☀️KS: GULF คาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 จะแข็งแกร่ง
📌 รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/2568 ที่ 8.9 พันลบ. เพิ่มขึ้น 83% YoY และ 22% QoQ ผลประกอบการออกมาสูงกว่าประมาณการของเราที่ 8.1 พันลบ. ราว 10% กำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 8.66 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 3 เท่า YoY จากผลการดำเนินงานปกติที่ดีขึ้น และกำไรจากการควบรวมกิจการจำนวน 5.66 หมื่นลบ.
📌 เหตุการณ์ เราเข้าร่วมการประชุมนักวิเคราะห์ไตรมาส 4/2568 ของ GULF เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ภาพรวมของการประชุมเป็นบวกเล็กน้อย ผู้บริหารยืนยันแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งในระยะกลางยาว หนุนจากพลังงานหมุนเวียน โอกาสในการขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าก๊าซ และความต้องการศูนย์ข้อมูล (data center) ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารระบุว่ากำลังการผลิต data center ที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จำนวน 7-8 GW อาจสูงเกินกว่าความจริง โดยอาจมีสัดส่วนสูงถึง 80% ที่เป็นฐานลูกค้าซ้ำซ้อน ในระยะถัดไป GULF มีแผนขยายแพลตฟอร์ม data center ผ่านบริษัทย่อย แทนการร่วมทุน ซึ่งสะท้อนถึงการควบคุมที่มากขึ้นและกลยุทธ์การดำเนินงานที่ชัดเจนขึ้น
📌 PDP ใหม่เปิดโอกาสในระยะยาว ภายใต้แผน PDP ฉบับใหม่ของประเทศไทย GULF มองเห็นโอกาสในการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซ 6-7GW เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าจาก data center โดยการประมูลอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในปี 2570 และเริ่มจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ในช่วงปี 2575-77 ภายใต้สมมติฐานการพัฒนาโครงการ 7 ปี ปัจจัยจำกัดหลักยังคงเป็นการขาดแคลน gas turbine และต้นทุนการลงทุนสูงขึ้นเป็น 8 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ/MW เทียบกับระดับในอดีตราว 6 แสนดอลลาร์ฯ/MW ผู้บริหารมองว่าเป้าหมาย net zero ปี 2593 เป็นปัจจัยสนับสนุนการเปิดประมูลพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนของไทย จาก 20% ในปัจจุบัน เป็น 30-40% ในระยะยาว GULF เชื่อว่าบริษัทฯ มีความได้เปรียบในการประมูลพลังงานหมุนเวียนในประเทศ หลังจากได้รับกำลังการผลิตสูงสุดในการประมูลรอบล่าสุด สำหรับ SMR ยังไม่มีนัยสำคัญ โดยคาดว่าจะเป็นเพียงโครงการนำร่องขนาดไม่กี่ร้อยเมกะวัตต์
📌 โมเมนตัมกำไรเชิงบวกต่อเนื่องสู่ปี 2569 เราคาดว่ากำไรปกติของ GULF จะเติบโต 17% ในปี 2569 จาก
1) กำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนใหม่จำนวน 350MW ในไตรมาส 4/2568 และ 400MW ในปี 2569
2) การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่แข็งแกร่งขึ้นจากโรงไฟฟ้า Jackson ขนาด 1,200MW ซึ่งบริษัทถือหุ้น 49% ภายหลังการปรับเพิ่มตราค่าพลังไฟฟ้า (capacity payment)
3) กำไรที่ปรับดีขึ้นจาก ADVANC จาก ARPU ที่สูงขึ้นและต้นทุนคลื่นความถี่ที่ลดลง
4) รายได้เงินปันผลที่เพิ่มขึ้นจาก KBANK หลังเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็นประมาณ 10%
5) นำเข้า LNG เพิ่มขึ้นเป็น 70 ลำ
📌 ปรับประมาณการกำไรขึ้น 4% ในปี 2569-70 เราปรับประมาณการกำไรปี 2569-70 ขึ้น 4% เป็น 3.36 หมื่นลบ. และ 3.8 หมื่นลบ. เพื่อสะท้อนรายได้จากเงินปันผลที่สูงขึ้นจากการลงทุนเพิ่มเติมใน KBANK หากอิงตามประมาณการ DPS ของตลาดที่ราว 12 บาท/หุ้น สำหรับปี 2569-70 เราประเมินว่าเงินปันผลส่วนเพิ่มจะอยู่ที่ประมาณ 1.2-1.4 พันลบ. ต่อปี
มุมมอง KS
🎯 แนะนำ “ซื้อ” และ TP ที่ 69.00 บาท GULF ยังคงเป็นหุ้นเด่นของเราในกลุ่มสาธารณูปโภค เนื่องจากมีแนวโน้มการเติบโตที่มั่นคงและแข็งแกร่ง เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายจากเดิม 65.00 บาท เป็น 69.00 บาท เนื่องจากเรารวมมูลค่าการลงทุนใน KBANK โดยใช้ราคาเป้าหมายของตลาดที่ 200 บาท

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #GULF
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English