KS: EASTW หุ้นเด่นเดือน ส.ค.

KS: EASTW หุ้นเด่นเดือน ส.ค.

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
16 ส.ค. 2569
ย้อนกลับ

🚰 KS: EASTW หุ้นเด่นเดือน ส.ค.

มีโอกาสพลิกฟื้นจากความต้องการน้ำดิบและน้ำเพื่อภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ EEC

💦 EASTW เป็นหุ้น Turnaround ที่มีความเสี่ยงสูงแต่ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า หากการขยายตัวของศูนย์ข้อมูลในประเทศไทยเป็นไปตามคาด โดยความต้องการน้ำดิบและน้ำเพื่อภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ EEC จะช่วยให้ปริมาณขายและส่วนแบ่งตลาดกลับมาฟื้นตัว ขณะที่การลงทุนขนาดใหญ่ได้เสร็จสิ้นแล้ว โครงสร้างต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ และการลดลงของภาระหนี้ จะช่วยสร้าง Operating Leverage ที่แข็งแกร่ง ซึ่งสนับสนุนให้กำไรสุทธิเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ราว 41% ในช่วงปี 2570–2573

💦 เราคาดว่า EASTW จะเป็นหุ้น Turnaround ที่ได้รับประโยชน์จากเมกะเทรนด์ดังกล่าว โดยเชื่อว่าผลประกอบการได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมาเกิดจากการที่ EASTW สูญเสียสิทธิในการบริหารท่อส่งน้ำระยะทาง 136 กม. ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2537 ให้แก่ วงษ์สยามก่อสร้าง (Vongsayam) ซึ่งเป็นผู้ชนะสัญญาสัมปทานระยะเวลา 30 ปี เมื่อต้นปี 2566 ส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงลงมาแตะ 1.60 บาท/หุ้น ขณะที่กำไรสุทธิลดลงจาก 1 พันลบ. ในปี 2564 เหลือเพียง 13 ลบ. ในปี 2568 และปริมาณจำหน่ายน้ำดิบลดลงจาก 230 ล้านลูกบาศก์เมตร เหลือ 143 ล้านลูกบาศก์เมตร อย่างไรก็ตาม EASTW ได้ลงทุนราว 6–7 พันลบ. เพื่อก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำทดแทน ซึ่งแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2567 และพร้อมให้บริการลูกค้า ปัจจุบันส่วนแบ่งตลาดของ EASTW ลดลงจากการมีสถานะเกือบผูกขาดเหลือประมาณ 60% ขณะที่ Vongsayam และ Y.S.S.P. มีส่วนแบ่งตลาดรวมกันประมาณ 20% จากปริมาณจำหน่ายน้ำ 73 ล้านลูกบาศก์เมตร เราเชื่อว่ารอบการลงทุนขนาดใหญ่ของ EASTW ได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และในระยะถัดไปปริมาณขายจะทยอยฟื้นตัว โดยการพัฒนา ศูนย์ข้อมูล ในพื้นที่ EEC จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเติบโต ซึ่ง EASTW อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบในการได้รับประโยชน์จากแนวโน้มดังกล่าว ในระยะสั้น กำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 59 ลบ. แม้ว่าการปรับตัวดีขึ้นส่วนใหญ่จะมาจากค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่ลดลง หลังบริษัทขยายอายุการใช้งานของระบบท่อส่งน้ำจาก 40 ปี เป็น 60 ปี แต่เราเชื่อว่าการฟื้นตัวของกำไรจะช่วยสนับสนุนความเชื่อมั่นเชิงบวกต่อราคาหุ้นในระยะสั้นได้

💦 ศูนย์ข้อมูลจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนปริมาณขายที่แท้จริงของ EASTW เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี ทั้งในส่วนของน้ำดิบและน้ำเพื่อภาคอุตสาหกรรม เราคาดว่ากำลังการรองรับศูนย์ข้อมูลของไทยจะเพิ่มขึ้นจาก 600MW ในปี 2568 เป็น 5GW ในปี 2573 โดยสมมติให้ 75% ของกำลังการผลิตตั้งอยู่ในพื้นที่ EEC ข้อมูลจาก BOI ระบุว่า ปัจจุบันมีโครงการที่ยืนยันการลงทุนแล้วรวม 2.6GW มูลค่า 4.72 แสนลบ. และมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในช่วง 3M69 อยู่ที่ 8.74 แสนลบ. เทียบกับ 7.39 แสนลบ. ตลอดปี 2568 เราคาดว่าอัตราการใช้น้ำจะอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อ 100MW ของกำลังการผลิตใหม่ คิดเป็นความต้องการใช้น้ำดิบเพิ่มขึ้นราว 29 ล้านลูกบาศก์เมตร ในปี 2571 และ 96 ล้านลูกบาศก์เมตร ในปี 2573 ขณะเดียวกัน เราคาดว่า EASTW จะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจาก 60% เป็น 70–75% ภายในปี 2573 จากการมีโครงข่ายท่อส่งน้ำครอบคลุม 553 กม. และกำลังการผลิตรวม 500 ล้านลูกบาศก์เมตร สูงกว่าคู่แข่งอย่าง Vongsayam (132 ล้านลูกบาศก์เมตร) และ Y.S.S.P. (73 ล้านลูกบาศก์เมตร) อีกทั้งทั้งสองบริษัทยังมีภาระหนี้ในระดับสูง เราประเมินว่าปริมาณจำหน่ายน้ำดิบของ EASTW จะเพิ่มขึ้นจากศูนย์เป็น 20 ล้านลูกบาศก์เมตร ในปี 2571 และ 54 ล้านลูกบาศก์เมตร ในปี 2573 ส่งผลให้ปริมาณจำหน่ายน้ำดิบรวมกลับขึ้นสู่ระดับ 200 ล้านลูกบาศก์เมตร ภายในปี 2573 นอกจากนี้ เราคาดว่าธุรกิจน้ำเพื่อภาคอุตสาหกรรมจะเติบโตตามการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล ผ่านบริษัทร่วมทุน EWS (EASTW ถือหุ้น 60% และ STECON ถือหุ้น 40%) ซึ่งได้ลงนามสัญญาจัดหาน้ำให้กับ Bridge Data Centers ปริมาณ 3.3 ล้านลูกบาศก์เมตร ภายใต้สัญญาแบบ Take-or-Pay ระยะเวลา 10 ปี ในอัตราค่าน้ำ 25 บาท/ลูกบาศก์เมตร สูงกว่าอัตราปกติของ EASTW สำหรับน้ำอุตสาหกรรมที่ 14 บาท/ลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้รายได้ส่วนแบ่งกำไรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 3 ลบ. ในปี 2569 เป็น 30 ลบ. ในปี 2574 ภายใต้สมมติฐานที่มีเพียง 10% ของ ศูนย์ข้อมูล ตั้งอยู่นอกนิคมอุตสาหกรรม

💦 Operating Leverage จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนกำไร เราคาดว่าต้นทุนคงที่ ประกอบกับการสิ้นสุดรอบ CAPEX ขนาดใหญ่ และการลดภาระหนี้ จะช่วยผลักดันกำไรให้กลับสู่ระดับสูงสุดภายในปี 2575 โดยเราคาดว่าสัญญาจำหน่ายน้ำประปาซึ่งจะหมดอายุในปี 2573 จะได้รับการต่ออายุ แม้อัตราขายน้ำเฉลี่ย (ASP) จะลดลงราว 40% โครงสร้างต้นทุนของ EASTW เอื้อต่อการเติบโตของกำไร เนื่องจากต้นทุนประมาณ 70% เป็นต้นทุนคงที่และส่วนใหญ่เป็นค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ขณะที่ต้นทุนน้ำดิบและค่าไฟฟ้าไม่ได้เพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนเดียวกับปริมาณขาย นอกจากนี้ หลังจากการลงทุนขนาดใหญ่ในช่วงปี 2567–2568 เพื่อก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำทดแทน เราคาดว่า EASTW จะใช้งบลงทุนเพียงประมาณ 300 ลบ./ปี สำหรับการบำรุงรักษา ขณะที่กลยุทธ์ลดภาระหนี้จะช่วยลดดอกเบี้ยจ่ายจาก 518 ลบ. ในปี 2568 เหลือประมาณ 270 ลบ. ในปี 2573 ดังนั้น เราคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 41% ในช่วงปี 2570–2573 แม้รายได้จะเติบโตเฉลี่ยเพียง 2–3% ต่อปี โดยหุ้นซื้อขายที่ Forward P/E ปี 2570 ราว 23 เท่า

มุมมอง KS

🚿 แนะนำ “ซื้อ” และ TP ที่ 6.70 บาท เราคาดว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และการขยายตัวของ ศูนย์ข้อมูล จะยังคงเป็นธีมการลงทุนเชิงโครงสร้างที่สำคัญ แม้ตลาดจะเผชิญความผันผวนในระยะสั้น EASTW มีโอกาสพลิกฟื้นจากความต้องการน้ำดิบและน้ำเพื่อภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ EEC

EASTW-1200x1200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #EASTW

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา