KS: 7 กองทุนแนะนำจาก KS ประจำเดือนมกราคม
Core Portfolio
🎯1. KKP GNP
✅กองทุนหลัก Capital Group New Perspective Fund
✅นโยบายการลงทุน
กระจายการลงทุนในหุ้นทั่วโลก โดยเน้นไปที่การวิเคราะห์แบบ Bottom-up ผ่านผู้จัดการกองทุน 10 คน เพื่อลดความเสี่ยงการพึ่งพาผู้จัดการกองทุนเพียงไม่กี่คน
✅นโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ไม่ป้องกัน
✅ควรลงทุนเมื่อไร
เรามีมุมมองที่ดีต่อตราสารทุนสำหรับปี 2026 จากเศรษฐกิจโลกที่จะเติบโตต่อได้ จากแรงผลักดัน ต่างๆ ได้แก่
1) การลงทุนใน AI
2) การย้ายฐานการผลิต
3) มีนโยบายการคลัง และการเงิน ที่คอยสนับสนุน
4) ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่ง
โดยแนะนำทยอยลงทุนเมื่อตลาดหุ้นโลกย่อตัวลง (ยิ่งลง ยิ่งได้ discount) ให้ได้ตามสัดส่วน EQ core portfolio ที่วางแผนไว้
🎯2. K-GDBONDUH
✅กองทุนหลัก PIMCO GIS Income Fund
✅นโยบายการลงทุน
กระจายการลงทุนในตราสารหนี้หลายประเภททั่วโลกเพื่อสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ ควบคู่ไปกับสร้างผลตอบแทนรวมในระยะยาว โดยมีความยืดหยุ่นในการปรับพอร์ตตามสภาวะตลาด
✅นโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ไม่ป้องกัน
✅ควรลงทุนเมื่อไร
เราคงมุมมองว่าในปี 2026 จะยังเป็นปีของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยโดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ภายหลังจากการประชุม FOMC ล่าสุด เฟดมีการปรับประมาณการเงินเฟ้อลง พร้อมมองว่าเงินเฟ้อที่เกี่ยวกับภาษีนำเข้าน่าจะค่อยๆ ลดลงหลังจาก Q1 2026 ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง จึงยังแนะนำกระจายความเสี่ยงไปยังตราสารหนี้ในยามที่ 10Y UST อยู่ในกรอบ 4.00-4.20%
Satellite Portfolio (6-12M)
🎯3. KKP TECH-UH
✅กองทุนหลัก iShares Expanded Tech ETF (IGM)
✅นโยบายการลงทุน
เน้นลงทุนในกลุ่ม Technology, Communication Services และ Consumer Discretionary ประกอบด้วยหุ้น 280 ตัว โดยไม่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
✅นโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ไม่ป้องกัน
✅ควรลงทุนเมื่อไร
เราคงมุมมองบวกต่อหุ้นเทคฯ สหรัฐฯ โดยมองว่าวัฎจักรของเซมิคอนดักเตอร์รอบนี้จะยาวนานกว่ารอบก่อนๆ จากกำลังซื้อที่เปลี่ยนจากรายย่อย (Consumer) ในรอบก่อนๆ เป็น เทคฯ ใหญ่ (Hyperscalers) และรัฐบาล (Sovereign) ขณะที่ Supply ยังติดคอขวดอยู่หลายขั้นตอนทั้งการผลิตชิปในส่วนการประกอบ (packaging) และ memory shortage ซึ่งเป็นการยืดเวลาของวัฎจักรที่มักจบลงด้วยการ oversupply อีกทั้งผลประกอบการหุ้นในกลุ่มทำได้ดีกว่าคาดมาก แนะนำลงทุนเมื่อ IGM (ETF) ย่อตัวลงโดยเฉพาะจากความกังวลด้านมหภาค
🎯4. ASP NGF
✅กองทุนหลัก Eric Sturdza – Nippon Growth Fund
✅นโยบายการลงทุน
ลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นแบบ High conviction 34 บริษัท ด้วยวิธีการ Bottom-up โดยเน้นลงทุนในกลุ่ม Conglomerate ด้านการค้า และธนาคารใหญ่
✅นโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
✅ควรลงทุนเมื่อไร
เราคงมุมมองบวกต่อหุ้นญี่ปุ่น จากธีมระยะยาว “Deflation to Inflation; De-rating to Re-rating” ตามวัฏจักรของค่าจ้างและราคาสินค้าที่ปรับตัวขึ้นอย่างยั่งยืน หนุนให้การบริโภคในประเทศจะกลายเป็น growth engine ตัวใหม่ โดยล่าสุดธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้ขึ้นดอกเบี้ย 25 bps จากความมั่นใจในวัฏจักรดังกล่าว แนะนำซื้อเมื่อดัชนี Topix ย่อตัวลง
🎯5. MINDIA
✅กองทุนหลัก Jupiter India Select Fund
✅นโยบายการลงทุน
ลงทุนในหุ้นอินเดีย โดยเน้นลงทุนแบบ Bottom-up ในหุ้นที่มีโอกาสเติบโตสูงในราคาที่เหมาะสม จำนวน 60-80 บริษัท โดยกระจายการลงทุนในหุ้นทั้งขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก
✅นโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
✅ควรลงทุนเมื่อไร
เราคงมุมมองบวกต่อหุ้นอินเดีย และคาดว่าตลาดหุ้นอินเดียจะ Outperform ในปี 2026 จาก GDP อินเดียที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง (+8.2% YoY) หนุนโดยดีมานด์ภายในประเทศ ด้าน RBI ปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่อ 25 bps สู่ระดับ 5.25% พร้อมปรับประมาณการ GDP ปีงบประมาณ 25/26 ขึ้นจาก 6.8% เป็น 7.3% และปรับเงินเฟ้อลงจาก 2.6% เป็น 2.0% สะท้อนภาวะ Goldilocks แนะนำซื้อเมื่อดัชนี Nifty 50 ย่อตัวลง
🎯6. SCBKEQTG
✅กองทุนหลัก iShares MSCI South Korea ETF (EWY)
✅นโยบายการลงทุน
ลงทุนในหุ้นเกาหลีใต้ เพื่อสร้างผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีชี้วัด MSCI Korea 25/50 โดยกองทุนมีสัดส่วนการลงทุนใน Memory player อย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix รวมกันราว 40%
✅นโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
✅ควรลงทุนเมื่อไร
เรามีมุมมองบวกต่อธีม memory super cycle จากภาวะ memory shortage ที่จะลากยาวเกินปี 2026 จากความต้องการใช้ memory ใน AI ที่เร่งตัวขึ้น สะท้อนผ่านผลประกอบการของ Micron ที่ดีกว่าคาดมากอย่าง และส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้เดือน ธ.ค. ที่เติบโต 40% YoY และ 20% MoM
Satellite Portfolio (3-6M)
🎯7. DAOL-CHINATECH
✅กองทุนหลัก HSBC Hang Seng Tech
✅นโยบายการลงทุน
ลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีจีน 30 บริษัท ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง
✅นโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
✅ควรลงทุนเมื่อไร
จากความชัดเจนที่ภาครัฐมีการออกมาตรการ Trade-in มูลค่า 62.5 พันล้านหยวน มากระตุ้นการบริโภคในช่วงปีใหม่ และตรุษจีน ประกอบกับการที่ดัชนี Hang Seng Tech ปรับตัวลงจากจุดสูงสุดรอบล่าสุดราว 15-20% ทำให้เรามองว่าหุ้นเทคฯ มีความน่าสนใจมากขึ้น และมีโอกาสรีบาวด์ได้ในระยะสั้น จึงแนะนำทยอยสะสมเมื่อดัชนีซื้อขายในกรอบ 5,400-6,000 จุด โดยกำหนดจุดขายทำกำไรที่ 6,700 จุด และจุดตัดขาดทุนเมื่อหลุด 5,100 จุด
️*เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการหาโอกาสลงทุนในระยะสั้นและสามารถตัดขาดทุนได้
Source: KS Research, KS Mutual Fund data as of 5 January 2026

📲เปิดพอร์ตลงทุนกองทุนรวมกับ KS ลงทุนได้หลากหลาย บลจ. >> https://ksecurities.co/Open-Account_Fund
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #KSecurities #หลักทรัพย์กสิกรไทย #กองทุน #ผลตอบแทน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #FUND
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English