KS Strategy : กำไร 1Q69 สูงกว่าทั้งเราและตลาดคาด

KS Strategy : กำไร 1Q69 สูงกว่าทั้งเราและตลาดคาด

Analysis by KS Research Strategy
May 24, 2026
Back

KS Strategy : กำไร 1Q69 สูงกว่าทั้งเราและตลาดคาด

📌กำไรของตลาดยังคงสูงกว่าประมาณการต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 ติดต่อกัน

📉กำไรรวมของหุ้นที่อยู่ภายใต้การวิเคราะห์ของเราในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 2.98 แสนลบ. เพิ่มขึ้น 23% YoY และ 41% QoQ คิดเป็น 28% ของประมาณการทั้งปีของเรา และสูงกว่าประมาณการของเราและตลาด 7.0% และ 7.5% ตามลำดับ
กลุ่มธุรกิจหลักที่ช่วยหนุนให้กำไรสูงกว่าคาด
ได้แก่ กลุ่มพลังงาน (สูงกว่าคาด 6%), ท่องเที่ยว (107%), ICT (13%), พาณิชย์ (12%) และธนาคาร (3.3%) จากหุ้น 134 ตัวที่เราได้ทำพรีวิว มี 70 ตัวที่กำไรสูงกว่าคาด, 47 ตัวเป็นไปตามคาด และ 17 ตัวต่ำกว่าคาด

📉กลุ่มที่มีกำไรสูงกว่าคาดสูงสุด ได้แก่
• กลุ่มท่องเที่ยว (สูงกว่าคาด 107% นำโดย AWC),
• นิคมอุตสาหกรรม (48% นำโดย WHA และ AMATA),
• ประกันภัย (30% นำโดย BLA และ TLI),
• บรรจุภัณฑ์ (27% นำโดย SCGP),
• วัสดุก่อสร้าง (19% นำโดย SCC),
• สื่อ (18% นำโดย ONEE),
• ปิโตรเคมี (14% นำโดย PTTGC)
• อิเล็กทรอนิกส์ (14% นำโดย DELTA และ KCE)
📉กลุ่มที่มีกำไรต่ำกว่าคาดมากที่สุด ได้แก่
• กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (ต่ำกว่าคาด 98% นำโดย 3BBIF) และ REIT
• กลุ่มอุตสาหกรรม (ต่ำกว่าคาด 5% นำโดย FTREIT)

📉นักวิเคราะห์ของเราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 โดยรวมขึ้น 1.2% หลังการรายงานกำไรไตรมาส 1/2569 และตลาดปรับเพิ่มประมาณการขึ้น 1.1%
• กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์มีการปรับเพิ่มประมาณการมากที่สุด (18% นำโดย DELTA)
• รองลงมาคือบรรจุภัณฑ์ (15% นำโดย SCGP) และนิคมอุตสาหกรรม (10% นำโดย FPT)
• ส่วนกลุ่มที่ถูกปรับลดประมาณการมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มจัดการสินทรัพย์ (-5% นำโดย BAM), ICT (-5% นำโดย ADVANC) และอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย (-2% นำโดย BRI และ LPN)

มุมมอง KS

📌มีโอกาสเกิด upside ต่อประมาณการ EPS สุทธิ

📉นักวิเคราะห์ของ KS ปรับเพิ่มประมาณการกำไรรวมปี 2569 ขึ้น 1.2% ซึ่งสะท้อน upside ต่อ SET EPS ที่ 99.6 บาท และเปิดโอกาสให้ SET Index มีเป้าหมายที่ 1,594 จุด อิงค่าเฉลี่ย PER ย้อนหลังที่ 16 เท่า อย่างไรก็ตาม เราคงประมาณการ SET EPS ปี 2569 ที่ 95 บาท จากมุมมองระมัดระวังต่อราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง

📉เราคาดว่ากำไรรวมไตรมาส 2/2569 จะลดลงทั้ง YoY และ QoQ โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากโอกาสเกิดขาดทุนสต๊อกน้ำมันของกลุ่มโรงกลั่น ซึ่งอาจมีน้ำหนักมากกว่าผลการดำเนินงานปกติ แม้ค่าการกลั่น (GRM) จะยังอยู่ในระดับสูง (ราคาน้ำมันดิบดูไบ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ประมาณ 126 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล เทียบกับระดับปัจจุบันที่ราว 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล) นอกจากนี้ การไม่มีรายการกำไรพิเศษรวม 8.2 หมื่นลบ. จาก GULF, SCC, TOP และ THAI ในไตรมาส 2/2569 จะยิ่งกดดันการเติบโตของกำไร

อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าจะเห็นแนวโน้มเชิงบวกในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง โดยเฉพาะ STECON ที่จะได้ประโยชน์จากโครงการที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น และรายได้เงินปันผลตามฤดูกาลจาก GULF ขณะเดียวกัน กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์คาดว่าจะยังแข็งแกร่ง จากอุปสงค์สินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI ของ DELTA และการปรับเพิ่มราคาเฉลี่ยขายของ KCE ท่ามกลางภาวะอุปทานขาดแคลน ส่วนกลุ่มส่งออกอาจได้ประโยชน์เล็กน้อยจากเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

KS-Strategy-1200x1200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #กลยุทธ์ # #หุ้นเด่น #สรุปงบ1Q69

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Search

Recommended searches