🍹 KS: SAPPE ความเสี่ยงด้านอุปสงค์ยังคงอยู่
📌กำไรไตรมาส 4/2568 ต่ำกว่าคาด
SAPPE รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/2568 ที่ 121 ลบ. (-36% YoY และ -34% QoQ) ต่ำกว่าประมาณการของตลาด 23% จากอุปสงค์ในตลาดหลักที่ยังเผชิญแรงกดดันจากการบริโภคที่อ่อนแอ ขณะที่ความสามารถในการทำกำไรยังถูกกดดันจากเงินบาทที่แข็งค่า เมื่อพิจารณาทั้งปี 2568 กำไรสุทธิลดลง 38% YoY เหลือ 776 ลบ. ต่ำกว่าประมาณการของเรา 8% โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากรายได้ที่อ่อนตัว (5.4 พันลบ. และ -24% YoY) และอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง 210bps YoY เป็น 44.3%
📌ระมัดระวังเพิ่มขึ้นหลังการประชุมนักวิเคราะห์
เราเข้าร่วมการประชุมนักวิเคราะห์หลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ของ SAPPE เมื่อวันที่ 13 มี.ค.2569 และมีมุมมองเชิงลบเล็กน้อย ผู้บริหารระบุว่ายอดคำสั่งซื้อในช่วง ม.ค.-ก.พ. สอดคล้องกับเป้าการเติบโตของยอดขายที่ 15% อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลางได้เพิ่มความกังวลทั้งในด้านรายได้และต้นทุน แม้ว่าการพึ่งพารายได้โดยตรงจากภูมิภาคดังกล่าวมีสัดส่วนจำกัดเพียงประมาณ 8–9% ของยอดขาย แต่อัตราค่าระวางเรือถูกปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณการขายและอุปสงค์ ในด้านต้นทุน SAPPE มีความเสี่ยงต่อการผันผวนของราคาขวด PET มากที่สุด ซึ่งคิดเป็นประมาณ 7–8% ของต้นทุนรวม ขณะที่ต้นทุนพลังงานมีสัดส่วนต่ำกว่าที่ 4–5% ของต้นทุนรวม แม้ว่า SAPPE ได้ล็อกราคาซัพพลาย PET ไว้จนถึงเดือน พ.ค. ที่ราคาก่อนเกิดความขัดแย้ง แต่ผู้บริหารมองว่ายังคงมีความเสี่ยงจากเหตุสุดวิสัยของซัพพลายเออร์ ซึ่งอาจทำให้ต้องเสนอราคาตามราคาตลาดในขณะนั้น จากสถานการณ์ที่ยังไม่แน่นอน ลูกค้าจำนวนมากของ SAPPE จึงเลือกใช้แนวทางรอดูสถานการณ์ก่อน หากความขัดแย้งยืดเยื้อ เรามองว่าจะเป็น downside risk ต่ออัตรากำไรขั้นต้น โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปี 2569
📌คาดการฟื้นตัวของแต่ละภูมิภาคไม่เท่ากันในปี 2569
การดำเนินงานในปี 2569 คาดว่าจะฟื้นตัวจากฐานที่ต่ำในปี 2568 โดยผู้บริหารมีความมั่นใจมากที่สุดต่อตลาดยุโรป หลังจากกระบวนการระบายสต็อกเสร็จสิ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ส่วนเอเชีย (คิดเป็น 36% ของยอดขายปี 2568) คาดว่าจะยังมีความท้าทายบางส่วน เนื่องจากการแข่งขันที่ยังคงสูงในเกาหลี ซึ่งผู้บริหารตั้งใจรักษาพื้นที่วางสินค้าและความแข็งแกร่งของแบรนด์ผ่านการใช้กลยุทธ์ผสมระหว่างโปรโมชั่นราคาและการตลาดผ่านอีคอมเมิร์ซ ขณะที่อินโดนีเซียคาดว่าจะฟื้นตัวหลังจากมีการแต่งตั้งผู้จัดจำหน่ายรายใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มมีส่วนช่วยยอดขายตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 2/2569 อย่างไรก็ตาม เรายังคงมีมุมมองระมัดระวัง เนื่องจากช่องทางการค้าหลักยังคงเป็นการค้าดั้งเดิม ซึ่งอาจต้องใช้งบประมาณด้านโปรโมชั่นสูงขึ้น รวมถึงเงื่อนไขการค้ากับซัพพลายเออร์ที่เอื้ออำนวยมากขึ้นในช่วงเริ่มต้นความสัมพันธ์ทางธุรกิจ
📌ปรับลดประมาณการกำไรปี 2569–70
เราปรับประมาณการตามผลประกอบการจริงปี 2568 โดยปรับลดสมมติฐานกำไรปี 2569-70 ลง 15% และ 19% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนยอดขายที่อ่อนแอกว่าคาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงแรงกดดันต่ออัตรากำไรจากค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและโปรโมชั่นที่สูงขึ้น นอกจากนี้ เรายังมองว่ามี downside risk เพิ่มเติมต่อประมาณการของเรา หากความขัดแย้งยืดเยื้อ ซึ่งอาจกดดันราคาขวด PET
มุมมอง KS
🎯 แนะนำ “ถือ” TP ที่ 30.00 บาท หลังการปรับลดประมาณการกำไร แม้ว่าปี 2569 จะเป็นปีแห่งโอกาสในการเติบโตจากฐานที่ต่ำ แต่เรายังคงระมัดระวังเกี่ยวกับความยั่งยืนของความต้องการผลิตภัณฑ์ของ SAPPE เนื่องจากเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยท่ามกลางการบริโภคที่อ่อนแอและการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดสำคัญ ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่ทำให้เกิด downside risk เพิ่มขึ้นต่ออัตรากำไรขั้นต้นในครึ่งหลังของปี 2569

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #หุ้น #หุ้นไทย #ข่าวหุ้น #ลงทุน #SAPPE
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English