♞ KS: Monthly Strategy ความเสี่ยงโลก แต่โอกาสไทย
📌 ปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศยังอยู่ในระดับสูง นักลงทุนยังคงเผชิญปัจจัยกดดันจากต่างประเทศหลายด้าน ได้แก่ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมารุนแรง ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับ AI ความเสี่ยงจากนโยบายภาษีของทรัมป์ และท่าทีที่เข้มงวดมากขึ้นของ Fed โดยการโจมตีของกลุ่มฮูตีได้ส่งผลกระทบต่อการขนส่งพลังงานในตะวันออกกลาง ซึ่งช่วยหนุนราคาน้ำมันและต้นทุนการขนส่ง ขณะที่ความก้าวหน้าด้าน AI ของจีน ผ่าน Kimi K3 ของ Moonshot และการขยายกำลังการผลิตของ CXMT ได้ท้าทายสมมติฐานของตลาดที่เชื่อว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และอำนาจในการกำหนดราคาจะสามารถเติบโตได้อย่างไม่จำกัด แม้เงินเฟ้อของ สหรัฐฯ จะทยอยชะลอลง แต่เราเชื่อว่าการชะลอตัวของเงินเฟ้อเพียงไม่กี่เดือนยังไม่เพียงพอที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประธาน Fed คนใหม่ ดังนั้น รายงานการประชุม FOMC เดือนส.ค. และการประชุม Jackson Hole Symposium อาจตอกย้ำท่าทีที่เข้มงวดของ Fed โดยเฉพาะหากผู้กำหนดนโยบายให้ความสำคัญกับการเพิ่มขึ้นของผลิตภาพจาก AI และอัตราดอกเบี้ยที่เป็นกลางซึ่งมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงอย่างถาวร
📌 ปัจจัยพื้นฐานในประเทศยังคงปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในทางกลับกัน ปัจจัยพื้นฐานภายในประเทศของไทยยังคงปรับตัวดีขึ้นและน่าจะช่วยสนับสนุนตลาดหุ้นไทย แรงกดดันด้านเงินเฟ้อเริ่มผ่อนคลายลงจากปัจจัยด้านต้นทุนที่ทยอยลดลง ขณะที่ GDP ของไทยในไตรมาส 2/2569 แม้อาจชะลอตัวลง แต่คาดว่าจะยังเติบโตได้มากกว่า 2% ซึ่งมีโอกาสสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ ที่สำคัญกว่านั้น กำไรของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 2/2569 ที่ออกมาดีกว่าคาด ได้เพิ่มโอกาสที่จะมีการปรับเพิ่มประมาณการทั้ง SET EPS และ GDP อีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ขณะเดียวกัน กระบวนการจัดทำงบประมาณปี FY2570/71 ยังคงดำเนินไปตามแผน ช่วยลดความไม่แน่นอนด้านนโยบายการคลัง แม้ upside จากมาตรการภาครัฐใหม่ ๆ จะเริ่มมีจำกัด เนื่องจากตลาดได้สะท้อนผลบวกของโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ไปมากแล้ว และมาตรการอื่น ๆ ยังเผชิญความท้าทายด้านการดำเนินงาน แต่เรามองว่าการปรับเพิ่มประมาณการกำไรและการฟื้นตัวของปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดในระยะต่อไป
มุมมอง KS
🎯คาดตลาดจะเข้าสู่ช่วงพักฐานในระยะสั้น แต่แนวโน้มหลักยังคงเป็นขาขึ้น โดยรวมแล้ว เรายังคงระมัดระวังต่อปัจจัยแวดล้อมจากต่างประเทศ ซึ่งอาจยังคงกดดันความเชื่อมั่นของตลาดต่อไป อย่างไรก็ตาม ปัจจัยพื้นฐานภายในประเทศเริ่มเอื้อต่อการลงทุนมากขึ้น ส่งผลให้เรามองว่าแนวโน้มหลักของตลาดหุ้นไทยยังคงเป็นขาขึ้น เราคงเป้าหมาย SET Index กลางปี 2570 ไว้ที่ 1,620 จุด อิงประมาณการ EPS เฉลี่ยปี 2569–70 ที่ 101.1 บาท และ P/E ระยะยาวที่ 16 เท่า เราคาดว่าตลาดจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,600–1,650 จุด ในระยะสั้นระหว่างฤดูกาลประกาศกำไร แต่มีโอกาสปรับขึ้นสู่ระดับ 1,650–1,700 จุด ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับเพิ่มประมาณการกำไรและ GDP มากกว่าการขยายตัวของมูลค่าหุ้น ทั้งนี้ เนื่องจาก P/BV และส่วนชดเชยความเสี่ยงของการลงทุนในหุ้น อยู่ใกล้ระดับมูลค่าที่เหมาะสมในอดีตแล้ว upside ของตลาดในระยะถัดไปจึงน่าจะมาจากการปรับเพิ่มประมาณการกำไรเป็นหลัก เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มธุรกิจที่อิงกับเศรษฐกิจโลกอย่างกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และ วัสดุก่อสร้าง ขณะที่กลุ่มธนาคาร ICT และ การเงิน ยังคงเป็นกลุ่มที่เราแนะนำในฝั่งหุ้นที่อิงปัจจัยในประเทศ จากแนวโน้มปัจจัยพื้นฐานที่ปรับตัวดีขึ้นและอัตราตอบแทนเงินปันผลที่น่าสนใจ หุ้นเด่นประจำเดือนของเรา ได้แก่ DELTA, EASTW, BCH, KKP และ CREDIT

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English