KS: 7 กองทุนแนะนำจาก KS ประจำเดือนเมษายน 69📌
✅1. KKP GNP
กองทุนหลัก Capital Group New Perspective Fund
🎯นโยบายการลงทุน
กระจายการลงทุนในหุ้นทั่วโลก โดยเน้นไปที่การวิเคราะห์แบบ Bottom-up ผ่านผู้จัดการกองทุน 10 คน เพื่อลดความเสี่ยงการพึ่งพาผู้จัดการกองทุนเพียงไม่กี่คน
🎯นโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ไม่ป้องกัน
🎯เราคงมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนในหุ้นโลก แม้สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน จะมีความตึงเครียดต่อเนื่อง หนุนราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น ลดความคาดหวังเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย ทำให้ดัชนี ACWI ปรับตัวลงมาจนซื้อขายที่ระดับค่าเฉลี่ยบน forward PER 5 ปี แต่ด้วยกำไรบริษัทจดทะเบียนยังมีแนวโน้มที่แข็งแกร่ง เราจึงมองเป็นจังหวะที่ดีมากในการทยอยเข้าลงทุนเพื่อเป็น Core Equity Portfolio
✅2. K-GDBONDUH
กองทุนหลัก PIMCO GIS Income Fund
🎯นโยบายการลงทุน
กระจายการลงทุนในตราสารหนี้หลายประเภททั่วโลกเพื่อสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ ควบคู่ไปกับสร้างผลตอบแทนรวมในระยะยาว โดยมีความยืดหยุ่นในการปรับพอร์ตตามสภาวะตลาด
🎯นโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ไม่ป้องกัน
🎯จากความกังวลของภาวะสงครามทำให้เฟดยังคงรอประเมินสถานการณ์ และยังไม่ลดดอกเบี้ย จากเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่ง โดยปรับคาดการณ์ GDP ขึ้น จากแรงหนุนของ AI ขณะเดียวกันก็ยังปรับคาดการณ์เงินเฟ้อขึ้นจากราคาน้ำมัน แต่ยังคงคาดการณ์การลดดอกเบี้ย 25 bps ตามเดิม แต่ด้วยตลาดได้ตอบสนองการที่เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย 25 bps ภายในปีนี้ ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ 10 ปี ปรับตัวขึ้นเกิน 4.3% สะท้อนภาวะที่เอนเอียงไปทาง worst มากจนเกินไป เราจึงมองเป็นจังหวะเข้าลงทุนที่ดี
✅3. KKP TECH-UH
กองทุนหลัก iShares Expanded Tech ETF (IGM)
🎯นโยบายการลงทุน
เน้นลงทุนในกลุ่ม Technology, Communication Services และ Consumer Discretionary ประกอบด้วยหุ้น 289 ตัว
🎯เราคงมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯ โดยหุ้นในกลุ่มนี้ ปรับตัวลงน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับ Sector อื่น ยกเว้น Energy นอกจากนี้ผลประกอบการของ Nvidia ยังออกมาแข็งแกร่งกว่าตลาดคาด พร้อมปรับรายได้จากการขายชิปจาก 5 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2026 เป็นมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2027 ที่งาน GTC ขณะเดียวกับ Micron ก็รายงานงบออกมาแข็งแกร่ง พร้อมมองภาวะอุปทานตึงตัวจะลากยาวเกินกว่าปี 2026 เรานะนำซื้อเมื่อ IGM (ETF) ปรับตัวลง
✅4. ASP-NGF
กองทุนหลัก Eric Sturdza – Nippon Growth Fund
🎯นโยบายการลงทุน
ลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นแบบ High conviction 33 บริษัท ด้วยวิธีการ Bottom-up โดยเน้นลงทุนในกลุ่ม Conglomerate ด้านการค้า และธนาคารใหญ่
🎯นโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
🎯เราคงมุมมองบวกต่อหุ้นญี่ปุ่น จากธีมระยะยาว “Deflation to Inflation; De-rating to Re-rating” ที่ได้แรงหนุนจากค่าจ้างประจำปี “Shunto” ที่ออกมา 5.26% ซึ่งมากกว่า 5% เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน หนุนการบริโภคภายในประเทศ นอกจากนี้ ยังมีแรงหนุนจากนโยบายการคลังเชิงรุกของรัฐบาล ที่จะทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นมีโอกาสมากกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวได้ เราแนะนำซื้อเมื่อดัชนี Topix ย่อตัวลง
✅5. MINDIA
กองทุนหลัก Jupiter India Select Fund
🎯นโยบายการลงทุน
ลงทุนในหุ้นอินเดีย โดยเน้นลงทุนแบบ Bottom-up ในหุ้นที่มีโอกาสเติบโตสูงในราคาที่เหมาะสม จำนวน 60-80 บริษัท โดยกระจายการลงทุนในหุ้นทั้งขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก
🎯นโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
🎯ตลาดหุ้นอินเดียปรับตัวลงแรง จากความกังวลด้านพลังงานขาดแคลน ซึ่งอินเดียเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ กระตุ้นให้เงินเฟ้ออาจปรับตัวสูงขึ้น ค่าเงินรูปีอ่อนทำให้เกิดเงินทุนไหลออก อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นอินเดียได้ปรับตัวลงมาในระดับที่ถูกมาก (-2SD บน forward PER 5 ปี) เรามองเป็นจังหวะการเข้าลงทุนเพิ่ม สำหรับนักลงทุนที่ยังมีสถานะที่ติดค้างอยู่จากคำแนะนำของเรา
✅6. SCBKEQTG
กองทุนหลัก iShares MSCI South Korea ETF (EWY)
🎯นโยบายการลงทุน
ลงทุนในหุ้นเกาหลีใต้ เพื่อสร้างผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีชี้วัด MSCI Korea 25/50 โดยกองทุนมีสัดส่วนการลงทุนใน Memory player อย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix รวมกันราว 40%
🎯นโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
🎯เรามีมุมมองบวกต่อธีม memory super cycle จากผลประกอบการของ Micron ที่ดีกว่าคาดอย่างมาก รวมถึงส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้ 20 วันแรกในเดือน มี.ค. ยังโต 164% YoY ขณะที่ราคาชิปหน่วยความจำยังปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งมีแนวโน้มว่าใน 1Q26 จะขึ้นมากกว่า 4Q25 ซึ่งจะช่วยหนุนผลประกอบการของทั้ง Samsung Electronic และ SK Hynix ให้ดีต่อเนื่อง เราแนะนำซื้อเมื่อดัชนี EWY (ETF) ย่อตัวลง
✅7. A-GRID
กองทุนหลัก First Trust NASDAQ Clean Edge Smart Grid Infrastructure Index Fund (GRID)
🎯นโยบายการลงทุน
เน้นลงทุนแบบ Pure Play ในกลุ่มบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับ Smart Grid และ Electric Infrastructure ปัจจุบันประกอบด้วยหุ้น 114 ตัว
🎯นโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
🎯ความต้องการไฟฟ้าในสหรัฐฯ กำลังกลับมาเร่งตัวหลังซบเซามากว่าทศวรรษ ขับเคลื่อนโดย AI data center การย้ายฐานการผลิต และอุตสาหกรรม semiconductor และ EV ที่กินไฟตลอด 24 ชั่วโมง แต่โครงข่ายไฟฟ้าที่ล้าสมัยกลายเป็นคอขวดสำคัญ ทำให้การลงทุนต้องเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งระบบ ตั้งแต่ภายใน data center ไปจนถึงโรงไฟฟ้า สายส่ง และอุปกรณ์จำหน่ายไฟฟ้า นับเป็นรอบการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ใหญ่และกว้างที่สุดในรอบหลายทศวรรษ เราแนะนำซื้อเมื่อ GRID (ETF) ย่อตัวลง
Source: KS Research, KS Mutual Fund data as of 27 March 2026

📲เปิดพอร์ตลงทุนกองทุนรวมกับ KS ลงทุนได้หลากหลาย บลจ. >> https://ksecurities.co/Open-Account_Fund
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #KSecurities #หลักทรัพย์กสิกรไทย #กองทุน #ผลตอบแทน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #FUND
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English