💡KS : Utilities Sector PDP2026 แผนการเติบโตบทใหม่

💡KS : Utilities Sector PDP2026 แผนการเติบโตบทใหม่

Analysis by KS Research Fundamental
Sept 13, 2026
Back

💡KS : Utilities Sector PDP2026 แผนการเติบโตบทใหม่

📍 แผน PDP2026 เปิดวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่
เราเข้าร่วมการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเกี่ยวกับแผน PDP2026 ในวันนี้ และมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อกลุ่มสาธารณูปโภค โดยแผนดังกล่าวครอบคลุมช่วงปี 2569–2593 และมุ่งปรับระบบไฟฟ้าของไทยให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยเน้นพลังงานหมุนเวียน (RE), ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS), ไฟฟ้าที่มีความมั่นคง, สัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA), TPA และการวางแผนระบบไฟฟ้าระดับภูมิภาค ทั้งนี้ ยังไม่มีการประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดสรรโครงการและการประมูลโครงการแต่ละประเภท

📍 ประเด็นสำคัญสะท้อนความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในเชิงโครงสร้าง
แผน PDP2026 มีการวางแผนระบบไฟฟ้าแบบ 7 ภูมิภาค และกำหนดเกณฑ์ความน่าเชื่อถือของระบบไฟฟ้า (LOLE) ไม่เกิน 1 วัน/ปี ความต้องการใช้ไฟฟ้าใหม่จะได้รับแรงหนุนหลักจากรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และศูนย์ข้อมูล โดยคาดว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าจากศูนย์ข้อมูลเพียงอย่างเดียวจะอยู่ที่ 6.8–8.8 GW ภายในปี 2593 ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดจะเพิ่มขึ้นเป็น 74–80 GW เทียบกับปัจจุบันที่ราว 36 GW ซึ่งสนับสนุนความจำเป็นในการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในด้านกำลังการผลิตไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน และโครงข่ายไฟฟ้า

📍 อัตรากำลังผลิตสำรองไม่ได้สูงเกินความจำเป็นมากเท่าที่ตัวเลขเบื้องต้นบ่งชี้
ปัจจุบันประเทศไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งราว 54 GW เทียบกับความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดที่ราว 36 GW ซึ่งสะท้อนกำลังการผลิตส่วนเกินตามตัวเลขเบื้องต้นที่ราว 50% อย่างไรก็ตาม หลังปรับผลกระทบจากความไม่สม่ำเสมอของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนแล้ว เราประเมินว่ากำลังการผลิตไฟฟ้าที่พึ่งพาได้อยู่ที่ราว 43 GW ส่งผลให้อัตรากำลังผลิตสำรองที่แท้จริงอยู่ใกล้ระดับ 20%

📍 เร่งเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจำนวนมากในทุกกรณีศึกษาจนถึงปี 2580
แผน PDP2026 กำหนดแนวทางการพัฒนาระบบไฟฟ้าเพียงแนวทางเดียวในช่วงปี 2569–80 โดยมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตใหม่รวม 50.9 GW ประกอบด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ 24.3 GW, BESS 14.5 GW, โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (CCGT) 9.1 GW, พลังงานลม 2.7 GW และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMR) 0.3 GW หากไม่รวม BESS จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ 36.4 GW หรือเฉลี่ยราว 3.6 GW/ปีในช่วง 10 ปีข้างหน้า โดยพลังงานแสงอาทิตย์คิดเป็น 67% ของกำลังการผลิตใหม่ทั้งหมด

📍 ทั้ง 4 กรณีศึกษาจะเริ่มแตกต่างกันหลังปี 2580 กรณีฐานและ CCS ต้องเพิ่มกำลังการผลิตใหม่รวม 127 GW ในช่วงปี 2569–93 เทียบกับ 195 GW ในกรณี RE และ 147 GW ในกรณี RE + CCS โดยพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมจะเป็นกำลังการผลิตหลักในกรณี RE ขณะที่ CCGT ยังคงมีบทบาทสำคัญในกรณีฐานและ CCS นอกจากนี้ แผน PDP2026 ยังมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตจาก SMR เป็น 9 GW ภายในปี 2593 ซึ่งจะสร้างโอกาสการเติบโตระยะยาวใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิม

📍 มุมมอง KS
คงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่ม เราคาดว่า PDP2026 จะสนับสนุนให้เกิดการประมูลโครงการ RE, Direct PPA และ CCGT ใหม่ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มในช่วง 1–2 ไตรมาสข้างหน้า ขณะที่รายละเอียดของแผนฉบับสุดท้ายมีความชัดเจนมากขึ้น
📍หุ้นเด่น
GULF "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 79.00 บาท

Utilities-Sector-1200x1200.jpg

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus

Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #หุ้น #หุ้นไทย #ข่าวหุ้น #ลงทุน #GULF #Utilties #โรงไฟฟ้า

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Search

Recommended searches