KS: SCC ความขัดแย้งเริ่มก่อให้ห่วงโซ่อุปทานเคมีภัณฑ์หยุดชะงัก

KS: SCC ความขัดแย้งเริ่มก่อให้ห่วงโซ่อุปทานเคมีภัณฑ์หยุดชะงัก

Analysis by KS Research Fundamental
Mar 10, 2026
Back

👷KS: SCC ความขัดแย้งเริ่มก่อให้ห่วงโซ่อุปทานเคมีภัณฑ์หยุดชะงัก

เกิดอะไรขึ้น?

📌 เหตุสุดวิสัยที่ ROC เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา Siam Cement Group (SCC) ได้ประกาศเหตุสุดวิสัย (force majeure) ที่โรงงานระยองโอเลฟินส์ จำกัด (ROC) ซึ่งเป็นโรงงานแครกเกอร์แนฟทาขนาดกำลังการผลิต 0.9mtpa จากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ หลังจากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยผู้บริหารระบุว่าประมาณ 50% ของวัตถุดิบมาจากตะวันออกกลาง ขณะที่ปริมาณสต๊อกปัจจุบันสามารถรองรับการดำเนินงานได้ประมาณ 30 วัน

📌 ความเสี่ยงของการหยุดดำเนินงานในวงกว้าง หากช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดจนถึงสิ้นเดือน มี.ค. SCC อาจต้องทยอยหยุดการดำเนินงานของโรงงานแครกเกอร์ที่เหลือทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วย โรงงานมาบตาพุดโอเลฟินส์ (MOC) และโครงการลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ (LSP) ซึ่งอาจเกิดขึ้นภายในช่วงกลางเดือน เม.ย.2569

📌 ผลกระทบจำกัดต่อธุรกิจอื่นนอกปิโตรเคมี ธุรกิจปูนซีเมนต์และบรรจุภัณฑ์ได้รับผลกระทบจำกัด เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนเชื้อเพลิงที่ใช้จากถ่านหินและก๊าซมาใช้เชื้อเพลิงชีวมวลจากแหล่งในประเทศมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า

ผลกระทบ

📌 ผลกระทบเชิงลบต่อกำไร เหตุสุดวิสัยที่โรงงาน ROC เพียงอย่างเดียวอาจกระทบกำไรของ SCC ประมาณ 270 ลบ. ต่อเดือน หรือคิดเป็น downside ที่ประมาณ 35% ต่อประมาณการกำไรปี 2569 ของเรา หากโรงงานแครกเกอร์หยุดดำเนินงานจนถึงสิ้นปี ในกรณีเลวร้ายที่สุด หากโรงงานแนฟทาแครกเกอร์ของ MOC ต้องหยุดดำเนินงานชั่วคราวเพิ่มเติม downside ต่อกำไรอาจเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 350 ลบ. ต่อเดือน โดยประมาณการนี้ยังไม่รวมต้นทุนการเริ่มเดินเครื่องใหม่ (start-up cost) ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 300 ลบ.–450 ลบ. ต่อครั้ง

📌 ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีภัณฑ์อาจปรับดีขึ้น การหยุดชะงักของอุปทานอาจช่วยสนับสนุนส่วนต่างราคาโอเลฟินส์ในระยะสั้น จากการตรวจสอบของเรา พบว่าโรงงานแนฟทาแครกเกอร์ในเอเชียจำนวน 8 แห่งได้หยุดดำเนินงานแล้ว ส่งผลให้กำลังการผลิตหายไปประมาณ 6mn tpa หรือประมาณ 2 ใน 3 ของกำลังการผลิตโอเลฟินส์ใหม่ที่คาดว่าจะเพิ่มเข้ามาในปี 2569 และยังมีความเป็นไปได้ที่จะมีการหยุดดำเนินงานเพิ่มเติมอีกในเร็วๆ นี้

📌 การเข้าถึงวัตถุดิบจะเป็นปัจจัยชี้ขาด ผู้ผลิตที่สามารถจัดหาวัตถุดิบได้มีแนวโน้มจะได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของส่วนต่างราคาเคมีภัณฑ์ในระยะสั้น จากตลาดปิโตรเคมีภัณฑ์ที่ตึงตัวมากขึ้น

มุมมอง KS

🎯 แนะนำ “ขาย” ราคาเป้าหมาย ที่156.00 บาท  ปรับลดคำแนะนำเป็น “ขาย” จาก “ถือ” เพื่อสะท้อนการหยุดชะงักในการดำเนินงานที่โรงงาน ROC และความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของการหยุดดำเนินงานเพิ่มเติมที่โรงงาน MOC และ LSP ทั้งนี้ เราปรับลดเป้าตัวคูณ PBV จาก -0.5SD เป็น -1.5SD ปรับลดราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ลงเป็น 156 บาท (จาก 240 บาท)

🎯 เปลี่ยนไปลงทุนใน PTTGC เราแนะนำให้เปลี่ยนไปลงทุนใน PTTGC (“ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 28.7 บาท) ซึ่งมีความเสี่ยงด้านการจัดหาวัตถุดิบต่ำกว่า เนื่องจากพึ่งพาอุปทานอีเทน/โพรเพนภายในประเทศ และการพึ่งพาวัตถุดิบจากตะวันออกกลางของโรงกลั่นที่ต่ำ

SCC_1200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #SCC #ปูนใหญ่ #NocNoc

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Search

Recommended searches