KS : OSP ประเด็นสำคัญจากการประชุมนักวิเคราะห์
📍มุมมองเป็นกลางจากการประชุมนักวิเคราะห์
✅เราเข้าร่วมการประชุมนักวิเคราะห์ของ OSP หลังประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เมื่อวันจันทร์ที่ 17 ส.ค. 2569 และมีมุมมองโดยรวมเป็นกลาง บริษัทฯ ปรับลดเป้าหมายการเติบโตของยอดขายปี 2569 เหลือระดับหลักเดียวช่วงต้น จากระดับหลักเดียวช่วงต้นถึงกลาง โดยมีสาเหตุจากความอ่อนแอของตลาดเมียนมา แม้ว่ายอดขายในประเทศยังเติบโตแข็งแกร่ง ขณะที่ยังคงเป้าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ในเชิงมูลค่าให้ทรงตัว และงบลงทุน (CAPEX) ที่ 400-500 ลบ. กลยุทธ์ของบริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นสินค้าพรีเมียมมากขึ้น โดยมีแผนเปิดตัวเครื่องดื่มชูกำลังอัดลมระดับพรีเมียมและปรับสูตร Peptein ในไตรมาส 3/2569
📍สถานการณ์ในเมียนมา
✅แม้ว่าสถานการณ์จะปรับตัวดีขึ้นจากช่วงต้นไตรมาส 2/2569 แต่ระบบใบอนุญาตนำเข้ายังคงกำหนดให้ต้องยื่นขออนุมัติเป็นรายครั้ง แทนการทำข้อตกลงที่มีระยะเวลาแน่นอน โดยบริษัทฯ ได้รับอนุมัติใบอนุญาตสำหรับการผลิตประมาณ 1.0-1.5 เดือนในไตรมาส 3/2569 ซึ่งอาจยิ่งเพิ่มผลกระทบจากช่วงโลว์ซีซันในฤดูมรสุมระหว่างไตรมาส 3-4/2569 บริษัทฯ คาดว่ายอดขายในเมียนมาจะลดลง YoY ทั้งนี้ แม้ว่ายอดขายต่างประเทศจะลดลง แต่สินทรัพย์ในเมียนมาที่อยู่ในสกุลเงินจ๊าต ณ เดือนมิ.ย. 2569 เพิ่มขึ้น 13% จากต้นปี บริษัทฯ มีแผนลงทุนเพิ่มโรงงานผลิตในเมียนมาเพื่อรองรับกลยุทธ์การกำหนดราคาสินค้าหลายระดับ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษา รวมถึงการประเมินความเป็นไปได้ในการจัดหาวัตถุดิบภายในประเทศเพื่อลดการนำเข้า อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ระบุว่าไม่พบปัญหาสูญเสียช่องทางการจัดจำหน่าย เนื่องจากตัวแทนจำหน่ายไม่ได้เปลี่ยนไปจำหน่ายสินค้าของคู่แข่ง และความต้องการของผู้บริโภคปลายทางยังคงแข็งแกร่ง
📍การประหยัดต้นทุนยังดำเนินต่อเนื่อง
✅GPM ที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 42.8% ในไตรมาส 2/2569 เป็นผลจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่ การรวมฐานการผลิต การเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดหาวัตถุดิบ การลดกิจกรรมส่งเสริมการขาย และประโยชน์จากสัดส่วนช่องทางการขายที่ดีขึ้น ผู้บริหารยังมองว่า SG&A มีโอกาสปรับตัวดีขึ้นอีก จากการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์กรและ operating leverage จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นผ่านการขยายช่องทางการค้าแบบดั้งเดิมให้ครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งช่วยลดต้นทุนควบคู่กับการเพิ่มการเข้าถึงลูกค้า อย่างไรก็ตาม คาดว่าแรงกดดันด้านต้นทุนจะสูงสุดในไตรมาส 3/2569 เนื่องจากจะรับรู้ผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งเต็มไตรมาส แตกต่างจากไตรมาส 2/2569 ที่ได้รับผลกระทบประมาณครึ่งไตรมาส ก่อนที่สถานการณ์จะปรับตัวดีขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 2/2569 ทั้งนี้ คาดว่าแรงกดดันด้านต้นทุนจะผ่อนคลายในไตรมาส 4/2569 โดยผู้บริหารยืนยันว่า GPM ทั้งปี 2569 จะไม่ต่ำกว่าระดับ 40.1% ที่ทำได้ในปี 2568
📍คงคำแนะนำ “ถือ” เราคงคำแนะนำ “ถือ” และราคาเป้าหมายกลางปี 2570 ที่ 17.0 บาท โดยอิง PER เป้าหมายที่ 14.2 เท่า หรือประมาณ -1SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย Forward PER 12 เดือน เนื่องจากเราคาดว่าไตรมาส 1/2569 เป็นจุดสูงสุดของกำไรในปี 2569 เราจึงคาดว่ากำไรจะเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง QoQ ในช่วงโลว์ซีซันของตลาด CLMV ในไตรมาส 3/2569 จากรายได้ที่อ่อนแอ GPM ที่ลดลง และการรับรู้ต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่อยู่ในระดับสูงเต็มไตรมาส ผู้บริหารระบุว่าการปรับตัวดีขึ้นของ GPM ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ไม่น่าจะอยู่ในระดับเดียวกับที่ทำได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus
Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #หุ้น #หุ้นไทย #ข่าวหุ้น #ลงทุน #OSP
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English