KS Daily View 06 พ.ค. 2026

KS Daily View 06 พ.ค. 2026

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
6 พ.ค. 2569
ย้อนกลับ

KS Daily View 06.05.2026 >>> ติดตามเงินเฟ้อไทย คาด +2.2% กลยุทธ์เน้นย่อตั้งรับหุ้นพื้นฐานดีที่คาดงบเด่น ประเมินกรอบของ SET index ที่ 1,480-1,500 จุดแนะนำ CPN, STECON

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,490.10 ลดลง 3.59 จุด (-0.24%) แรงขายกลุ่มไฟแนนซ์, วัสดุก่อสร้าง, อิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่มีแรงซื้อพยุงกลุ่มรับเหมา, พลังงาน โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทยสุทธิ 2,464 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index คาดแกว่งในกรอบ 1,480-1,500 จุด ลุ้นฟื้นตัว หลังความกังวลสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านลดลงจากการที่ข้อตกลงหยุดยิงยังคงมีผล แม้ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงแต่เริ่มชะลอลง ผสานแรงหนุนเพิ่มเติมจากหุ้นเทคโนโลยีและแนวโน้มกำไรบริษัทที่แข็งแกร่ง ประกอบกับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังมีเสถียรภาพ คาดช่วยกระตุ้นแรงเก็งสินทรัพย์เสี่ยง ส่วนด้านปัจจัยในประเทศ วานนี้ ครม.อนุมัติออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทเพื่อบรรเทาค่าครองชีพ และปรับโครงสร้างพลังงงาน อาจต้องจับตาการขยับขึ้นของ Bond Yield ในระยะสั้น นอกจากนี้คาด คลังจะเสนอโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ในสัปดาห์หน้า และคาดจะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี อย่างเร็วที่สุดในวันที่ 19 พ.ค.69 เป็นโมเมนตัมบวกเพิ่มเติมส่วนวันนี้แนะติดตามตัวเลขเงินเฟ้อไทย (CPI) คาด +2.2% ส่วนกลยุทธ์เน้นย่อตั้งรับหุ้นพื้นฐานดีที่คาดงบเด่น โดยวันนี้แนะนำ CPN, STECON

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  1. รัฐบาลเตรียมเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทย คนละครึ่งพลัส” โดยเพิ่มความเข้มข้นของการสนับสนุนเป็นรัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่าย 40% พร้อมให้วงเงินรวม 4,000 บาทต่อคน แบ่งจ่ายเดือนละ 1,000 บาทในช่วงรัฐบาลมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมอ่าวไทย–อันดามัน โดยมี “เอกนิติ” เป็นประธาน และบูรณาการหน่วยงานรัฐ เอกชน และภาคประชาชนร่วมพิจารณา เน้นศึกษาความเป็นไปได้อย่างรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์โลก เพื่อเพิ่มศักยภาพโลจิสติกส์และลดความเสี่ยงจากการขนส่งทางทะเลในระยะยาว เป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มนิคมฯ โลจิสติกส์ และรับเหมา (เช่น AMATA, WHA, CK, STECON) จากโอกาสลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต
  2. จีนตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการผลิตเวเฟอร์ซิลิคอนภายในประเทศเกิน 70% ภายในปีนี้ เพื่อลดการพึ่งพาต่างชาติและเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่ชิป โดยมีการผลักดันผู้ผลิตให้ใช้เวเฟอร์ในประเทศเป็นหลัก พร้อมเร่งขยายกำลังการผลิตจากผู้เล่นรายใหญ่ เช่น Eswin และ National Silicon Industry Group ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดโลกของจีนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้ชิปขั้นสูงยังต้องพึ่งเทคโนโลยีต่างชาติบางส่วน แต่ตลาดชิประดับทั่วไปเริ่มพึ่งพาในประเทศได้มากขึ้น มองเป็นลบเชิงโครงสร้างต่อหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ในระยะยาว จากการแข่งขันซัพพลายเชนที่รุนแรงขึ้น แต่ระยะสั้นยังได้อานิสงส์จากวัฏจักรชิปขาขึ้นและอุปทานตึงตัว
  3. กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ “ไทยช่วยไทยพลัส” เข้าครม. โดยรวมโครงการคนละครึ่งและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้าด้วยกัน ปรับรูปแบบเป็นรัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่าย 40% ครอบคลุมราว 30 ล้านคน คาดเริ่มลงทะเบียนและใช้จ่ายได้ 1 มิ.ย. 2569 โดยใช้งบจากหลายแหล่ง เช่น เงินกู้ งบกลาง และงบคงค้าง เพื่อบรรเทาค่าครองชีพและกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ เป็นบวกต่อค้าปลีกและบริโภคในประเทศ จากแรงกระตุ้นกำลังซื้อระยะสั้น แต่ผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมยังขึ้นอยู่กับความต่อเนื่องของมาตรการ
  4. ครม.อนุมัติออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อรับมือผลกระทบวิกฤตพลังงานและความผันผวนจากตะวันออกกลาง โดยมุ่งบรรเทาค่าครองชีพและพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ชะงัก พร้อมตั้งเป้าป้องกันความเสี่ยง Stagflation ควบคู่กับการเร่งปรับโครงสร้างพลังงาน ลดการพึ่งพาฟอสซิล และช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เช่น เกษตรกร SMEs และผู้มีรายได้น้อย ผ่านมาตรการลดต้นทุนและสนับสนุนการผลิตมองเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มบริโภคและพลังงานทางเลือกในระยะกลาง แต่การกู้เงินขนาดใหญ่มีความเสี่ยงกดดัน bond yield และ valuation ตลาดหุ้นไทยในระยะยาวเช่นกัน

Daily picks

CPN: ราคาพื้นฐาน 75.0 บาท
• คาดกำไร 1Q26 ของ CPN ที่ 4.7 พันลบ. ขยายตัวราว 12% YoY จากปริมาณผู้ใช้บริการศูนย์การค้าและโครงการใหม่หนุน แต่ลดเล็กน้อย QoQ จากฤดูกาลและรายได้อสังหาฯ อ่อนตัว
• ปัจจัยหนุนหลักมาจากผู้ใช้บริการเพิ่ม +4% YoY, พื้นที่เช่าใหม่ และการคุมต้นทุนดี ขณะที่ QoQ ถูกกดดันจากการโอนคอนโดลดลง แต่มีดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายการตลาดช่วยชดเชยบางส่วน
• แนวโน้มยังแข็งแกร่งจาก pipeline โครงการใหม่และฐานะการเงินดี (leverage ต่ำ) คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 75 บาท

STECON: ราคาพื้นฐาน 15.28 บาท
• กรมทางหลวงเปิดประมูลโครงการ M82 โดย STECON เข้ายื่นประมูลด้วย โดยคาดมูลค่าลงทุนราว 1.1 พันล้านบาท และมูลค่าของงาน O&M ราว 1.6 หมื่นล้านบาท จะมีอายุสัมปทาน 32 ปี คาดจะเริ่มดำเนินงานปี 2571 ซึ่งจะทำให้มี upside เพิ่มราว 6%
• รัฐบาลได้ออกมาตรการเพื่อบรรเทาแรงกดดันด้านต้นทุน รวมถึงการดำเนินการตามสัญญาที่ยืดหยุ่นมากขึ้นและการปรับค่า K-factor เป็นโมเมนตัมเชิงบวก
• คาดแนวโน้มกำไร 1/69 ปรับเพิ่มขึ้น y-y จากความคืบหน้าการก่อสร้างที่เร็วขึ้นของโครงการที่มีอยู่ ผสานการไม่ต้องบันทึกผลขาดทุนจากโครงการรถไฟฟ้า MRT สายสีชมพูและสีเหลืองอีกต่อไป

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันพุธ ติดตามการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อไทย CPI เดือน เม.ย. คาดที่ +2.2%y-y พลิกจาก -0.08%y-y ในเดือน มี.ค. ส่วน Core CPI คาดที่ +0.56%y-y สำหรับทางด้านสหรัฐฯติดตาม การจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP เดือน เม.ย. ส่วนทางฝั่งยุโรป ติดตาม PMI ภาคบริการ US เดือน เม.ย. และดัชนี PPI ของยูโรโซน เดือน มี.ค. ส่วนทางฝั่งจีนติดตาม RatingDog China PMI ภาคบริการ เดือน เม.ย.

วันพฤหัส ติดตามตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US, ยอดค้าปลีกยูโรโซน เดือน มี.ค.

วันศุกร์ ติดตามการจ้างงานนอกภาคเกษตร US เดือน เม.ย. คาด +6.3 หมื่นราย แต่น้อยกว่าเดือน มี.ค.ที่ +1.78 แสนราย, อัตราการว่างงาน US เดือน เม.ย. คาดทรงตัวที่ระดับ 4.3%, ดัชนีความเชื่อมั่นจาก ม.มิชิแกน เดือน พ.ค. ลงสู่ระดับ 48.8 จาก 49.8 ในเดือนเม.ย.

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus

Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #Ksecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา