KS : Utilities Sector สรุปกำไรไตรมาส 1Q69

KS : Utilities Sector สรุปกำไรไตรมาส 1Q69

วิเคราะห์โดย KS Research Fundamental
14 มิ.ย. 2569
ย้อนกลับ

🔌KS : Utilities Sector สรุปกำไรไตรมาส 1Q69

📌สรุปกำไรไตรมาส 1/2569 กำไรปกติของกลุ่มไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 1.3 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 23% YoY และ 10% QoQ โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของกำไรในวงกว้างของบริษัทหลักส่วนใหญ่ในกลุ่ม GULF และ GPSC รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ขณะที่ RATCH ฟื้นตัวได้ดี QoQ อย่างไรก็ตาม BGRIM และ EGCO ยังคงเผชิญแรงกดดัน

📌GULF มีผลการดำเนินงานโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม โดยมีกำไรปกติเพิ่มขึ้น 34% YoY และ 10% QoQ มาอยู่ที่ 8.7 พันลบ. หนุนจากการจ่ายไฟของโรงไฟฟ้า IPP ที่เพิ่มขึ้น การ COD ของโครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่ และส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC ที่เพิ่มขึ้น GPSC มีผลประกอบการดีกว่าคาด โดยกำไรปกติเพิ่มขึ้น 25% YoY และ QoQ มาอยู่ที่ 1.5 พันลบ. จาก GPM ที่ดีขึ้น และส่วนแบ่งกำไรที่แข็งแกร่งจากโรงไฟฟ้า XPCL ด้าน RATCH มีกำไรปกติเพิ่มขึ้น 38% YoY และ 48% QoQ มาอยู่ที่ 1.3 พันลบ. ได้แรงหนุนจาก RAC การฟื้นตัวของ HKP และส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้น ในทางกลับกัน กำไรปกติของ BGRIM ลดลง 32% YoY เหลือ 507 ลบ. เนื่องจากค่าไฟฟ้าที่ลดลงและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ชดเชยผลบวกจากต้นทุนก๊าซที่ลดลง ขณะที่กำไรปกติของ EGCO ลดลง 40% YoY เหลือ 970 ลบ. จากค่าไฟฟ้าของโครงการ Quezon ที่ลดลง และส่วนแบ่งกำไรที่อ่อนแอลง

📌แนวโน้มไตรมาส 2/2569 ของแต่ละบริษัทมีความแตกต่างกัน แนวโน้มไตรมาส 2/2569 มีความท้าทายสำหรับโรงไฟฟ้า SPP ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะ BGRIM และ GPSC จากต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้นและข้อจำกัดในการปรับขึ้นค่าไฟฟ้า แม้ว่ามาตรการตรึงราคาก๊าซของภาครัฐในช่วงเดือน พ.ค.–ส.ค. จะช่วยได้บางส่วน เราคาดว่า GPSC จะได้รับผลกระทบต่อกำไรประมาณ 300 ลบ. QoQ ขณะที่ BGRIM คาดว่าส่วนต่างกำไร (spark spread) จะยังอยู่เหนือ 1 บาทต่อหน่วย สนับสนุนจากการเจรจาปรับราคาขายไฟฟ้ากับลูกค้าอุตสาหกรรมที่อิงกับต้นทุนก๊าซ เรามองว่า GULF จะยังคงมีผลการดำเนินงานโดดเด่นกว่ากลุ่มในไตรมาส 2/2569 หนุนจากการจ่ายไฟของโรงไฟฟ้า IPP ที่เพิ่มขึ้น การเริ่ม COD ของโครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่ เงินปันผลจาก KBANK ที่คาดอยู่ที่ 2.8 พันลบ. และกำไรจากการขายเงินลงทุนในโครงการ Pak Lay จำนวน 1.9 พันลบ.

📌แนวโน้มการเติบโตในปี 2569 ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในปี 2569 จะประกอบด้วย 1) การขยายกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนของ GULF จากโครงการโซลาร์ฟาร์มและโซลาร์รูฟท็อป 700 MW รวมถึงการรับรู้รายได้จากศูนย์ข้อมูลเต็มปี 2) การฟื้นตัวของโครงการ GHECO1 ของ GPSC ตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป และการประหยัดต้นทุน 3) การ COD ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Nakwol ของ BGRIM (กำลังการผลิต 365 MW ถือหุ้น 49%) ช่วงกลางปี และโครงการศูนย์ข้อมูลในช่วงปลายปี 2569 4) การฟื้นตัวของ HKP และ RAC ของ RATCH และ 5) การฟื้นตัวตามฤดูกาลของ ในระยะยาว upside น่าจะมาจากการลงทุนในธุรกิจศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย ทั้งในรูปแบบการลงทุนโดยตรงและอุปสงค์การใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เราคาดว่า GULF, GPSC และ BGRIM จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากธีมดังกล่าว

🎯มุมมอง KS
👉คงมุมมองเป็นกลางต่อกลุ่ม โดยเลือก GULF เป็นหุ้นเด่นของเรา เราแนะนำให้นักลงทุนเลือกหุ้นอย่างระมัดระวัง โดย GULF ยังคงเป็นหุ้นเด่นของเราในกลุ่ม จากแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งที่สุดในช่วงปี 2569–71 จากการขยายกำลังการผลิตและการเข้าสู่ธุรกิจศูนย์ข้อมูล ซึ่งอาจสร้าง upside ต่อราคาเป้าหมายของเราในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า แม้เราจะเห็นศักยภาพการเติบโตระยะยาวของ GPSC และ BGRIM เช่นกัน แต่เราเชื่อว่าแรงกดดันต่อกำไรในระยะสั้นช่วงไตรมาส 2/2569 จากราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น อาจยังคงกดดันผลการดำเนินงาน

Utilities-Sector-1200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #GULF #GSPC #CKP #UtilitiesSector #โรงไฟฟ้า #สาธารณูปโภค

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา