💳 KS: KTC เติบโตเร็วขึ้น เงินปันผลดีขึ้น
📌 KTC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/2568 ที่ 2.08 พันลบ. เพิ่มขึ้น 6% QoQ และ 10% YoY ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ 4% และ 10% ตามลำดับ กำไรสุทธิทั้งปี 2568 จึงอยู่ที่ 7.78 พันลบ. เพิ่มขึ้น 4.6% YoY
📌กลยุทธ์การเติบโตแบบเลือกสรร
KTC จัดประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ ผู้บริหารตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อปี 2569 ที่ 1–2% แบ่งเป็นสินเชื่อบุคคลเติบโต 2% และยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเติบโต 5% KTC คาดว่าการเติบโตของตลาดโดยรวมในปี 2569 จะยังชะลอตัว บริษัทฯ จึงตั้งเป้าชนะการเติบโตของตลาดผ่าน 1) การออกแคมเปญส่งเสริมการขายที่ตรงกลุ่มมากขึ้น เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในหมวดประกันภัย ไลฟ์สไตล์ ท่องเที่ยวและสันทนาการ และเมกะเทรนด์ 2) การขยายฐานไปยังกลุ่ม Gen Z และกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่เพื่อเป็นบัตรใบแรกของลูกค้า และ 3) การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า เช่น การชำระเงินผ่าน QR บน KTC Mobile และการสมัคร KTC PROUD ผ่านระบบ e-application เรามองว่าเป้าหมายดังกล่าวมีความเป็นไปได้ และคาดการณ์การเติบโตของสินเชื่อที่ 2% ในช่วงปี 2569–2571
📌ต้นทุนเงินทุนที่ถูกลงช่วยลดผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของ CIR
KTC คาดว่าต้นทุนเงินทุนจะลดลง 15bps ในปี 2569 โดยหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในปี 2569 มีมูลค่าประมาณ 1.5–1.6 หมื่นลบ. ด้วยต้นทุนเฉลี่ย 3.4% ขณะที่บริษัทฯ คาดว่าจะออกหุ้นกู้ใหม่ทดแทนจำนวน 1.2–1.3 หมื่นลบ. ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า เราจึงประเมินว่าต้นทุนเงินทุนจะลดลงเหลือ 2.81% ในปี 2569 จาก 2.96% ในปี 2568 และอัตราส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) จะขยายตัวเป็น 13.15% ในปี 2569 (+8bps YoY) อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าประโยชน์จาก NIM ที่เพิ่มขึ้นจะถูกชดเชยด้วยอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ (CIR) ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 100–200bps YoY จากค่าใช้จ่ายด้าน IT ที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงระบบ IT หลักของบริษัทฯ
📌Credit cost และ NPL มีแนวโน้มทรงตัว
KTC ตั้งเป้าควบคุมค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (credit cost) ในปี 2569 ให้ทรงตัว YoY และควบคุมอัตราหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไม่ให้เกิน 2% ผู้บริหารมองว่าผลกระทบจากโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปได้ต่อ” ของ ธปท. จะมีจำกัด ขณะที่ผลกระทบจากอุทกภัยในภาคใต้ยังไม่มีนัยสำคัญ การเข้มงวดกระบวนการคัดกรองลูกค้าตั้งแต่ปี 2563 เป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนแนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ เราคาดว่า credit cost จะอยู่ที่ 5.4% ในปี 2569 เทียบกับ 5.3% ในปี 2568 และคาดว่า NPL ratio จะอยู่ที่ 1.84% ในปี 2569
📌การเติบโตของกำไรจะเร่งตัวในปีนี้ KTC ตั้งเป้าให้อัตราภาษีที่แท้จริงลดลงสู่ระดับปกติในปี 2569 จาก 28% ในปี 2568 หลังจากบริษัทฯ รับรู้การด้อยค่าของสินทรัพย์ภาษีของ KTBL ครบแล้วในปี 2568 ดังนั้น เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569–70 ขึ้น 9%/12% เป็น 8.56 พันลบ./9.17 พันลบ. และคาดกำไรเติบโต 10% ในปี 2569 เทียบกับ 4.6% ในปี 2568
มุมมอง KS
🎯แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 41.00 บาท ปรับเพิ่ม PBV เป้าหมายเป็น 2.0 เท่า จาก 1.5 เท่า สะท้อน ROE ที่เหมาะสมสูงขึ้นเป็น 17.7% จาก 16.5% และปรับลด Beta ลงเป็น 0.9 เท่า จาก 1.1 เท่า ตามแนวโน้มอัตราหนี้สินต่อเงินทุน (D/E ratio) ที่ลดลง เราเชื่อว่า KTC จะยังคงจ่ายเงินปันผลต่อหุ้นในระดับสูงที่ 1.83–1.96 บาท ในช่วงปี 2569–70 คิดเป็นอัตราตอบแทนเงินปันผลที่ 5.4–5.8%

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #KTC
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English