KS: KKP คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น รายได้ค่าธรรมเนียมแข็งแกร่งขึ้น

KS: KKP คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น รายได้ค่าธรรมเนียมแข็งแกร่งขึ้น

Analysis by KS Research Fundamental
Apr 28, 2026
Back

🏦 KS: KKP คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น รายได้ค่าธรรมเนียมแข็งแกร่งขึ้น


📌 ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ทำสถิติสูงสุดใหม่ และสูงกว่าที่คาดอย่างมีนัยสำคัญ KKP รายงานกำไรไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 1.96 ลบ. เพิ่มขึ้น 10% QoQ และ 84% YoY ผลประกอบการออกมาสูงกว่าที่เราคาดไว้ 35% และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ 22% เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิจากธุรกิจตลาดทุนที่สูงกว่าคาด และผลขาดทุนจากรถยึดคืนที่ลดลง 35% QoQ และ 52% YoY กำไรเติบโตอย่างแข็งแกร่ง YoY โดยมีปัจจัยหนุนหลักมาจากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (credit cost) ที่ลดลง ซึ่งรวมถึงผลขาดทุนจากการขายรถยึดคืน และการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิที่เพิ่มขึ้น 24% YoY มาอยู่ที่ 1.62 ลบ. ในไตรมาส 1/2569 กำไรในไตรมาส 1/2569 คิดเป็น 32% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2569 ของเรา

📌 รายได้ค่าธรรมเนียมยังคงเป็นปัจจัยหลักขับเคลื่อนกำไรและมีความชัดเจนสูง การเติบโตไตรมาส 1/2569 ขับเคลื่อนโดยธุรกรรมประเภทที่เกิดขึ้นต่อเนื่องของธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (WM) โดยมีเงินไหลเข้าใหม่ 1.6 หมื่นลบ. สินทรัพย์ภายใต้คำแนะนำ (AUA) เพิ่มขึ้น 3% YoY และสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) เพิ่มขึ้น 5% YoY โดยมีสัดส่วนน้อยกว่า 10% ที่ผูกติดกับการซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งสะท้อนถึงความอ่อนไหวต่อสภาวะตลาดที่ต่ำ

📌 แพลตฟอร์มบริหารความมั่งคั่งที่แข็งแกร่ง และการขยายตัวของ Dime! ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ได้รับการสนับสนุนจากความร่วมมือกับ Goldman Sachs Asset Management ขณะที่ Dime! ยังคงเติบโตแข็งแกร่ง (ยอดดาวน์โหลด +12% YTD, AUA +21% YTD เป็น 1.265 แสนลบ., รายได้ 344 ลบ.) โดยตั้งเป้ารายได้ 1.3 พันลบ. ในปี 2569

📌 การเปลี่ยนโครงสร้างรายได้ไปสู่ non-NII จะดำเนินต่อเนื่อง รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิคาดว่าจะเติบโต 10%/7%/9% ในช่วงปี 2569–71 เป็น 6.5 พันลบ /7.0 พันลบ./7.6 พันลบ. ซึ่งจะช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (non-NII) เป็น 39% ภายในปี 2571 จาก 32% ในปี 2568

📌 คุณภาพสินทรัพย์ควบคุมได้ดี พร้อมแนวโน้ม credit cost ที่ลดลง ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (credit cost) ไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 1.5% (ต่ำกว่าเป้าหมาย 1.6%) ผลการขาดทุนจากรถยึดคืนปรับตัวดีขึ้น (ประมาณ 40% เทียบกับจุดสูงสุดที่ 50%) และการตั้งสำรองส่วนเพิ่มอย่างระมัดระวัง ช่วยหนุนให้ credit cost ลดลงเป็น 1.56%/1.45%/1.4% ในช่วงปี 2569–71

📌 NIM ยังถูกกดดัน แต่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร อัตราส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) คาดว่าจะอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ประมาณ 3.4–3.5% ในช่วงไตรมาส 2–4/2569 (เทียบกับ 3.6% ในไตรมาส 1/2569) จากแรงกดดันด้านผลตอบแทน แต่จะได้รับการชดเชยด้วยแนวโน้มรายได้ค่าธรรมเนียมที่แข็งแกร่งขึ้นและการขาดทุนที่ลดลง ส่งผลให้มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร (+17–15%) และคาดว่ากำไรจะเติบโต 20.9% ในปี 2569

🎯มุมมอง KS
📌แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 100.00 บาท หนุนโดย PBV เป้าหมายที่สูงขึ้นเป็น 1.23 เท่า (จาก 1.01 เท่า) จากอัตราส่วนกำไรสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ที่ยั่งยืนดีขึ้นเป็น 11% และการปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569–70 เรามองว่ามีโอกาสที่ PBV จะได้รับการประเมินมูลค่าใหม่สูงขึ้นเหนือ 1 เท่า จากแนวโน้ม ROE ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งได้รับแรงหนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมประจำที่เพิ่มขึ้นจากการบริหารความมั่งคั่งและสินทรัพย์

KKP-1200x1200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #KKP

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Search

Recommended searches