคาดว่ามีโอกาสที่ TOP จะสามารถได้รับการ relate valuation จากระดับปัจจุบันได้มาซื้อขายที่ระดับ mean to -0.1 เท่าได้เนื่องจาก เราประเมิณว่า TOP ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วและคาดหวังการ turnaround จากการคลายความกังวลในการก่อสร้างของโครงการ CFP ที่กลับมาก่อสร้างตามแผนและสถาณการณ์ refinery industry outlook ที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้นสำหรับโครงการ CFP ได้มีความคืบหน้าโดยจะมีการกลับมาก่อสร้างตามแผนใน 1Q26 นี้รวมถึงตั้งเป้า COD โครงการเร็วขึ้น 1 ไตรมาสจากเดิมที่คาดว่าจะสามารถ COD ได้ในช่วง 3Q28 มาอยู่ที่ 2Q28 นี้พร้อมกันนี้เราคาดว่าความเสี่ยงในส่วนของCost overrun เพิ่มเติมสำหรับโครงการนี้จะน้อยลงอีกทั้งบริษัทตั้งเป้าลดเงินลงทุนโครงการ 10-12%
🎯BDMS: ราคาพื้นฐาน 20.80 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ BDMS และมองการปรับตัวลดลงของกลุ่มโรงพยาบาลจากปัจจัยเรื่องการยกเลิกการขายประกันแบบเหมาจ่ายของผู้รับประกันรายใหญ่เจ้าหนึ่งเปลี่ยนมาเป็น co-payment ทั้งหมดเป็นโอกาสในการเข้าซื้อกลุ่มโรงพยาบาลเราเชื่อว่าผลกระทบของรายได้และกำไรใน 1-2 ปีข้างหน้ายังอยู่ในระดับต่ำและ BDMS เป็นโรงพยาบาลเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีระดับค่ารักษาที่เหมาะสมจะอยู่ในเครือข่ายของผู้รับประกัน อย่างไรก็ตามเราคาดการณ์เหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนที่ดีขึ้นจะช่วยเป็นตัวกระตุ้นรายได้ของผู้ป่วยต่างชาติที่BDMS มีสัดส่วนชาวกัมพูชาในระดับสูงจะสามารถฟื้นตัวได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป มองระดับปันผลที่ 4% เป็นตัวช่วยในการป้องกัน downside risk ในปี 2026 นี้
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
✅วันจันทร์ ติดตามยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน (US Durable Goods Orders) ของสหรัฐในเดือน พ.ย. ตลาดคาดการณ์ที่ +3.0% MoM เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ -2.2% MoM ต่อด้วยดัชนีธุรกิจภาคการผลิตของธนาคารกลางรัฐดัลลาส (Dallas Fed Manufacturing Index) เดือน ม.ค. เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ -10.9 จุด
✅วันอังคาร ติดตามดัชนีรายงานความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของคณะกรรมการการประชุม (Conference Board Consumer Confidence) เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 90.0 จุดเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 89.1 จุดและรายงานดัชนีภาคการผลิตของรัฐริชมอนด์ (Richmond Manufacturing Index) เดือน ม.ค. เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ -7.0 จุด
✅วันพุธ ติดตามรายงานยอดขายรถยนต์ของไทย (TH Car sale) เดือน ธ.ค. เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 51,044 คัน ต่อด้วยต่อด้วยผลการประชุมของ Fed เรื่องดอกเบี้ยนโยบายตลาดคาดการณ์ว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยระดับ 3.50%-3.75%
✅วันพฤหัสบดี ติดตามดัชนีรายงานความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของญี่ปุ่นเดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 37.0 จุดเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 37.2 จุดและรายงานจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐ (US Initial Jobless Claims) ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 2.0 แสนตำแหน่ง
✅วันศุกร์ ติดตามการรายงานตัวเลขคาดการณ์ GDP ใน 4Q25 ของโซนยุโรปครั้งแรกตลาดคาดการณ์ที่ +1.3% YoY ชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 1.4% YoY ต่อด้วยรายงานดัชนีราคาผู้ผลิต (US PPI index) ของสหรัฐฯ สำหรับเดือน ธ.ค. เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 3.0% YoY

*ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่และแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน
📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #KSTODAY
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English