KS Daily View 17 มิ.ย. 2026

KS Daily View 17 มิ.ย. 2026

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
17 มิ.ย. 2569
ย้อนกลับ

KS Daily View 17.06.2026 >>> จับตาประชุม FED คืนนี้ คาดคงดอกเบี้ย /กลยุทธ์เน้นย่อสะสมหุ้นโซนล่างที่กำไรดี กรอบ SET index วันนี้ ที่ 1,570-1,600 แนะนำ CPALL, BEM

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,588.05 ลดลง 3.67 จุด (-0.23%) แรงขายกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่มีแรงซื้อกลับในกลุ่มธนาคาร โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทยสุทธิ 630 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index แกว่งในกรอบ 1,570-1,600 จุด ตลาดยังคงจับตาการลงนามข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านอย่างเป็นทางการในวันศุกร์นี้ โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ย่อต่อเนื่อง ล่าสุดหลุดระดับ 80 เหรียญต่อบาร์เรลแล้ว ซึ่งคาดช่วยผ่อนคลายต่อประเด็นเงินเฟ้อในช่วงถัดไป นอกจากนี้ในระยะสั้นตลาดยังเกาะติดการประชุมธนาคารกลางต่างๆ ในสัปดาห์นี้ โดยวานนี้ BOJ มีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ตามคาด ขณะที่คืนนี้ จับตาการประชุม FED โดยคาดรอบนี้จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% แต่จุดที่สำคัญที่ต้องติดตาม คือ การส่งสัญญาณครั้งแรกของ Kevin Warsh ในฐานะประธาน FED ว่าเขาจะรับมือกับเงินเฟ้ออย่างไรในระยะต่อไป รวมถึงการรายงาน Dot plot ซึ่งจะสะท้อนมุมมองของคณะกรรมการ FED ต่อการกำหนดดอกเบี้ยสหรัฐฯในช่วงถัดไป ส่วนกลยุทธ์การลงทุนในระยะสั้นเรายังเน้นย่อสะสมหุ้นโซนล่างที่ underperform ในช่วงที่ผ่านมา แต่แนวโน้มกำไรยังขยายตัวดี โดยสำหรับวันนี้แนะนำ CPALL, BEM

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  1. การเติบโตของ AI กำลังเร่งการลงทุนดาต้าเซนเตอร์ทั่วโลก โดยไทยถูกมองเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของภูมิภาคจากความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า โทรคมนาคม และนโยบายภาครัฐ ขณะที่ AWS ย้ำว่าปัจจัยชี้ขาดสู่การเป็น AI Hub คือการพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัลและ AI ควบคู่กับการเสริมความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และพลังงานที่ยั่งยืนเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว มองเป็นบวกต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับธีม Data Center และ Digital Infrastructure เช่น ADVANC, GULF, TRUE, INSET รวมถึงนิคมอุตสาหกรรมอย่าง WHA และ AMATA ที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากเม็ดเงินลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้น
  2. การบินไทย (THAI) เตรียมปลดล็อกหุ้นที่เหลืออีก 75% ของหุ้นแปลงหนี้เป็นทุนจำนวน 19,802 ล้านหุ้น ในวันที่ 3 ส.ค. 2569 หลังครบกำหนด Silent Period ตามแผนฟื้นฟูกิจการ ส่งผลให้หุ้นจากการแปลงหนี้เป็นทุนทั้งหมดสามารถซื้อขายได้อย่างอิสระในตลาด โดยถือเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญหลังการฟื้นฟูกิจการและการกลับเข้าสู่การซื้อขายอย่างสมบูรณ์ของบริษัท ประเมินเป็นปัจจัยลบเชิง Sentiment ระยะสั้นต่อ THAI จากความเสี่ยง Overhang ของหุ้นจำนวนมากที่อาจเข้าสู่ตลาด แม้ปัจจัยพื้นฐานและแนวโน้มผลประกอบการจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงโดยตรงก็ตาม
  3. กระทรวงพลังงานเดินหน้าขับเคลื่อน Energy Transition ผ่านการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะโซลาร์และเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) พร้อมพัฒนา Solar Radiation Map และมาตรการภาษีสนับสนุนการลงทุน ขณะที่งาน ASEW 2026 จะเป็นเวทีเชื่อมนโยบาย เทคโนโลยี และการลงทุนด้านพลังงานสะอาด รวมถึงผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางระบบนิเวศแบตเตอรี่และพลังงานยั่งยืนของอาเซียน มองเป็นบวกต่อกลุ่มพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน เช่น GULF, BGRIM, GPSC, EA, BCPG รวมถึงกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ SAF และระบบกักเก็บพลังงาน ซึ่งมีโอกาสได้รับประโยชน์จากนโยบายภาครัฐ
  4. ตลาดคอนโดกรุงเทพฯ 1Q69 ชะลอตัวชัดเจน โดยอัตราจองโครงการใหม่ลดลงเหลือ 24.3% จาก 43.8% ในไตรมาสก่อน ขณะที่ไม่มีการเปิดโครงการใหม่ในย่าน CBD และผู้ประกอบการหันมาเน้นกลุ่ม Real Demand มากขึ้นผ่านโครงการราคาจับต้องได้ 1.5-3 ล้านบาท ท่ามกลางสต็อกคงค้างสูงถึง 350,000 ยูนิต ซึ่งอาจต้องใช้เวลาระบายอีก 5-6 ปี แม้มาตรการภาครัฐยังช่วยหนุนยอดโอนเติบโต 12.7% ก็ตาม ถือเป็นภาพลบต่อกลุ่มอสังหาฯ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่พึ่งพาตลาดคอนโดระดับกลาง-บน

Daily picks

CPALL: ราคาพื้นฐาน 57.20 บาท
• SSSG 1Q69 แข็งแกร่งที่ +1.9% หนุนจากแคมเปญฤดูกาล อากาศร้อน และมูลค่าต่อบิลสูงขึ้น ส่วน SSSG เดือน เม.ย. และ พ.ค. ยังดี ที่ระดับ +2% และ +1% ตามลำดับ ขณะที่ผลกระทบจากกัมพูชายังจำกัด และบริษัทคงเป้ากำไรปี 2569 โต 10% YoY
• เดินหน้าดันสินค้าอาหารพร้อมทานพรีเมียม-สินค้าใหม่ เพื่อเพิ่มจำนวนลูกค้าและมาร์จิ้น พร้อมได้แรงหนุนจากต้นทุนการเงินลดลงหลังออกหุ้นกู้ดอกเบี้ยต่ำ 1.5 หมื่นลบ.
• ราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบมหภาคไปมากแล้ว ปัจจุบันซื้อขายที่ PER 69 เพียง 13.8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตค่อนข้างมาก ขณะที่กำไรยังเติบโตสม่ำเสมอ

BEM: ราคาพื้นฐาน 10.31 บาท
• โครงการอุดหนุนค่าโดยสารรถไฟฟ้าของรัฐบาล ซึ่งมีเป้าหมายจำกัดค่าโดยสารไว้ที่ 17-45 บาทต่อเที่ยว ครอบคลุมทุกสายรถไฟฟ้า โดยใช้งบประมาณราว 4 พันลบ.ต่อปี เราคาดว่าอาจช่วยเพิ่มจำนวนผู้โดยสารระบบรางได้ 10-20%
• โครงการทางด่วน 2 ชั้นคาดว่าจะได้รับการอนุมัติในไตรมาส 3-4/69 ขณะที่การปรับค่าโดยสารตามดัชนีราคาผู้บริโภคน่าจะช่วยหนุนการเติบโตของรายได้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าในปี 70
• คงคำแนะนำ “ซื้อ” และ TP ที่ 10.31 บาท เราชอบ BEM ในฐานะหุ้น defensive play ที่มี downside จำกัด

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันพุธ ติดตามยอดค้าปลีก US พ.ค. +0.5%MoM, การประชุม FED (คาดคงดอกเบี้ย US ที่ระดับ 3.50-3.75%), สต๊อกน้ำมันดิบ US รายสัปดาห์ ส่วนด้านยุโรป จะมีดัชนี CPI ยูโรโซน พ.ค. ที่ +3.2%YoY, ดัชนี Core CPI ยูโรโซน พ.ค. คาดที่ 2.5%YoY

วันพฤหัส ติดตามยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US และการประชุม BOE (คาดคงดอกเบี้ยที่ 3.75%)

วันศุกร์ ติดตามเงินเฟ้อ CPI ญี่ปุ่น พ.ค. คาดที่ +1.5%YoY ขึ้นจาก +1.4%YoY

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus

Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #Ksecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา