KS: KS FUND TOP PICK 24-28 ส.ค. 2026⛳️
📌จับตาประชุม Jackson Hole, กนง. และลุ้นงบ NVIDIA
📊ตลาดหุ้นทั่วโลกปิดสัปดาห์ที่ผ่านมาในแดนลบ ยุติการปรับขึ้นต่อเนื่อง 3 สัปดาห์ติดต่อกัน แม้จะฟื้นตัวได้บางส่วนในวันศุกร์ โดย S&P 500 ปิด ลดลง 1.43%WoW และ Dow Jones ปิด ลดลง 0.85%WoW ขณะที่ Nasdaq ปรับตัวลงแรงกว่าใครที่ 2.05%WoW สะท้อนแรงขายที่กระจุกตัวในกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ตลอดสัปดาห์ ก่อนตลาดจะฟื้นตัวในวันศุกร์หลังดัชนี PMI ภาคธุรกิจสหรัฐฯ ขยายตัว MoM เร็วที่สุดในรอบกว่า 4 ปีประเด็นใหญ่ที่สุดของสัปดาห์คือรัฐมนตรีคลัง Bessent ประกาศเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว (10-30 ปี) เป็นสองเท่าจาก 2 พันล้านเหรียญ เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านเหรียญ หลังผลตอบแทนพันธบัตร 30 ปี พุ่งแตะ 5.33% สูงสุดในรอบ 19 ปี มาตรการนี้กดยีลด์ปรับลงชั่วคราว แต่กลับเด้งขึ้นอีกครั้งในวันพฤหัสฯ จนขึ้นคืนเกือบทั้งหมด บ่งชี้ว่าตลาดยังไม่เชื่อมั่นนัก ด้านราคาน้ำมันปรับขึ้นต่อเนื่อง 6 วันติด ดัน Brent บวกกว่า 6.4%WoW ขณะที่ทองคำและ Bitcoin ได้แรงหนุนจากเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงจากมาตรการของ Bessent
📊ด้านนโยบายการเงิน รายงานการประชุม FOMC เดือน ก.ค. ที่เผยแพร่วันพุธ ยืนยันว่าความเห็น Hawkish ในที่ประชุมลึกกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก แม้มติจะออกมา 9-3 ให้คงดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% แต่รายงานระบุชัดว่ากรรมการจำนวนมากเห็นว่าจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อไม่ชะลอตัวลง ไม่ใช่แค่ 3 เสียงที่ค้านมติเท่านั้น อย่างไรก็ดี ตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาหลังการประชุม ทั้งเงินเฟ้อที่ชะลอตัวและตลาดแรงงานที่อ่อนแรงลง ทำให้ตลาดปรับลดโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยเดือน ก.ย. ลงเหลือเพียงราว 31% จากที่เคยสูงกว่า 60% ก่อนหน้านี้ สะท้อนว่าตลาดกำลังแยกน้ำหนักระหว่างท่าทีของกรรมการ Fed กับข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดที่มีน้ำหนักมากกว่าในการกำหนดทิศทาง
📊สำหรับสัปดาห์หน้า เป็นสัปดาห์ที่มีน้ำหนักสูงมาก เพราะเหตุการณ์สำคัญมาชนกันในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยวันพุธที่ 26 ส.ค. จะมีทั้งดัชนี Core PCE เดือน ก.ค. ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้น้ำหนักสูง และตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ประมาณการครั้งที่สอง ประกาศพร้อมกันในเช้าวันเดียว ก่อนต่อเนื่องด้วยงาน Jackson Hole Economic Symposium วันที่ 27-29 ส.ค. ซึ่งไฮไลต์คือถ้อยแถลงของประธาน Kevin Warsh ในเช้าวันศุกร์ที่ 28 ส.ค. นับเป็นการขึ้นเวทีนี้ครั้งแรกในฐานะประธาน Fed แนะจับตาเป็นพิเศษ เพราะ Warsh มีแนวทางลดการส่งสัญญาณล่วงหน้าต่างจากประธานคนก่อน ทำให้ถ้อยแถลงครั้งนี้มีน้ำหนักสูงต่อการประเมินทิศทางดอกเบี้ยก่อนการประชุม FOMC เดือน ก.ย.
📊ด้านผลประกอบการ ไฮไลต์สำคัญที่สุดแม้จะมีเพียงบริษัทเดียวคือ Nvidia ที่จะรายงานงบคืนวันพุธที่ 26 ส.ค. ก่อนงาน Jackson Hole เพียง 36 ชั่วโมง ทำให้สัปดาห์หน้าตลาดต้องเผชิญทั้งข่าวใหญ่ฝั่งเทคโนโลยีและนโยบายการเงินในช่วงเวลาติดกัน เรามองว่าตลาดมีโอกาสแกว่งตัวแรงในสัปดาห์หน้า เพราะหาก Nvidia ยืนยันความแข็งแกร่งของอุปสงค์ AI ได้ต่อเนื่อง แต่ Warsh กลับส่งสัญญาณ Hawkish ในวันถัดมา ตลาดอาจต้องปรับ Valuation หุ้นเทคโนโลยีลงพร้อมกับต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น
📌InP กำลังเป็น Bottleneck ใหม่สำหรับ Optical Interconnection, CPO กำลังมา
📊AI Infrastructure กำลังเผชิญ “Copper Wall” จากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของ Bandwidth และจำนวน GPU/XPU ที่ต้องเชื่อมต่อกัน โดยเมื่อ SerDes ขยับสู่ระดับ 200G/lane จากปัจจุบันที่ 100G/lane และสูงขึ้น การส่ง Electrical Signal ผ่าน Copper จะเผชิญ Signal Loss, Noise และ Power Consumption ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ระยะใช้งานของ Copper ถูกจำกัดเหลือเพียงไม่กี่เมตร ขณะที่ AI Clusters ต้องเชื่อมต่อ GPU หลายพันถึงหลายแสนตัวข้าม Rack และข้าม Data Center จึงมีการผลักดันการเปลี่ยนผ่านจาก Copper ไปสู่ Optical Interconnect ซึ่งสามารถรองรับ Bandwidth สูงกว่า ระยะทางไกลกว่ามาก และมีประสิทธิภาพด้านพลังงานที่ดีกว่าใน High-speed Links ซึ่งในปัจจุบันที่ใช้ Copper สำหรับ Scale Up จำเป็นต้องมี Retimer และ DSP เพื่อช่วย Compensate Signal Loss ชดเชยสัญญาณและลด Noise สำหรับสัญญาณ PAM4 ที่ระดับ 100G/200G อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรม AI Networking ยังยืนยันโดย NVDA ว่าจะใช้ Copper ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ในส่วนของ Architecture ใหม่ Vera Rubin จะใช้ Optical Connection ทั้งหมดสำหรับ Scale Out ผ่าน Spectrum-X และ ในส่วนของ Scale Up ยังใช้ Copper
📊การเปลี่ยนจาก Copper สู่ Photonics ยังมีแนวโน้มลึกเข้าใกล้ตัว Compute Chip มากขึ้น จากปัจจุบันที่ใช้ Pluggable Optical Transceiver กำลังไปสู่ Silicon Photonics, LPO และท้ายที่สุด CPO ซึ่งนำ Optical Engine เข้าไปวางใกล้ Switch ASIC/GPU เพื่อลดระยะที่ข้อมูลต้องเดินทางในรูป Electrical Signal และลด Power/Bit ลด Noise ลงและแนวโน้มดังกล่าวทำให้การเติบโตของ AI Compute ไม่ได้เพิ่มเพียงจำนวน Optical Transceiver แต่ยังเพิ่มความต้องการ Photonic Components เช่น CW Laser, EML, VCSEL และ Silicon Photonics ซึ่งเป็น Structural Growth Driver สำคัญของ Optical Supply Chain เช่น LITE และ COHR ในยุค 800G ไปยัง 1.6T จนถึง 3.2T ในอนาคต ดังนั้นในตอนนี้ที่ Optical Interconnect กำลังจะเปลี่ยนผ่าน Technology สิ่งที่เห็นในปัจจุบันคือการขาดแคลนของ InP (Indium Phosphide) เป็นอย่างมากซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิต Laser ทั้ง EML และ CW Laser ที่เป็นทั้ง Ultra High Power Laser เป็นชิ้นส่วนสำคัญสำหรับ Technology CPO ในอนาคตเนื่องจาก Silicon Photonics เองไม่สามารถผลิตแสงเองได้จึงจำเป็นต้องใช้ External Light Source ในการสร้างแสงในการ Process ต่อ ดังนั้นสิ่งที่ตลาดเผชิญอยู่ในปัจจุบันคือราคา InP Substrate เพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 200%YoY ในจีนซึ่งเป็นแหล่งหลักในการ Supply InP และคาดว่าจะเพิ่มอีก 10%QoQ ใน 4Q26 นี้ ซึ่งข้อจำกัดของ InP wafer เมื่อเทียบกับ Silicon Wafer ทั่วไปคือมีความเปราะบางกว่าแตกง่ายและ Yield ต่ำกว่ามาก โดย Standard ของ InP wafer ยังอยู่ที่ 3 Inches เมื่อเทียบกับ Silicon Wafer ที่ขนาด 12 Inches จึงทำให้ราคาสูงกว่า Silicon เป็นอย่างมาก
📊Lumentum มองว่าปัญหา InP shortage เป็นข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตที่รุนแรงมากกว่าปัญหา Memory Chip ที่กำลังเจอเสียอีก โดย CEO ระบุว่า แม้รวมกำลังการผลิตของ Lumentum และ Coherent ซึ่งครองมากกว่า 80% ของตลาด High-end InP Photonic Chip ก็ยังอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการจากลูกค้ารายใหญ่อย่าง Nvidia และลูกค้า AI อื่น ๆ ที่ต้องการให้ Supplier เพิ่ม InP Laser Capacity ถึง 20 เท่าภายในปี 2030 แต่ปัจจุบันได้ Commitment เพียงราว 12 เท่า สะท้อน Supply Gap ที่ยังสูงมากบ่งบอกว่า Bottleneck ปัจจุบันไม่ได้อยู่แค่ Demand โตเร็ว แต่เกิดจาก Capacity ของ InP wafer / Photonic Chip ที่ขยายไม่ทัน ขณะที่ผู้ผลิต Wafer สำคัญอย่าง AXT ซึ่งเป็นผู้ผลิต InP Wafer รายใหญ่อันดับ 2 ของโลก มีสายการผลิต InP ทั้งหมดอยู่ในจีน ผ่าน Beijing Tongmei ทำให้ Supply Chain ส่วนหนึ่งยังพึ่งพากำลังการผลิตในจีนอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ Sumitomo/JX Metals ซึ่งพึ่ง Feedstock จากจีนมากกว่า 90% มี Combined Capacity ลดจากประมาณ 180,000 Wafers/ปี เหลือต่ำกว่า 100,000 Wafers/ปี และ Lead Time ยืดจากไม่ถึง 6 เดือนเป็นประมาณ 18 เดือนจาก China Export Control
📊China Export Controls หลังจีนเพิ่ม InP และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องเข้าสู่รายการควบคุมการส่งออกตั้งแต่ก.พ. 2025 ทำให้ Shipment ไปต่างประเทศต้องได้รับใบอนุญาตและสามารถถูกจำกัดทั้ง Quota และ Timing; แม้ Beijing Tongmei ของ AXT จะได้รับ Export License ในเดือนมิ.ย. แต่ปริมาณที่อนุมัติต่ำกว่าคาดจนกระทบรายได้ ขณะที่ใน 2Q26 AXT ย้ำว่าแม้มี Demand และ Capacity เพียงพอ การส่งมอบนอกจีนก็ยังขึ้นกับการอนุมัติของรัฐบาลจีน นอกจากนี้จีนยังขยายการควบคุมขึ้นไปถึง Indium ต้นน้ำ โดยจำกัดปริมาณที่ส่งออกได้ราว 30% ของผลผลิตและเข้มงวดกับ High-purity 6N+ Indium ทำให้จีนมีอำนาจควบคุม Supply ตั้งแต่วัตถุดิบ นอกจากนี้เมื่อต้นเดือน Aug ที่ผ่านมา มีข่าวลือว่าทาง US FCC (Federal Communications Commission) กำลังพิจารณาในการควบคุมการนำเข้า Chinese Optical Transceiver ด้วยเช่นกัน ยิ่งทำให้อุตสาหกรรม Optical Interconnect มีความเสี่ยงในเรื่องของ Supply Shortage ในอนาคต
📊นอกจากนี้เมื่อวันที่ 20 Aug ที่ผ่านมา SKHY ผู้ผลิต Memory รายใหญ่ของโลกได้ออก Technology Roadmap ที่จะใช้ CPO โดย SK Hynix มองว่า AI Infrastructure กำลังชน “Bandwidth Wall” เพราะพลังประมวลผลเพิ่มเร็วกว่าความเร็วการเชื่อมต่ออย่างมาก โดย Compute Throughput เพิ่มราว 3 เท่าทุก 2 ปี ขณะที่ Interconnect Bandwidth เพิ่มเพียงประมาณ 1.4 เท่า ทำให้ Copper-based Electrical Interconnect เริ่มเป็นข้อจำกัดจาก Signal Loss และ Power Consumption ที่สูงขึ้นเมื่อระยะทางเพิ่มขึ้น; งานวิจัยจึงเสนอ CPO เป็นโครงสร้างหลักของ AI System รุ่นถัดไป ด้วยการนำ Optical Transceiver เข้าใกล้ Processor เพื่อลดระยะ Electrical Path และใช้แสงส่งข้อมูลต่อ โดยตั้งเป้า Bandwidth มากกว่า 100 Tb/s ต่อ Node, Energy Consumption ต่ำกว่า 1 Pj/bit และ Chip-to-chip Latency ต่ำกว่า 10 ns. และ ระยะยาว SK Hynix มองว่า Photonics จะไม่ได้หยุดอยู่แค่ Network ระหว่าง GPU หรือระหว่าง Rack แต่จะขยายเข้าไปถึง Memory Interface ด้วย ผ่าน Photonic Interposer ที่เชื่อม Processor/XPU กับ Memory Pool โดยตรง ทำให้ Accelerator หลายตัวสามารถแชร์ Memory Pool ขนาดใหญ่และลดข้อจำกัดของ Electrical I/O รอบ Compute Chip สะท้อนภาพ Demand ของ CPO ทั้ง Silicon Photonic และ ELS กำลังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2H27 เป็นต้นไป
📊สอดคล้องกับสิ่งที่ LITE พูดใน Earnings Call ล่าสุดว่าจะเริ่มส่งมอบ UHP Laser Chip สำหรับ CPO ในช่วง 2H27 เพื่อ Deployment ในปี 2028 กำลังเร่งขยาย Capacity ของ Greensboro Fab สำหรับการผลิต InP Wafer ให้ทันในช่วงต้นปี 2028 นอกจากนี้ยังย้ำว่า EML 200G ที่ใช้ใน Optical Transceiver จะเริ่มมีสัดส่วนเกิน 50% ของ Volume Ship ภายในปี 2027 เพื่อเร่งเปลี่ยนผ่านไปยัง 1.6T Transceiver ตามแผน และสำหรับ COHR ยืนยันว่ากำลังจะเพิ่ม Output Capacity ของ InP เป็น 2 เท่า YoY ให้เสร็จภายในสิ้นไตรมาสนี้ 3Q26FY ซึ่งเร็วกว่าแผนเดิม 1 ไตรมาส และวางแผนจะเพิ่มเป็น 2 เท่าอีกครั้งภายในสิ้นปี 2027CY โดยจะเน้นไปยังการผลิต 6 Inch Wafer ที่จะทำให้ Output มากกว่า 3-Inch ถึง 4 เท่า และต้นทุนลดลงเกือบครึ่งนึง และยังคงมุมมองเดิมที่มองไว้ว่า รายได้ CPO สำหรับ Scale-up จะเริ่มไหลเข้ามาใน 2H27 และ CPO ที่กำลัง Ramp อยู่ตอนนี้จะเข้าสู่ Scale-out Application ก่อน ซึ่ง PO ปัจจุบันของ COHR และ LITE ได้ขายสินค้าครอบคลุมในปี 2027 ไปแล้วและกำลังคุยถึง Demand ในปี 2028 แล้วเช่นกัน โดย Guidance สำหรับรายได้และกำไรไตรมาสหน้าของ LITE จะเติบโตที่ระดับ 139% และ 294% ตามลำดับ และสำหรับ COHR ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้และกำไรที่ระดับ 52% และ 109% ตามลำดับสะท้อนภาพ Acceleration Growth ได้เป็นอย่างดี
💡 กองทุนแนะนำ
LHCOPPER
กองทุนหุ้นเหมืองทองแดง ลงทุนผ่าน Global X Copper Miners ETF (COPX)
📌จุดเด่นกองทุน
✅ลงทุนผ่านกองทุนหลัก Global X Copper Miners ETF (COPX) กระจายการลงทุนในบริษัทเหมืองทองแดงชั้นนำทั่วโลกกว่า 40 บริษัท มูลค่าทรัพย์สินสุทธิกว่า 7.97 พันล้านดอลลาร์ฯ อ้างอิงดัชนี Solactive Global Copper Miners Total Return Index
✅ทองแดงเป็นวัตถุดิบสำคัญของการเปลี่ยนผ่านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยคาดการณ์ความต้องการใช้ทองแดงทั่วโลกอาจเพิ่มขึ้นจาก 28 ล้านตันในปี 2025 เป็น 42 ล้านตันภายในปี 2040 ขณะที่อุปทานอาจขยายตัวไม่ทันความต้องการ
✅ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 76.50% และเฉลี่ย 3 ปีล่าสุดอยู่ที่ 29.68% ต่อปี (NAV) สะท้อนวัฏจักรขาขึ้นของราคาทองแดงและหุ้นเหมืองที่เกี่ยวข้อง
✅หุ้นในพอร์ตซื้อขายที่ Forward P/E 19.89 เท่า (ปี 2026) ลดลงจาก 30.76 เท่าในปี 2025 สะท้อนกำไรที่คาดว่าจะเติบโตแรง อย่างไรก็ตาม กองทุนมีความผันผวนสูง (Standard Deviation 29.2%) และมีค่า Beta เทียบ S&P 500 สูงถึง 2.29 เท่า เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงเท่านั้น
✅กระจายการลงทุนในบริษัทเหมืองทองแดงชั้นนำจากหลายภูมิภาค ทั้งอเมริกาเหนือ ยุโรป ออสเตรเลีย และละตินอเมริกา ช่วยลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในประเทศใดประเทศหนึ่ง
🎖️AI Data Center คือแรงขับเคลื่อนใหม่ของดีมานด์ทองแดง — S&P Global ระบุ Hyperscaler ใช้เงินลงทุนกว่า 400,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 และวางแผนรวมกว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ดีมานด์ทองแดงจาก Data Center จะเพิ่มจาก 1.1 ล้านตัน (2025) เป็น 2.5 ล้านตัน (2040) โดย AI Training Data Center ในจีนมีความเข้มข้นการใช้ทองแดงสูงสุด 47 ตันต่อเมกะวัตต์ ขณะกำลังผลิตใหม่จะเพิ่มราว 30 กิกะวัตต์ต่อปีถึงปี 2030 หนุนดีมานด์ทองแดงระยะยาว
🎖️ทองแดงยังเผชิญ Supply Deficit เชิงโครงสร้าง S&P Global คาดว่าหากไม่มีการขยายกำลังผลิตเหมืองใหม่อย่างมีนัยสำคัญ จะเกิด Supply Shortfall ราว 10 ล้านตันภายในปี 2040 ขณะที่ Primary Mined Supply มีแนวโน้มแตะจุดสูงสุดที่ 27 ล้านตันในปี 2030 ก่อนลดลงเหลือ 22 ล้านตัน ส่วนการรีไซเคิลช่วยได้อย่างมากที่สุดเพียง 1 ใน 4 ของดีมานด์รวม ไม่สามารถทดแทน Primary Supply ได้
Source: KS Research, KS Mutual Fund as of 24/08/2026

📲เปิดพอร์ตลงทุนกองทุนรวมกับ KS ลงทุนได้หลากหลาย บลจ. >> https://ksecurities.co/Open-Account_Fund
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #KSecurities #หลักทรัพย์กสิกรไทย #กองทุน #ผลตอบแทน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #FUND #กลยุทธ์การจัดพอร์ต
คำเตือน: กองทุนที่แนะนำเป็นความเห็นส่วนบุคคลของนักวิเคราะห์ โดยวิเคราะห์จากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าน่าเชื่อถือซึ่งปรากฎขณะจัดทำที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละขณะเวลา KS หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องอาจมีธุรกรรมที่มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์นี้ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษา Factsheet และหนังสือชี้ชวนเพื่อทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง โดยพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนสามารถขอรับได้จากผู้แนะนำการลงทุน หรือดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของบริษัทจัดการกองทุน (บลจ.)
ภาษาไทย
English