☀️KS Daily View 07.07.2026 >>> เริ่มมีแรงซื้อกลับหุ้น US Tech คาดกลับมากระตุ้นแรงเก็งกำไรธีม AI มากขึ้น กรอบ SET วันนี้ 1,600-1,630 จุด แนะนำ KCE, SIS
📊แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,616.88 เพิ่มขึ้น 5.60 จุด (+0.35%) แรงซื้อเด่นในกลุ่มโรงไฟฟ้า, ไฟแนนซ์ ขณะที่มีแรงขายในกลุ่มธนาคาร โดยนักลงทุนต่างชาติยังซื้อหุ้นไทยสุทธิอีก 735 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index แกว่งในกรอบ 1,600-1,630 จุด เริ่มมีแรงซื้อกลับในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ หลังมีการปรับฐานแรงในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้นคาดจะเป็นแรงหนุนเชิงบวกต่อโอกาสการฟื้นตัวของหุ้นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ AI โดยสำหรับ SET อาจส่งผลให้มีแรงเก็งกำไรในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์มากยิ่งขึ้น ส่วนด้านตัวเลขเศรษฐกิจ วานนี้สหรัฐฯรายงานดัชนี US ISM ภาคบริการ เดือน มิ.ย. ที่ระดับ 54.0 จุด ลดลงจาก 54.5 จุด ในเดือน พ.ค. แต่เป็นไปตามคาด ส่วนในประเทศ มีการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อไทย เดือน มิ.ย. ที่ +2.42%YoY ลดลงจาก +2.79%YoY ในเดือน พ.ค. หลังจากสถานการณ์ตะวันออกผ่อนคลาย แต่อย่างไรก็ดีสำหรับ Core CPI ไทยเร่งขึ้นและสูงกว่าคาด สะท้อนการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้าต่างๆ โดยเราคาดเงินเฟ้อไทยน่าจะคลี่คลายในชวง4Q26 สำหรับกลยุทธ์การลงทุนยังเน้นการย่อสะสม แนะหุ้นที่คาดหวังผลการดำเนินงานเติบโตเด่น และValuation อยู่ในระดับน่าดึงดูด โดยสำหรับวันนี้แนะนำสะสม KCE, SIS
📉ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
🎯ศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยวันที่ 9 ก.ค. ว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทเพื่อรองรับวิกฤตพลังงานและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยรัฐบาลยืนยันว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ขณะที่หากไม่ผ่านได้เตรียมใช้กลไกPPP และความร่วมมือภาครัฐ-เอกชนเป็นแผนสำรองในการขับเคลื่อนการลงทุนด้านพลังงาน หากศาลรับรอง พ.ร.ก. จะเป็นSentiment บวกต่อหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า พลังงานทดแทน และโครงสร้างพื้นฐาน เช่นGULF, BGRIM, GPSC, WHAUP รวมถึงผู้เกี่ยวข้องกับ Biofuel ขณะที่หากไม่ผ่านอาจทำให้การลงทุนภาครัฐล่าช้า แต่ผลกระทบน่าจะถูกจำกัดจากแผนสำรองผ่าน PPP
🎯ส.อ.ท. ระบุเศรษฐกิจไทยปี 2569 เติบโตแบบ K-Shape โดย GDP และการส่งออกที่ขยายตัวได้แรงมาจากการลงทุนของบริษัทต่างชาติในกลุ่ม AI, Data Center และอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ภาคการผลิตไทย โดยเฉพาะ SMEs และอุตสาหกรรมสิ่งทอ ยังเผชิญกำลังการผลิตต่ำกว่า 60% จากต้นทุนสูงและการแข่งขันจากสินค้านำเข้าราคาถูก พร้อมเรียกร้องให้รัฐเร่งยกระดับศักยภาพแรงงาน วางโรดแมปพลังงาน และสนับสนุนการลงทุนระยะยาว ภาพดังกล่าวยังหนุนการลงทุนแบบ Selective Buy โดยกลุ่ม Data Center, นิคมฯ และโรงไฟฟ้ายังได้อานิสงส์ ขณะที่หุ้น Domestic และ SMEs ยังต้องรอการฟื้นตัวของกำลังซื้อและภาคการผลิตในวงกว้าง
🎯ไทยและมาเลเซียเห็นพ้องเร่งตรวจสอบด้านสารตกค้างและสุขอนามัย เพื่อยกเลิกการระงับนำเข้ากุ้งไทยและฟื้นการค้าภายใน 30 วัน ขณะที่สมาคมกุ้งไทยสนับสนุนให้รัฐบาลเดินหน้าเจรจาทางเทคนิคต่อเนื่องระหว่างการเยือนมาเลเซียวันที่ 8 ก.ค. เพื่อรองรับปริมาณกุ้งที่เพิ่มขึ้นหลังสิ้นสุดมาตรการปิดอ่าว หากการเจรจาประสบความสำเร็จ จะเป็นSentiment บวกต่อกลุ่มส่งออกอาหารทะเลและผู้ประกอบการกุ้งของไทย จากการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อและการระบายผลผลิตได้ดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี
🎯FETCO เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับขึ้นสู่ระดับ "ร้อนแรง" ที่ 123.77 โดยได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ การคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างประเทศ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ขณะที่นักลงทุนสถาบันและต่างชาติยังมีมุมมองเชิงบวก สอดคล้องกับกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าตลาดหุ้น ส่วนกลุ่มพาณิชย์เป็นหมวดที่ได้รับความสนใจมากที่สุด ขณะที่เศรษฐกิจยุโรปยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ โดยดัชนีความเชื่อมั่นที่ฟื้นตัวและ Fund Flow ต่างชาติที่แข็งแกร่งยังเป็นปัจจัยบวกต่อ SET โดยเฉพาะหุ้น Domestic Play และกลุ่มค้าปลีกที่ได้อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
Daily picks
KCE: ราคาพื้นฐาน 45.00 บาท
📈ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงช่วยลดต้นทุนสารเคมีซึ่งคิดเป็นราว 33% ของ COGS และคาดเริ่มเห็นผลบวกชัดเจนตั้งแต่ปลาย 3Q69 เป็นต้นไป
📈การปรับขึ้นราคาขาย 10-15% ผสานอุปทาน PCB ที่ตึงตัวและอุปสงค์จากทั้ง AI และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยหนุนGPM ฟื้นสู่ระดับมากกว่า 25% ใน 2H69
📈คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายเป็น 45 บาท แรงหนุนจาก Margin ที่ดีขึ้นและการควบคุมต้นทุน พร้อมมอง Valuation ยังน่าสนใจเมื่อเทียบกับหุ้นในกลุ่มเดียวกัน
SIS: ราคาพื้นฐาน 25.35 บาท
📈คาดกำไร 2Q26 เติบโตแข็งแกร่งที่ระดับ 272 ลบ. (+12% YoY และ +40% QoQ) จากยอดขายโซลูชันกลุ่ม Commercial และ Enterprise ที่ยังแข็งแกร่ง และ คาด GPM จะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องในช่วงไตรมาสที่เหลือของปี 2569
📈ยอดขายสินค้ากลุ่ม Commercial และ Consumer ที่เพิ่มขึ้น จากแรงสนับสนุนของการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ รวมถึงยอดขายสมาร์ตโฟนที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดตัวสินค้าใหม่ จะช่วยชดเชยผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาสมาร์ตโฟนได้
📈ปัจจุบันเทรดที่ระดับ PE เพียง 8.2 เท่า ผสานอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ระดับ 6%
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
✅วันอังคาร ติดตามการประชุม ครม และดุลการค้าสหรัฐฯ เดือน พ.ค. คาดขาดดุล -$78.5 bn.
✅วันพุธ ติดตามรายงานการประชุม FED รอบล่าสุด และสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐฯรายสัปดาห์
✅วันพฤหัส ติดตามดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทย เดือน มิ.ย. ส่วนทางด้านสหรัฐฯ จับจาตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการครั้งแรกรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ คาดที่ 2.2 แสนตำแหน่ง เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 2.15 แสนตำแหน่ง, ยอดขายบ้านมือสองสหรัฐฯ เดือน มิ.ย. คาดที่ +0.9%MoM ลดลงจาก +3.2%MoM ในเดือนก่อนหน้า ทางฝั่งจีนติดตาม ดัชนี PPI ของจีน เดือน มิ.ย. คาดที่ +4.2%YoY จาก พ.ค. ที +3.9% และดัชนี CPI จีน มิ.ย. คาดที่ +1.1%YoY ลดลงจาก +1.2% ส่วน Core CPI จีน คาดทรงตัวที่ 1.1%
✅วันศุกร์ ติดตามดัชนี PPI ของญี่ปุ่น เดือน มิ.ย. คาดที่ +6.8%YoY เพิ่มจาก +6.3%YoY ในเดือน พ.ค.

*ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่และแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน
📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #KSTODAY
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English