☀️KS Daily View 05.11.2026 >>> คาด SET แกว่งขึ้น หลังเลือกตั้ง US Bond Yield ลด/ DXY อ่อนค่า/ น้ำมันดิบย่อแรง มอง SET วันนี้ 1,490-1,530 จุด แนะนำ WHA, MTC
📊แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,502.09 เพิ่มขึ้น +11.08 จุด (+0.74%) แรงซื้อมากในกลุ่มรับเหมาฯ ไฟแนนซ์,อิเล็กทรอนิกส์ แต่นักลงทุนต่างชาติกลับมาขายหุ้นไทยสุทธิ 1,870 ลบ. โดยสำหรับวันนี้ประเมิน SET index คาดแกว่งขึ้นในกรอบ 1,490-1,530 จุด ขานรับโมเมนตัมบวกหลังผ่านพ้น US Midterm Election ซึ่งพรรคเดโมแครต ครองเสียงข้างมากได้ทั้งสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา โดยคาดส่งผลให้การพิจารณางบประมาณ และมาตรการต่างๆ ของUS จะเข้มงวดมากขึ้น อีกทั้งอาจต้องจับตาความเสี่ยงของ Data center ใน US ที่อาจมีการล่าช้า แต่ถือเป็นบวกต่อตลาดเอเชียที่อาจได้อานิสงส์ในการย้ายฐานการลงทุนสู่ตลาดเอเชียมากขึ้น นอกจากนี้ประเด็นการเจรจาในตะวันออกกลาง ที่มีความหวังมากขึ้นก็ฉุดให้ราคาน้ำมันดิบ Brent -8% มาปิดที่ระดับ 94 เหรียญต่อบาร์เรล ช่วยผ่อนคลายประเด็นเงินเฟ้อเพิ่มเติม ส่วน SET วานนี้กลับมาปิดเหนือระดับ 1,500 จุด กระตุ้นจิตวิทยาบวกต่อการฟื้นตัวต่อ โดยกลยุทธ์แนะทยอยสะสมกลุ่มนิคมฯ (WHA),โรงไฟฟ้า (BGRIM, GULF) ผสานกลุ่มบวกทางอ่อมจากราคาน้ำมันลง เช่น กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (OSP) และไฟแนนซ์ (MTC) โดยหุ้นเด่นวันนี้เราแนะนำ WHA, MTC
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
📌หอการค้าไทยมองว่าฝ่ายค้านที่มีเสียงเพิ่มขึ้นในสภาคองเกรสจะจำกัดความคล่องตัวของรัฐบาลทรัมป์ ทำให้การดำเนินนโยบายการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ต้องระมัดระวังมากขึ้น หากช่วยลดความขัดแย้งและสงครามการค้า จะเป็นบวกต่อเศรษฐกิจโลกและไทยผ่านต้นทุนพลังงาน โลจิสติกส์ และห่วงโซ่อุปทานที่ลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านการขนส่งหากสถานการณ์ขยายวง ประเมินเป็นบวกต่อหุ้นนำเข้าวัตถุดิบ ขนส่ง และบริโภค เช่น SCC, SCGP, BA และ CPALL จากต้นทุนลดลง แต่เป็นลบเชิง Sentiment ต่อ PTTEP หากราคาน้ำมันอ่อนตัว
📌ชัยชนะของผู้ว่าการรัฐจากเดโมแครตในเท็กซัสและหลายรัฐสำคัญเพิ่มความเสี่ยงที่โครงการดาต้าเซนเตอร์สหรัฐฯ จะถูกระงับหรือล่าช้า 12–18 เดือน จากข้อกังวลด้านค่าไฟ การใช้น้ำ และสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยเฉพาะเท็กซัสซึ่งคิดเป็นเกือบ 30% ของกำลังผลิตใหม่ปี 2571 กดดันหุ้นเทคโนโลยีและห่วงโซ่อุปทานของชิปทั่วโลก แต่อย่างไรก็ดีอาจหนุนให้กระแสดาต้าเซนเตอร์ในแถบเอเชีย (รวมถึงไทย) อาจได้อานิสงส์บวกมากขึ้นต่อโอกาสการย้ายฐาน ดังนั้นประเมินเป็นบวกต่อกลุ่มที่เกี่ยวข้อง เช่น นิคมอุตสาหกกรรม (WHA, AMATA), ไฟฟ้าและน้ำ (GULF, BGRIM, EASTW และ WHAUP)
📌กรมสรรพสามิตเสนอใช้เงินกู้ 6 พันลบ. จัดโครงการรถเก่าแลกรถกระบะใหม่ อุดหนุนคันละ 40,000 บาท เป้าหมาย 1.5 แสนคัน พร้อมส่วนลดจากค่ายรถและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากออมสิน เพื่อฟื้นตลาดรถกระบะ ลดความเสี่ยงสินเชื่อ และแก้ปัญหา PM2.5 โดยกำหนดให้รถใหม่ผลิตในประเทศและผ่านมาตรฐานยูโร 5–6 หรือเป็น xEV เป็นจิตวิทยาเชิงบวกต่อผู้ผลิตและห่วงโซ่ชิ้นส่วนรถกระบะในประเทศ เช่น SAT, AH, STANLY แต่ผลจริงขึ้นกับการอนุมัติโครงการและความสามารถของผู้ซื้อในการผ่านเกณฑ์สินเชื่อ
📌กกร.ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 เป็นเติบโต 2.4–2.6% และส่งออกเป็น 18–22% หลัง MPI ใหม่สะท้อนภาคการผลิตขยายตัว โดยเฉพาะสินค้าเทคโนโลยีโต 18.9% อย่างไรก็ดี ยังจับตาเศรษฐกิจแบบ K-shape ราคาน้ำมันและ Bond Yield ซึ่งอาจเปลี่ยนทิศทางนโยบายโลก ประเมิยเป็นบวกต่อกลุ่มนิคมฯ–อิเล็กทรอนิกส์–ชิ้นส่วนยานยนต์ เช่นAMATA, WHA, HANA, KCE และ SAT แต่ผลดีต่อตลาดอาจจำกัดหากราคาน้ำมันและBond Yield ยังอยู่ในระดับสูง
Daily picks
WHA: ราคาพื้นฐาน 6.25 บาท
✅คาดกำไรไตรมาส 3Q69 จะเติบโต 32% YoYและ 27% QoQ
✅ใน 4Q69 มีการวางแผนการขายและโอนที่ดินจำนวนมากให้กับลูกค้าหลากหลายกลุ่ม ประกอบกับรายได้จากค่าความพร้อมจ่ายน้ำที่เพิ่มขึ้น และกำไรจากการขายสินทรัพย์เข้ากองREIT ซึ่งหนุนผลประกอบการ 4Q69 แข็งแกร่ง
✅แนะนำ“ซื้อ” ด้วย TP กลางปี 2570 ที่ 6.25 บาท ผู้บริหารยังคงมั่นใจว่าจะบรรลุเป้าหมายสำคัญในปี 2569 ขณะที่ยอดขายและการโอนที่ดินให้แก่ลูกค้ากลุ่ม Data center มีกำหนดใน 4Q69
MTC: ราคาพื้นฐาน 39.00 บาท
✅คาดงบ 3Q69 เติบโตทั้ง QoQ และ YoY จาก credit cost ที่ลดลงจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส ผสาน NIM เพิ่มขึ้นจาก cost of fund ที่ลดลงตามการ roll over debenture ส่วน loan growth คาดยังโตต่อเนื่อง
✅ในขณะที่ผลกระทบจากน้ำท่วมน่าจะจำกัดสุดในกลุ่ม ยังไม่เห็น downside risk จากประมาณการ
✅ผสาน valuation ไม่แพง โดยอยู่ที่ PBV ปี 2026 ที่ 1.2 เท่า และ PE ที่ 8.1 เท่า เทียบกับ ROE ที่คาด 16.5% โดยแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 39 บาท
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
✅วันพฤหัสบดี ติดตามดัชนีเงินเฟ้อไทย เดือน ต.ค. โดย CPI คาดที่ 3.3%YoY เพิ่มขึ้นจาก 2.82% ในเดือน ก.ย. และ Core CPI คาดที่ 1.6%YoY เพิ่มจาก 1.5% ในเดือน ก.ย., ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US และดัชนี PPI ของยูโรโซน
✅วันศุกร์ ติดตามการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) คาดขึ้นดอกเบี้ย 0.25%, การจ้างงานนอกภาคเกษตร US เดือน ต.ค. คาดเพิ่มขึ้น 6.5 หมื่นราย เร่งขึ้นจาก 2.9 หมื่นรายในเดือน ก.ย., อัตราการว่างงาน US คาดทรงตัวที่ 4.2% และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค US เดือน พ.ย. คาดที่ 48.0 จุด

*ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่และแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน
📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #KSTODAY
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English