KS: Energy and Petrochemical Sector : จากความขัดแย้งเปลี่ยนเป็นการกลับสู่ปกติ

KS: Energy and Petrochemical Sector : จากความขัดแย้งเปลี่ยนเป็นการกลับสู่ปกติ

วิเคราะห์โดย KS Research Fundamental
21 มิ.ย. 2569
ย้อนกลับ

🛢️ KS: Energy and Petrochemical Sector : จากความขัดแย้งเปลี่ยนเป็นการกลับสู่ปกติ

📌 ลักษณะของกรอบข้อตกลงสันติภาพ สหรัฐฯ และอิหร่านได้ลงนามข้อตกลงสันติภาพในเบื้องต้นเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลางแล้ว อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวดูเหมือนจะเป็นกรอบความร่วมมือชั่วคราวมากกว่า “สนธิสัญญาสันติภาพ” ฉบับสุดท้าย โดยประกอบด้วยการหยุดยิงทันที การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง การผ่อนคลายหรือยกเว้นข้อจำกัดด้านการส่งออกน้ำมันและมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนต่ออิหร่าน การปลดล็อกสินทรัพย์ของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้บางส่วน และการกำหนดระยะเวลาเจรจาเพิ่มเติมราว 60 วัน เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรในวงกว้าง

📌 การกลับสู่ภาวะปกติของอุปทานพลังงาน กรอบข้อตกลงสันติภาพดังกล่าวส่งผลลบต่อตลาดพลังงานอย่างชัดเจน เนื่องจากอาจทำให้อุปทานน้ำมันเพิ่มขึ้นและค่าพรีเมี่ยมจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ลดลง ทั้งนี้ เราคาดว่าราคาน้ำมันดิบไม่น่าจะปรับตัวลงกลับไปสู่ระดับก่อนเกิดความขัดแย้งอย่างรวดเร็ว อย่างน้อยในปี 2569 เนื่องจากสต็อกน้ำมันดิบของโลกยังคงตึงตัว อย่างไรก็ตาม เรามองเห็นความเสี่ยงที่ตลาดน้ำมันดิบอาจต้องเผชิญกับภาวะอุปทานล้นตลาดอย่างรุนแรงในปี 2570 หลังจากที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุเมื่อเร็วๆ นี้ว่าตลาดน้ำมันโลกอาจกลับเข้าสู่ภาวะอุปทานส่วนเกินมากกว่า 5 ล้าน บาร์เรล/วัน ในปีหน้า

📌 ความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนของผู้ผลิตจีนอาจลดลง ในระยะกลางถึงระยะยาว เราคาดว่าการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านจะทำให้ส่วนลดราคาน้ำมันดิบอิหร่านน้อยลง โดยโรงกลั่นอิสระของจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบอิหร่านรายใหญ่ที่สุด (ประมาณ 90%) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการปิโตรเคมีและโรงกลั่นแบบครบวงจร อาจต้องนำเข้าน้ำมันดิบอิหร่านในราคาที่สูงขึ้น ซึ่งจะลดความได้เปรียบด้านต้นทุนของผู้ผลิตเหล่านี้ ทำให้เราอาจเห็นการลดอัตราการใช้กำลังการผลิตหรือการแข่งขันด้านราคาที่ลดลงบ้างจากต้นทุนที่สูงขึ้น

📌 วัฏจักรกลางของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น่าจะมาถึงในปี 2571 การลดลงของอัตราการใช้กำลังการผลิตทุกๆ 5% จะทำให้อุปทานเอทิลีนโลกตึงตัวขึ้นราว 4 ล้านตัน หรือคิดเป็น 30% ของกำลังการผลิตเอทิลีนใหม่ที่คาดว่าจะเข้าสู่ตลาดในปี 2570 เมื่อรวมผลกระทบจากอุปทานที่ลดลงดังกล่าวกับกำลังการผลิตในตะวันออกกลางที่ได้รับความเสียหายราว 9 ล้านตัน การพิจารณาปิดกำลังการผลิต (rationalization capacity) อีก 14 ล้านตัน (ในยุโรป เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) และการเติบโตของอุปสงค์ตามปกิติราว 4-5 ล้านตันต่อปี เราคาดว่าปัจจัยเหล่านี้จะทำให้อุปทานเอทิลีนโลกตึงตัวขึ้นประมาณ 31-33 ล้านตันภายในปี 2571 ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกลับเข้าสู่ระดับวัฏจักรกลาง

มุมมอง KS
⛽คงมุมมอง “เป็นลบ” ต่อกลุ่มพลังงาน และ “เป็นกลาง” ต่อกลุ่มปิโตรเคมี เราคงมุมมองที่เป็นลบต่อกลุ่มพลังงาน (ระยะเวลา 12 เดือน) เนื่องจากความเสี่ยงด้านอุปทานล้นตลาดสำหรับผู้ประกอบการต้นน้ำ และแรงกดดันต่ออัตรากำไรจากผลขาดทุนสต็อกน้ำมันของธุรกิจโรงกลั่น ขณะที่เราคงมุมมองที่เป็นกลางต่อกลุ่มปิโตรเคมี เนื่องจากเส้นทางการฟื้นตัวสู่ระดับวัฏจักรกลางในปี 2571 มีความชัดเจนมากขึ้น ดังนั้น หุ้นเด่นของเรายังคงเป็น PTT SCC SPRC และ OR

หุ้นเด่น
PTT “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 39.90 บาท
SCC “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 248.00 บาท
SPRC “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 7.60 บาท
OR “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 13.30 บาท

Energy-&-Petro-1200x1200.jpg

⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #EnergySector #กลุ่มพลังงาน #ปิโตรเคมี #น้ำมัน #FundFlow #ก๊าซ #PTTGC #PTTEP #TOP #IRPC

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา