KS: KS FUND TOP PICK 13-17 ก.ค. 2026
📌เกาะติดเงินเฟ้อ US และถ้อยแถลง FED ท่ามกลางกระแสเงินทุนไหลเข้า
📊ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงมีแรงหนุนต่อเนื่องในสัปดาห์ที่ผ่านมา นำโดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ท่ามกลางกระแสการลงทุนในธีม AI ที่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาด สะท้อนผ่านกลุ่มเทคโนโลยี ที่ปรับตัวขึ้น +3% และกลุ่มพลังงาน +3.1 ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นราว 5% หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดอีกครั้งจากข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยังมีความเปราะบาง ขณะที่ประเด็นเด่นสุดสัปดาห์คือการเข้าซื้อขายวันแรกใน Nasdaq ของ SK Hynix ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่จากเกาหลีใต้ ซึ่งระดมทุนได้ราว 2.65 หมื่นล้านเหรียญ นับเป็นหนึ่งใน IPO ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยราคาหุ้นพุ่งขึ้นกว่า 13% ในวันแรก ตอกย้ำว่าเม็ดเงินลงทุนยังคงไหลเข้าสู่ธีม AI Supercycle อย่างต่อเนื่อง
📊สวนทางกับภาพตลาดหุ้น ฝั่งตลาดพันธบัตรยังคงตึงตัว โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับขึ้น 9bps สู่ระดับ 4.57% หลังรายงานการประชุม FED เดือน มิ.ย. บ่งชี้ว่าคณะกรรมการมองเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นและยังอยู่เหนือเป้าหมายที่ 2% อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังขยายตัวได้ดี ซึ่งจุดนี้ทำให้ตลาดเริ่มให้น้ำหนักกับโอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เร็วสุดในการประชุมเดือน ก.ย. ตามข้อมูล CME Fed Watch ซึ่งเป็นภาพที่ต่างจากช่วงต้นปีอย่างชัดเจน ดังนั้นแนะจับตาถ้อยแถลงนโยบายการเงินต่อสภาคองเกรสครั้งแรกของ Kevin Warsh ประธาน FED คนใหม่ ในวันอังคารนี้ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการคาดการณ์ดอกเบี้ยในช่วงถัดไป
📊ส่วนในสัปดาห์นี้ ประเด็นสำคัญที่ควรติดตามคือการรายงานเงินเฟ้อสหรัฐฯ โดย US CPI เดือน มิ.ย. จะประกาศในวันอังคารที่ 14 ก.ค. ซึ่งเป็นข้อมูลเงินเฟ้อตัวสุดท้ายก่อนการประชุม FOMC ปลายเดือนนี้ (28–29 ก.ค.) โดยตลาดคาด Headline ชะลอลงสู่ +3.8% YoY จาก +4.2% YoY ในเดือน พ.ค. ตามราคาน้ำมันเบนซินขายปลีกที่ลดลงราว 10% สูงเป็นอันดับ 4 ในรอบทศวรรษ จนตัวเลขรายเดือนมีโอกาสออกมาติดลบเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน อย่างไรก็ดี ประเด็นที่สำคัญไม่ได้อยู่ที่ Headline แต่อยู่ที่ Core CPI ซึ่งคาดเร่งขึ้นสู่ +0.2% MoM คงระดับ +2.8% YoY
📊สะท้อนว่าเงินเฟ้อพื้นฐานยังไม่มีสัญญาณคลี่คลายแม้ราคาพลังงานจะพักตัว ซึ่งสอดคล้องกับท่าทีของ FED ในการประชุมเดือน มิ.ย. ที่ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อปีนี้ขึ้นแรงสู่ 3.6% จาก 2.7% พร้อมขยับ Dot plot ขึ้นเป็น 3.8% โดยปัจจุบัน Fed Watch สะท้อนโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย. เป็นต้นไป ดังนั้นหาก Core CPI ออกมาสูงกว่าคาดท่ามกลางตลาดแรงงานที่ชะลอตัวลง (การจ้างงาน มิ.ย. เพียง 5.7 หมื่นตำแหน่ง) ความกังวลภาวะ Stagflation อาจกลับมากดดันสินทรัพย์เสี่ยงได้อีกครั้ง
📊ด้านผลประกอบการ สัปดาห์นี้ถือเป็นการเปิดฤดูกาลรายงานงบ 2Q69 อย่างเป็นทางการ โดยกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ทั้ง JPMorgan, Goldman Sachs, Citigroup, Wells Fargo และ Bank of America จะรายงานพร้อมกันในวันอังคาร ตามด้วย BlackRock และ Morgan Stanley ในวันพุธ ซึ่งมุมมองต่อคุณภาพสินเชื่อและกำลังซื้อผู้บริโภคจากกลุ่มธนาคารจะเป็นตัวทดสอบสมมติฐาน Soft Landing ของตลาดโดยตรง ขณะที่ฝั่งเซมิคอนดักเตอร์แนะเกาะติด ASML ที่จะรายงานงบวันพุธ โดยตลาดคาดกำไรต่อหุ้นที่ +16% YoY และTSMC ที่จะรายงานงบ 2Q69 ในวันที่ 16 ก.ค. ซึ่งทั้งสองบริษัทถือเป็นมาตรวัดสำคัญว่าอุปสงค์ AI ยังแข็งแกร่งเพียงพอที่จะรองรับ Valuation ของกลุ่มที่อยู่ในระดับสูงได้หรือไม่ ปิดท้ายด้วย Netflix ที่จะรายงานงบช่วงเย็นวันพฤหัสฯ โดยตลาดคาดรายได้ +14%YoY รวมถึง Johnson & Johnson และ UnitedHealth ในกลุ่ม Healthcare
📌2 สัปดาห์ที่ผันผวนของ META มองเป็นโอกาสในการลงทุนระยะยาว
📊Meta ปรับตัวขึ้น 20% จาก bottom ในสัปดาห์ก่อนที่ผ่านมา โดยมีพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ เรามองว่าการปล่อยเช่า Computing Cloud เป็นเพียงการ Monetization คล้ายกับ AWS ของ AMZN, Azure หรือ GCP และ Neocloud อื่นๆ ไม่ได้บ่งชี้ถึงภาวะ Oversupply และมองเป็นโอกาสการลงทุนระยะยาว ซึ่งเมื่อวันที่ 8 Jul ทาง Meta มีการประกาศลงทุน AI Data Center เพิ่มเป็นแห่งที่ 33 ที่ Canada จำนวน 1 GW มีมูลค่าการลงทุนราว CAD13bn และจะใช้เงินอีกราว CAD60mn เพื่อลงทุนด้าน Infrastructure โดยเฉพาะน้ำและไฟฟ้า และ วันที่ 9 Jul ที่ผ่านมา Meta มีการออก Internal Memo ที่ระบุบแผนธุรกิจว่าในปี 2026 จะมีการสร้าง Data Center จำนวน 7GW โดยใน 1H69 จะมี 1GW และใน 2H69 จะเพิ่มอีกอย่างน้อย 5.5GW จากเงินลงทุนทั้งหมดราว USD145bn ในปีนี้ นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มในการเร่งสร้าง Compute capacity เพิ่มเป็น 14GW ในปี 2570 ในปีหน้าซึ่งคาดว่า Meta จะมีการประกาศเพิ่ม CAPEX อย่างมีนัยสำคัญในช่วง 2H69 ของปีนี้ ข่าวนี้ที่ออกมากสะท้อนความกังวลเกินไปในสัปดาห์ก่อนได้อย่างดีที่ตลาดกังวลว่า Meta กำลัง Overbuild Data Center หรือไม่? ทำให้ Capacity เหลือจนต้องออกมาปล่อยเช่าทำแบบ Neocloud ซึ่งการเร่งลงทุนต่อเนื่องของ Meta แสดงให้เห็นชัดเจนว่า AI Data Center ยังคงขาดแคลนอีกมากและการประกาศเปิดให้ External Customer เข้ามาใช้บริการ Cloud ได้เพื่อจะ Monetization ของ GPU รุ่นเก่า เพื่อลดภาระทางการเงินของบริษัทและเป็นการหารายได้ช่องทางใหม่เช่นกัน
📊โดย Meta กำลังพัฒนา ASICs Chip ของตัวเองชื่อรุ่น “Iris” เป็น Chip รุ่นที่ 4 สำหรับ MTIA (Meta Training and Inference Accelerators) ที่สร้างขึ้นมาภายในเพื่อลดการพึ่งพิง Accelerator ทั้ง Nvidia และ AMD ในระยะยาวและเป็นการลดต้นทุนด้วยเช่นกัน ซึ่งจะเป็นการร่วมพัฒนากับ Broadcom (AVGO) และให้ TSMC เป็นผู้ผลิต และในอนาคตคาดว่าจะได้เห็นการพัฒนา In-house Chip มากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ Meta ได้มีการ Secured Long-Term Agreement Supply สำหรับ Memory และ Storage ไว้แล้วเพื่อลดปัญหาด้าน Component Shortage ด้วย นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัว Muse Spark 1.1 AI Model ที่เน้นกลุ่มลูกค้าคือ Developer มี Pricing Structure ที่ค่อนข้าง Aggressive โดย Meta จะคิดผ่าน API ที่ USD1.25/million Input Tokens และ USD4.25/million Output Tokens เมื่อเทียบกับเจ้าตลาดอย่าง Anthropic สำหรับ Model Opus 4.8 ที่ Meta ใช้เป็นคู่เทียบเก็บอยู่ที่ระดับ USD5/million input tokens ขณะที่จะเก็บ USD25/million Output Tokens ซึ่ง Muse Spark ของ Meta จะถูกกว่าประมาณ 3-4 เท่า ส่งผลให้เราคิดว่าจะสามารถดึง Potential Developer ที่มี Price Conscious และไม่ได้ใช้ Compute หนักมาเป็นลูกค้าได้ในอนาคต
📊Our Take: เรามองว่าปัจจุบันตลาดยังไม่เชื่อว่า META จะสามารถสร้างรายได้จาก AI Investment ได้คุ้ม ROI อย่าง Google และ Amazon แต่เราคาดว่าการทยอยเริ่มปล่อย Excess Capacity ของ Idle Chip ให้ External Customer ใช้จะเป็นอีก Revenue Stream นอกเหนือจากการเร่งตัวขึ้นของรายได้ Ads ที่สามารถใช้ประโยชน์จาก AI ในการทำ Ranking System สามารถเร่งรายได้โฆษณากลับมาโตได้ในระดับ 30% นอกจากนี้ด้วย Valuation ที่ต่ำสุดในกลุ่ม Cloud Titan เรามองเป็นโอกาสในการลงทุนระยะยาว
💡 𝐈𝐦𝐩𝐥𝐢𝐜𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧
𝐁𝐮𝐲 𝐥𝐢𝐬𝐭𝐬
𝐒𝐚𝐭𝐞𝐥𝐥𝐢𝐭𝐞 𝐩𝐨𝐫𝐭 (สำหรับช่วง 6-12 เดือน)
✅𝐀-𝐆𝐑𝐈𝐃: กองทุนหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานการผลิตไฟฟ้า ที่ได้ประโยชน์จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เร่งตัวขึ้น หนุนโดย AI และ Reshoring โดยกองทุนลงทุนผ่าน First Trust Nasdaq Clean Edge Smart Grid Infrastructure (GRID) ที่เน้นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ไฟฟ้า ระบบการจัดการพลังงาน การขยายโครงข่ายไฟฟ้า ผู้รับเหมาก่อสร้างโครงข่ายไฟฟ้า และระบบระบายความร้อนใน data center
✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ GRID (ETF) มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า
✅𝐊𝐊𝐏 𝐓𝐄𝐂𝐇-𝐔𝐇: กองทุนหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ลงทุนผ่าน iShares Expanded Tech (IGM) ที่ล่าสุด ปรับตัวลง -1.19% หลัง Bond yield ปรับขึ้นจากมุมมองดอกเบี้ยสูงนาน (higher-for-longer) หลัง Fed ยังไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย ขณะที่ ราคาพลังงานจากความตึงเครียดตะวันออกกลางเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ ทำให้ valuation ของหุ้นเทคถูกกดดัน แม้ปัจจัยพื้นฐาน AI ยังแข็งแกร่งก็ตาม
✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ IGM (ETF) มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามตัวเลข Macro อย่าง Manufacturing และ Services PMI และความเห็นของกรรมการเฟด
✅𝐀𝐒𝐏-𝐍𝐆𝐅: กองทุนหุ้นญี่ปุ่น ลงทุนผ่าน Eric Sturdza Nippon Growth โดยสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนี Topix -0.54% จาก แรงกดดัน global risk-off และ bond yield โลกที่ปรับขึ้น ซึ่งกด sentiment ตลาดโดยรวม แม้ BOJ จะคงดอกเบี้ย แต่การส่งสัญญาณว่าอาจขึ้นต่อ ทำให้สภาพคล่องตึงขึ้นเล็กน้อย และเป็นอีกปัจจัยที่จำกัด upside ของตลาดในระยะสั้น
✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Topix มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามผลการเจรจาค่าจ้างประจำปี Shunto
✅𝐌𝐈𝐍𝐃𝐈𝐀: กองทุนหุ้นอินเดีย ลงทุนผ่าน Jupiter India Select Fund โดยสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนี Nifty 50 -0.16% ค่อนข้างทรงตัว เนื่องจาก ปัจจัยภายในยังแข็งแรงช่วยพยุงตลาด แต่ถูกกดดันบางส่วนจาก sentiment global risk-off และราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นลบต่อประเทศผู้นำเข้าน้ำมันอย่างอินเดีย
✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Nifty 50 มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตาม Manufacturing และ Services PMI
✅𝐒𝐂𝐁𝐊𝐄𝐐𝐓𝐆: กองทุนหุ้นเกาหลีใต้ ลงทุนผ่าน iShares MSCI South Korea (EWY) ที่ล่าสุดปรับตัวขึ้น +1.31% จาก แรงหนุนจากกลุ่ม semiconductor โดยเฉพาะ Samsung และ SK Hynix หลังตลาดตอบรับเชิงบวกต่อแนวโน้ม AI และ HBM จากงาน GTC ของ Nvidia ทำให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก memory cycle แม้ภาพรวมตลาดโลกจะเป็น risk-off ก็ตาม
✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Kospi มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือน

📲เปิดพอร์ตลงทุนกองทุนรวมกับ KS ลงทุนได้หลากหลาย บลจ. >> https://ksecurities.co/Open-Account_Fund
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #KSecurities #หลักทรัพย์กสิกรไทย #กองทุน #ผลตอบแทน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #FUND #กลยุทธ์การจัดพอร์ต
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English