KS Daily View 2 พ.ย. 2026

KS Daily View 2 พ.ย. 2026

Analysis by KS Research Strategy
Nov 2, 2026
Back

KS Daily View 2.11.2026 >>> ลุ้นฟื้นตัวหลังปรับฐานแรง จนเข้าแนวรับสำคัญ เน้นตั้งรับหุ้นกำไรขยายตัวแข็งแกร่ง กรอบ SET วันนี้ที่ 1,510 - 1,540 จุด วันนี้แนะนำ ITC, MEGA

Theme การลงทุนสัปดาห์นี้: สัปดาห์นี้ประเมิน SET Index คาดแกว่งในกรอบ 1,500–1,560 จุด มีลุ้นเกิด Technical Rebound หลังจากสัปดาห์ก่อนย่อตัวแรงจนทดสอบแนวรับ EMA200วัน โดยปัจจัยหลักในสัปดาห์นี้ แนะติดตามการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ 3 พ.ย.นี้ ซึ่งปัจจุบัน พรรค Republican ครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา แต่คะแนนความนิยมของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ลดลงต่อเนื่อง เพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญเสียที่นั่งให้พรรค Democrat อย่างไรก็ดี ต้องติดตามผลแยกแต่ละสภาและจำนวนเสียง เพราะบางมติสำคัญต้องใช้เสียงถึง 2 ใน 3 ของทั้งหมด ส่วนสถิติในอดีตชี้ว่า หลังเลือกตั้งกลางเทอม S&P 500 มักฟื้น ขณะที่ดอลลาร์และ Bond Yield มีแนวโน้มชะลอ ซึ่งอาจเป็นอีกแรงหนุนต่อการฟื้นตัวของ SET นอกจากนี้แนะติดตามการประชุม RBA และ BOE โดยคาดว่าทั้งคู่จะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% นอกจากนี้ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่น่าจับตา ได้แก่ การจ้างงานนอกภาคเกษตร US, PMI และ ISM ทั่วโลก รวมถึงเงินเฟ้อไทยและยูโรโซน สำหรับกลยุทธ์เน้นทยอยสะสมหุ้นกำไรแข็งแกร่ง ปันผลสูง และมี Valuation น่าสนใจเมื่อดัชนีอ่อนตัว โดยหุ้นเด่นประจำสัปดาห์นี้ ได้แก่ AWC, BA, GLOBAL และ HANA

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: วันศุกร์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,518.59 จุด -1.68% แรงขายมากในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และวัสดุก่อสร้าง ส่วนวันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,510–1,540 จุด  ลุ้นการฟื้นตัวหลังจากตลาดปรับฐานแรงในสัปดาห์ที่ผ่านมาจนเข้าแนวรับสำคัญ โดยวันนี้แนะเกาะติดผลประกอบการ และรายงาน ISM & PMI ภาคการผลิต กลยุทธ์แนะตั้งรับหุ้นที่คาดแนวโน้มกำไรขยายตัวแข็งแกร่ง โดยวันนี้แนะนำ ITC, MEGA

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  1. รัฐบาลเตรียมต่อยอดการเป็นเจ้าภาพประชุม IMF–World Bank ปี 2569 พร้อมจัดทำแผนท่องเที่ยวแห่งชาติปี 2571–75 ตั้งเป้ารายได้ไม่น้อยกว่า 4 ล้านล้านบาทและผลักดันไทยติด 30 อันดับแรกของ TTDI โดยเน้นนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง โครงสร้างพื้นฐานเรือสำราญ การเชื่อมโยงเมืองรอง และยกระดับ E‑Visa ประเมินเป็นบวกเชิง Sentiment ต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว (AOT, CENTEL, ERW, AWC) แต่ผลต่อกำไรจะขึ้นอยู่กับการเพิ่มเที่ยวบิน คุณภาพนักท่องเที่ยว และความคืบหน้าของมาตรการวีซ่าและโครงสร้างพื้นฐานจริง
  1. รัฐบาลเตรียมประชุม ครม.สัญจรที่อุดรธานี เพื่อยกระดับภาคเกษตรเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจและเสริมความมั่นคงทางอาหาร โดยมุ่งให้รายได้ส่งออกถึงมือเกษตรกร พร้อมใช้มาตรการ E20–B20 เพิ่มอุปสงค์สินค้าเกษตร กำหนดเครดิตเทอมช่วยสภาพคล่อง SME และเดินหน้าโซลาร์ภาคประชาชนควบคู่การลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง ประเมินเป็นบวกเชิง Sentiment ต่อกลุ่มเกษตรและอาหาร และกลุ่มเชื้อเพลิงชีวภาพแต่ต้องรอดูมาตรการและวงเงินที่ชัดเจนจาก ครม.
  1. ไทยอยู่ระหว่างศึกษาการนำเข้าก๊าซจากแหล่ง A6 ในเมียนมา ซึ่งมีศักยภาพรองรับความต้องการของโรงไฟฟ้าและภาคอุตสาหกรรม โดยอาจใช้โครงข่ายท่อฝั่งตะวันตกเดิมเพื่อลดการลงทุนใหม่ เพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน และลดความเสี่ยงจากราคา LNG โลก แต่ยังต้องประเมินกำลังผลิต เงื่อนไขส่งมอบ และกรอบเวลาพัฒนาแหล่งให้ชัดเจน ถือเป็นบวกต่อ PTTEP ในฐานะผู้มีประสบการณ์สำรวจแหล่งดังกล่าว และอาจช่วยลดต้นทุนก๊าซระยะยาวให้กลุ่มโรงไฟฟ้าSPP เช่น GPSC, BGRIM และ GULF หากราคาก๊าซผ่านท่อต่ำกว่า LNG นำเข้า
  1. ราคาทองคำสปอตร่วง 3.5% สู่ 3,880.97 ดอลลาร์/ออนซ์ ต่ำสุดตั้งแต่ ต.ค. 2568 หลังหุ้นเทคโนโลยีทรุดตัวกระตุ้น Margin Call และการขายสินทรัพย์เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ขณะที่เงิน แพลทินัม และแพลเลเดียมร่วงแรงจนเข้าสู่ภาวะOversold ท่ามกลางดอกเบี้ยสูงและอุปสงค์เอเชียที่ซบเซา ถือเป็นโมเมนตัมเชิงลบต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม โดยในระยะสั้น คาดกระแสเงินทุนยังคงเน้นไปที่การซื้อพันธบัตรรัฐบาลมากขึ้น สะท้อนจาก US Bond Yield ที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยล่าสุด US Boกd Yield อายุ 10ปี ต่ำกว่าระดับ 5% ไปแล้ว รวมถึงเป็นบวกมากขึ้นต่อหุ้นที่มีปันผลสูง และหุ้นที่ได้ประโยชน์จาก Bond Yield ลดลง เช่น กลุ่มไฟแนนซ์ เป็นต้น

Daily pick

ITC: ราคาพื้นฐาน 21.80 บาท

  • ITC คงเป้าหมายยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นปี 2569 แต่คาดว่าสัดส่วน SG&A ต่อยอดขายจะสูงกว่าเป้าหมายราว 1ppt จากค่าใช้จ่ายแบบครั้งเดียว
  • แม้ต้นทุนและค่าใช้จ่าย M&A แบบครั้งเดียวเพิ่มขึ้น เราคาดว่ากำไรไตรมาส 4/2569 จะเติบโตทั้ง YoY และ QoQ โดย Synergy จากดีลจะเป็น Upside ในระยะกลางถึงยาว
  • รวมผลประกอบการของ Phelps ในประมาณการ โดยคาดว่าจะสร้างสัดส่วนกำไร 5–6% ในปี 2570–71 ก่อนรวม Synergy ส่งผลให้ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 21.80 บาท พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ”

MEGA: ราคาพื้นฐาน 43.80 บาท

  • คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/69 ที่ 580 ลบ. (+17.4% YoY, +12.7% QoQ) กำไรสุทธิ 9M69 คิดเป็น 78.5% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีของเราก่อนปรับประมาณการ
  • เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2569/70/71 ขึ้น 6.3%/5.3%/4.0% โดยได้รับแรงหนุนจากสมมติฐานรายได้ที่แข็งแกร่งขึ้นและGPM ที่สูงขึ้น
  • ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ” พร้อมปรับเพิ่ม TP กลางปี 2570 เป็น 43.80 บาท จากเดิม 41.40 บาท หุ้นซื้อขายที่ PER ปี 2569 ที่ 12.5 เท่า เทียบกับประมาณการ CAGR ของ EPS ในช่วงปี 2568–70 ที่ 15.1%

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันจันทร์ ติดตาม PMI ภาคการผลิตของไทย เดือน ต.ค., PMI ภาคการผลิตของ US เดือน ต.ค. คาดทรงตัวที่ 56.0 จุด, ISM ภาคการผลิต ต.ค. คาดทรงตัวที่ 54.5 จุด และ PMI ภาคการผลิตของยูโรโซน ต.ค. คาดที่ 52.4 จุด

วันอังคาร ติดตามการประชุม ครม., การเลือกตั้งกลางเทอม US, คำสั่งซื้อภาคโรงงานของ US ก.ย. คาดที่ 1.2%MoM, ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน US เดือน ก.ย. คาดทรงตัวที่ 1.8%MoM และ การประชุมธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) คาดขึ้นดอกเบี้ย 0.25%

วันพุธ ติดตามการจ้างงานภาคเอกชน US จาก ADP เดือน ต.ค. คาดเพิ่มขึ้น 6.7 หมื่นราย น้อยกว่า ก.ย. ที่ 9 หมื่นราย, PMI ภาคบริการของ ฆ เดือน ต.ค. คาดทรงตัวที่ 57.9 จุด, ISM ภาคบริการของ US ต.ค. คาดที่ 54.8 ลดลดงจาก 54.9 จุด และPMIภาคบริการของยูโรโซน คาดทรงตัวที่ 51.7 จุด 

วันพฤหัสบดี ติดตามดัชนีเงินเฟ้อไทย เดือน ต.ค. โดยCPI คาดที่ 3.3%YoY เพิ่มขึ้นจาก 2.82% ในเดือน ก.ย. และ Core CPI คาดที่ 1.6%YoY เพิ่มจาก 1.5% ในเดือน ก.ย., ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US และดัชนี PPI ของยูโรโซน

วันศุกร์ ติดตามการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) คาดขึ้นดอกเบี้ย 0.25%, การจ้างงานนอกภาคเกษตร US เดือน ต.ค. คาดเพิ่มขึ้น 6.5 หมื่นราย เร่งขึ้นจาก 2.9 หมื่นรายในเดือน ก.ย., อัตราการว่างงาน US คาดทรงตัวที่ 4.2% และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค US เดือน พ.ย. คาดที่ 48.0 จุด

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #Ksecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Search

Recommended searches