🧪KS: IVL แนวโน้มกำไรฟื้นตัวในปี 2569
IVL มีแนวโน้มกำไรฟื้นตัวในปี 2569 จากการฟื้นตัวของส่วนต่างราคา PET และการลดต้นทุนเชิงโครงสร้าง
📌 เราคงมุมมองเชิงบวกต่อ IVL และแนะนำ trading buy สำหรับไตรมาส 2/2569 เนื่องจากเราคาดว่ากำไรของบริษัทฯ จะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในปี 2569 เราคาดว่ากำไรปกติจะกลับมาอยู่ที่ประมาณ 3 พันลบ. ในปี 2569 และ EBITDA จะอยู่ที่ราว 4.1 หมื่นลบ. เมื่อเทียบกับการขาดทุนในปีก่อนหน้า เราเชื่อว่าการฟื้นตัวดังกล่าวจะได้รับแรงหนุนจากปัจจัยสำคัญดังต่อไปนี้
📌 1) การปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรจากส่วนต่างราคาที่ฟื้นตัว: เราคาดว่าอัตรากำไรจะขยายตัว โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะยอดขาย PET ในสหรัฐฯ ที่ดำเนินการภายใต้สัญญา cost-plus ซึ่งกำหนดอัตรากำไรคงที่ มีแนวโน้มที่จะเห็นส่วนต่างราคาที่สูงขึ้นในปี 2569 เมื่อเทียบกับปี 2568 ขณะเดียวกัน ยอดขาย PET ที่กำหนดราคาภายใต้กลไก import parity ก็น่าจะปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน จากการที่ส่วนต่างราคา PET ในเอเชียฟื้นตัวจากประมาณ 117 ดอลลาร์ฯ/ตัน ในไตรมาส 4/2568 เป็นประมาณ 160–200 ดอลลาร์ฯ/ตัน ในไตรมาส 1/2569 การฟื้นตัวดังกล่าวมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้มีการลดกำลังการกลั่นของโรงกลั่นในตะวันออกกลางและเอเชีย ทำให้อุปทานวัตถุดิบลดลง นอกจากนี้ เราคาดว่าอัตราค่าระวางเรือที่สูงขึ้นจะเป็นปัจจัยบวกเพิ่มเติมต่ออัตรากำไรของ PET ในไตรมาส 1/2569
o เราคาดว่าส่วนต่างราคา PET จะเพิ่มขึ้นเป็น 200–300 ดอลลาร์ฯ/ตัน ในไตรมาส 2/2569 ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อ IVL ในฐานะผู้ได้รับประโยชน์หลัก โดยเราคาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2/2569 และคาดว่าจะไม่มีปัญหาการหยุดชะงักด้านอุปทานสำหรับการดำเนินงานของ IVL เนื่องจากบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ local-to-local
📌 2) การฟื้นตัวของปริมาณขายในปี 2569: เราคาดว่าปริมาณยอดขายจะเพิ่มขึ้นในปี 2569 หลังจากลดลงมาอยู่ที่ 12.8 ล้านตันในปี 2568 (-8% YoY) โดยการลดลงในปี 2568 มีสาเหตุหลักจากการปิดซ่อมบำรุงตามแผนขนาดใหญ่ในกลุ่มธุรกิจ PO, MTBE, IVOG และ IVOL ในสหรัฐฯ รวมถึงการปิดถาวรของโรงงาน PTA ในโปรตุเกส และบางโรงงานในแคนาดาและยุโรปส่วนอื่นๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจของ IVL โดยมาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อออกจากธุรกิจที่ไม่ทำกำไรและลดต้นทุนคงที่ ดังนั้น เราคาดว่าจะเห็นการเติบโตของปริมาณขายและอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้นในปี 2569 ซึ่งจะช่วยผลักดันอัตรากำไร EBITDA เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 8–9% จากประมาณ 6% ในปี 2568
📌 3) การลดต้นทุนคงที่และการเพิ่มประสิทธิภาพเงินทุนหมุนเวียน: ในปี 2569 IVL มีแผนลดต้นทุนคงที่ประมาณ 2.6 พันลบ. ผ่านโครงการเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนหลายรายการและการปิดโรงงานที่ไม่ทำกำไร ซึ่งรวมถึงการรวมศูนย์หน่วยงานต้นทุนภายใต้โครงการ Global Capability Center (GCC) ในอินเดีย และการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังตั้งเป้าเพิ่มอัตราหมุนเวียนสินค้าคงคลังจาก 4.5 เท่า เป็น 6.9 เท่า ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ซึ่งอาจช่วยลดเงินทุนหมุนเวียนได้ประมาณ 400 ล้านดอลลาร์ฯ โดยจะทำได้ผ่านการบริหารสต็อกสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น การเพิ่มประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทาน และกระบวนการวางแผนที่บูรณาการมากขึ้น โดยรวมแล้ว มาตรการเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพการดำเนินงานของ IVL และสนับสนุนการฟื้นตัวของกำไรอย่างมีนัยสำคัญในปี 2569
มุมมอง KS
🎯 แนะนำ “ซื้อ” และ TP ที่ 25.70 บาทส่วนต่างราคา PET ปรับตัวดีขึ้น (เอเชียจาก 117 ดอลลาร์ฯ/ตัน เป็น 160–200 ดอลลาร์ฯ/ตัน ในไตรมาส 1/2569 และมีโอกาสเพิ่มขึ้นเป็น 200–300 ดอลลาร์ฯ/ตัน ในไตรมาส 2/2569) โดยได้รับแรงหนุนจากอุปทานวัตถุดิบที่ตึงตัวและค่าระวางเรือที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขยายตัวและกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2/2569 ขณะที่การผลิตมีแนวโน้มฟื้นตัวในปี 2569 หลังจากมีการปิดซ่อมบำรุงในปี 2568 เราคาดว่า IVL จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลักจากภาวะหยุดชะงักของอุปทานในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีจากสงคราม

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #IVL #ปิโตรเคมี
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English