☀️KS Daily View 23 ม.ค. 2026>>> ประเมินกรอบ SET index ที่ 1,305-1,330 จุด จากภาพของการพักฐานของดัชนีหลังปรับตัวขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับโฟลว์ต่างชาติเริ่มเห็นการชะลอตัว โดยมียอดสุทธิขายในสองวันที่ผ่านมา แนะนำ CENTEL และ MRDIYT
📊 แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: ตลาดหุ้นไทยวานนี้ปิดตลาดที่ 1,317.56 ลดลง -5.92 จุด (-0.45%) นำโดยการปรับตัวขึ้นของกลุ่มสื่อสาร กลุ่มค้าปลีก และกลุ่มขนส่ง โดยเฉพาะกลุ่มสื่อสารลดลง หลังTRUE ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า Telenor ได้ลงนามในสัญญากับบริษัท Arise ในการขายหุ้น TRUE สัดส่วน 24.95% จากเดิมที่ถืออยู่ 30.3% วันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,305-1,330 จุด จากภาพของการพักฐานของดัชนีหลังปรับตัวขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับโฟลว์ต่างชาติเริ่มเห็นการชะลอตัว โดยมียอดสุทธิขายในสองวันที่ผ่านมา
ในส่วนของปัจจัยในประเทศยังคงไม่มีปัจจัยใหม่มากระทบเนื่องด้วยอยู่ระหว่างการรอเลือกตั้งอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า แต่อยู่ในช่วงระหว่างรายงานผลประกอบการ ซึ่งอาจเห็นแรงเก็งกำไรเข้าหุ้นที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดีใน 4Q25 และปี 2026 ในขณะเดียวกันดัชนีหุ้นต่างประเทศอย่างยุโรปและสหรัฐกลับมาฟื้นตัวหลังตลาดคลายกังวลความขัดแย้งสหรัฐและสหภาพยุโรป ประกอบกับการรายงาน GDP ใน 3Q25 ของสหรัฐครั้งสุดท้ายออกมาดีกว่าที่คาดเล็กน้อยหนุนบรรยากาศการลงทุนเป็นบวก ในส่วนของกลยุทธ์ในการลงทุนแนะนำ CENTEL ที่คาดแนวโน้มผลประกอบการใน 4Q25 จะเร่งตัวขึ้น QoQ ประกอบกับเก็งการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนและ MRDIYT ที่แนวโน้มการเติบโตของกำไร 4Q25 เพิ่มขึ้น YoY, QoQ โดดเด่นกว่ากลุ่ม
🚩ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงราว 2% ในคืนที่ผ่านมา โดยราคาน้ำมันเบรนท์ปิดที่ 64.06 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI ปิดที่ 59.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผ่อนคลายท่าทีต่อประเด็นกรีนแลนด์และอิหร่าน รวมถึงมีสัญญาณบวกเกี่ยวกับความพยายามยุติสงครามรัสเซีย–ยูเครน ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ มองเป็นลบเล็กน้อยกับ PTTEP
- ในขณะเดียวกัน เวเนซุเอลาเดินหน้าเปิดทางให้บริษัทต่างชาติและท้องถิ่นสามารถดำเนินการผลิตและส่งออกน้ำมันได้เองภายใต้รูปแบบสัญญาใหม่และอนุมัติร่างกฎหมายในวาระแรกภายหลังข้อตกลงส่งออกน้ำมัน 50 ล้านบาร์เรลกับสหรัฐฯ ทั้งนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ยอมให้ จีนยังสามารถซื้อปริมาณน้ำมันเวเนซุเอลาได้ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเป็น “ราคาตลาดยุติธรรม ไม่ใช่ราคาต่ำกว่าทั่วไปที่เคยขายก่อนที่สหรัฐฯ มองเป็นจิตวิทยาการลงทุนบวกเล็กน้อยกับกลุ่มโรงกลั่นจากแนวโน้ม GRM ที่มีโอกาสถูกกดันจาก supply ในราคาถูกลดลง
- กัลฟ์ เอ็ดจ์ ในเครือกัลฟ์ และ AIS จับมือเชิงกลยุทธ์กับ Google Cloud เพื่อนำคลาวด์และ AI ขั้นสูงมายกระดับธุรกิจ ต่อยอดจากบริการ Google Distributed Cloud ภายในประเทศ ผนึกจุดแข็งโครงสร้างพื้นฐานของ Gulf Edge เครือข่าย AIS และเทคโนโลยี AI ของ Google Cloud เพื่อช่วยให้องค์กรไทยสร้างนวัตกรรมและแข่งขันได้ดีขึ้น
- กพท.ชี้ว่าอุตสาหกรรมการบินไทยปี 2025 ยังเติบโตท่ามกลางความท้าทายโลก มีผู้โดยสาร 145.1 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3.5% จากปีก่อน แม้ยังต่ำกว่าก่อนโควิดจากตลาดจีนที่ฟื้นไม่เต็มที่ แต่ได้แรงหนุนจากตลาดโอเชียเนีย เอเชียกลาง อินเดีย และรัสเซีย รวมถึงการขยายเส้นทางบินและสนามบินภูมิภาค และปี 2026 เริ่มเห็นผู้โดยสารจีนเริ่มฟื้นกลับมาราว 75% ของระดับก่อนโควิด ถือเป็นสัญญาณบวกต่อการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินไทย
หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick:
🎯 CENTEL: ราคาพื้นฐาน 42.09 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ CENTEL จากการดำเนินงาน 4Q25 จะยังแข็งแกร่ง โดย RevPar เดือนต.ค. อยู่ที่ 3,815 บาท (+24% YoY) ด้วย ADR ที่ 5,339 บาท (+11% YoY) และ OCR ที่ 71% (+7 ppts YoY) หนุนการเติบโตของกำไรใน 4Q25 ทั้งนี้อิงจากการจองล่วงหน้า ผู้บริหารคาดว่าผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรมใน 1Q26 จะยังคงแข็งแกร่ง และคาดว่าการเติบโตของ RevPar อยู่ที่ประมาณ 26% YoY ตามการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น
🎯 MRDIYT: ราคาพื้นฐาน 10.10 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ MRDIYT จากแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่ 25.2% ระหว่างปี 2525-27 ตามรายได้ที่คาดว่าจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งด้วยการขยายสาขาอย่างรวดเร็วประกอบกับความสามารถในการเสนอราคาที่ต่ำกว่าและราคาที่แข่งขันในตลาดได้มากกว่า ทำให้สามารถครองส่วนแบ่งผู้บริโภคในตลาดแมสได้เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้บริษัทสามารถใช้ประโยชน์จากขนาดการจัดซื้อจัดจ้างในระดับโลกของเครือข่าย MR. D.I.Y. ส่งผลให้ลดต้นทุนต่อหน่วย ในระยะสั้นคาดว่ากำไร4Q25 จะเพิ่มขึ้น 38% YoY และ 42% QoQ การเติบโต YoY มาจากการเติบโตยอดขายสาขาเดิม (SSSG) การเปิดสาขาใหม่ และการขยายตัวของอัตรากำไร ขณะที่การปรับตัวดีขึ้น QoQ มาจากปัจจัยฤดูกาลที่หนุนยอดขาย การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่ดีขึ้น และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลง ทั้งนี้ประมาณการดังกล่าวสะท้อนกำไรปี 2025 ของ KS ที่ 2.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 38% YoY
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
✅วันศุกร์ ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อของญี่ปุ่น (Japan Inflation) เดือน ธ.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ +2.2% YoY เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ +2.9% YoY และ เงินเฟ้อที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงานตลาดคาดการณ์ที่ +2.8% YoY เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ +3.0% YoY ต่อด้วยผลการประชุมของ BoJ โดยตลาดคาดว่า BoJ จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.75%
*ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่และแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน

📝 เปิดพอร์ตลงทุนออนไลน์กับ KS ได้แล้ววันนี้!
📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English