☀️KS Daily View 15.06.2026 >>> สหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงชั่วคราว เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หนุนโมเมนตัมบวก กรอบ SET วันนี้ 1,580 - 1,610 จุด แนะนำ ADVANC, BGRIM
📊Theme การลงทุนสัปดาห์นี้: สัปดาห์นี้เราประเมิน SET แกว่งในกรอบ 1,570-1,620 จุด โดยคาดบรรยากาศการลงทุนคาดได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent หลุดระดับ 90 เหรียญฯ ซึ่งแม้กดดันหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ แต่เป็นบวกต่อหุ้นที่มีต้นทุนพลังงานสูง เช่น ขนส่ง โรงไฟฟ้า ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยคลายกังวลเงินเฟ้อ ทำให้ค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอตัว หนุนค่าเงินบาทแข็งค่าและเพิ่มโอกาสการไหลกลับของกระแสเงินทุน ผสานมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ โดยเฉพาะการสนับสนุนการบริโภค จะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในช่วง 3Q26 กลยุทธ์ยังแนะลดน้ำหนักหุ้นพลังงาน และกลับมาสะสมหุ้น Value Play ที่คาดงบยังเติบโต อาทิ โรงไฟฟ้า สื่อสาร ธนาคาร ค้าปลีก ท่องเที่ยว และขนส่ง รวมถึงกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่แนวโน้มกำไรยังแข็งแกร่ง ขณะที่ประเด็นที่น่าสนใจในสัปดาห์นี้ ติดตามการประกาศรายชื่อหุ้นเข้า-ออก SET50, SET100 รอบใหม่ ส่วนหุ้นเด่นประจำสัปดาห์นี้ ได้แก่ ADVANC, KTB, BEM และ ERW
📊แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: วันศุกร์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,592.41 จุด +1.28% แรงซื้อมากในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและขนส่ง ส่วนวันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,580–1,610 จุด สหรัฐฯกับอิหร่านบรรลุข้อตกลงชั่วคราวเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ช่วยกระตุ้นแรงเก็งกำไรในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงมากยิ่งขึ้น โดยกลยุทธ์เน้นทยอยสะสมหุ้นที่คาดแนวโน้มกำไรยังเติบโตดี และมี Valuation ยังอยู่ในระดับน่าสนใจ โดยวันนี้แนะนำ ADVANC, BGRIM
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
✍️อิหร่านยืนยันว่าร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับสหรัฐฯ ได้ข้อสรุปแล้ว และมีกำหนดลงนามอย่างเป็นทางการที่นครเจนีวาในวันที่ 19 มิ.ย. โดยเงื่อนไขสำคัญที่จะมีผลทันที ได้แก่ การยุติความขัดแย้งในทุกแนวรบ รวมถึงเลบานอน และการยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ขณะที่ทรัมป์ระบุว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดเต็มรูปแบบโดยไม่มีการเรียกเก็บค่าผ่านทาง สะท้อนพัฒนาการเชิงบวกของการเจรจาสันติภาพระหว่างสองประเทศ เป็นบวกต่อ Sentiment ตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะกลุ่มขนส่ง โรงไฟฟ้า และหุ้น Domestic Play จากแนวโน้มราคาน้ำมันที่มีโอกาสปรับลดลงต่อ ขณะที่อาจกดดันหุ้นพลังงานต้นน้ำในระยะสั้น
✍️ส.อ.ท. แสดงความกังวลต่อตลาดรถกระบะไทยที่ยอดขายลดลงจากเฉลี่ย 350,000 คันต่อปี เหลือเพียง 140,000-150,000 คัน จากผลกระทบของรถ EV นำเข้าและการเข้มงวดสินเชื่อ ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานในประเทศอย่างกว้างขวาง เนื่องจากรถกระบะใช้ชิ้นส่วนผลิตในประเทศสูงถึง 90% โดยภาคอุตสาหกรรมเรียกร้องให้ภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นตลาด เพื่อรักษาฐานการผลิตและผู้ประกอบการในประเทศ เป็นจิตวิทยาบวกต่อกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน หากภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นรถกระบะเพิ่มเติม ขณะที่ภาพปัจจุบันยังสะท้อนแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจากการแข่งขันของรถ EV นำเข้าและอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ
✍️ครม.กำชับทุกหน่วยงานเร่งรัดการเบิกจ่ายและใช้จ่ายงบประมาณปี 2569 รวมถึงงบเหลื่อมปี 2568 และโครงการลงทุนใหม่ เพื่อเร่งอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยผลการเบิกจ่ายไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2569 อยู่ที่ 35.9% และการก่อหนี้ 41.0% สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนด สะท้อนบทบาทภาครัฐในการเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่ามกลางความไม่แน่นอนของภาคเอกชน เป็นบวกต่อกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง นิคมอุตสาหกรรม วัสดุก่อสร้าง และธนาคารรัฐ เช่น CK, STECON, SCC และ KTB จากโอกาสเร่งเปิดประมูลงานและการหมุนเวียนสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังปี 2569
✍️ธอส. มองตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ยังเผชิญความท้าทาย แม้สินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งระบบมีแนวโน้มทรงตัว แต่ยังเชื่อว่าความต้องการซื้อบ้านจริงยังมีอยู่ โดยเตรียมขยายฐานลูกค้าFreelance ผ่าน Alternative Credit Scoring พร้อมออกสินเชื่อบ้านมือสองดอกเบี้ย 0% และจัดวงเงิน Green Finance 3.2 หมื่นล้านบาท มุมมองบวกเล็กน้อยต่อกลุ่มอสังหาฯ และวัสดุก่อสร้าง โดยมาตรการสินเชื่อและ Green Finance ของ ธอส. ช่วยประคอง Real Demand แต่ภาพรวมอุตสาหกรรมยังฟื้นตัวช้าและเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่อ่อนแอ โดยหุ้นที่ได้ประโยชน์คือกลุ่มบ้านระดับกลาง-ล่าง และผู้พัฒนาโครงการแนวราบมากกว่าคอนโดมิเนียม
Daily pick
ADVANC: ราคาพื้นฐาน 385.34 บาท
🎯การเติบโตของรายได้จากการให้บริการหลักของADVANC น่าจะมีความยืดหยุ่นมากกว่า TRUE ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวที่อาจเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 2/2569 ถึง 4/2569
🎯แนวทางบริหารค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน การลงทุน และงบลงทุนอย่างรอบคอบของ ADVANC น่าจะยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง
🎯Valuation เริ่มกลับมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจมากขึ้น โดยส่วนต่างของ EV/EBITDA ปี 2569 ระหว่าง ADVANC และ TRUE แคบลงจาก 37.4% เหลือ 20.8% เนื่องจาก EV/EBITDA ปี 2569 ของADVANC ปรับลดลงจากจุดสูงสุดที่ 10.7 เท่า มาอยู่ที่ 9.9 เท่า
BGRIM: ราคาพื้นฐาน 14.50 บาท
🎯สถานการณ์ตะวันออกกลางผ่อนคลายช่วยกระตุ้นโมเมนตัมเชิงบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้าในเรื่องต้นทุนก๊าซ
🎯เจรจาปรับค่าไฟลูกค้าอุตสาหกรรมคืบหน้า ครอบคลุมแล้วราว 50% ของลูกค้า ช่วยลดแรงกดดันต้นทุนและรักษา Spark Spread ให้อยู่เหนือ 1 บาท/หน่วย
🎯Data Center และ Nakwol Wind Farm เป็น Growth Driver ระยะยาว โดย Data Center 96MW เริ่ม COD ปลายปี 2569 ขณะที่โครงการลม Nakwol 365MW ในเกาหลีใต้คาด COD เต็มรูปแบบ มิ.ย. 2569 และจะหนุนกำไรเด่นใน 2H69
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
✅วันจันทร์ ติดตามผลผลิตภาคอุตสาหกรรม US พ.ค. คาด +0.2%MoM จาก เม.ย. +0.7%MoM และผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ยูโรโซน เม.ย. คาด +0.2%MoM
✅วันอังคาร ติดตามการประชุม ครม. ส่วนฝั่งสหรัฐฯ จับตายอดการเริ่มสร้างบ้าน US พ.ค. คาด -2.2%MoM จาก -2.8%MoM, ใบอนุญาตก่อสร้าง US พ.ค. คาด -0.2%MoM จาก เม.ย. +4.4%MoM ด้านญี่ปุ่น จะมีการประชุม BOJ (คาดขึ้นดอกเบี้ยญี่ปุ่น 0.25% สู่ระดับ 1.0%) ส่วนจีน จับตาการรายงานยอดค้าปลีก จีน พ.ค. -0.5%YoY จาก เม.ย. ที่ +0.2%YoY และผลผลิตภาคอุตสาหกรรม จีน พ.ค. +4.3%YoY จาก เม.ย. ที่ +4.1%
✅วันพุธ ติดตามยอดค้าปลีก US พ.ค. +0.5%MoM, การประชุม FED (คาดคงดอกเบี้ย US ที่ระดับ 3.50-3.75%), สต๊อกน้ำมันดิบ US รายสัปดาห์ ส่วนด้านยุโรป จะมีดัชนี CPI ยูโรโซน พ.ค. ที่ +3.2%YoY, ดัชนี Core CPI ยูโรโซน พ.ค. คาดที่ 2.5%YoY
✅วันพฤหัส ติดตามยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์US และการประชุม BOE (คาดคงดอกเบี้ยที่ 3.75%)
✅วันศุกร์ ติดตามเงินเฟ้อ CPI ญี่ปุ่น พ.ค. คาดที่ +1.5%YoY ขึ้นจาก +1.4%YoY

*ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่และแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน
📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #KSTODAY
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English