KS Daily View 26 ต.ค. 2026

KS Daily View 26 ต.ค. 2026

Analysis by KS Research Strategy
Oct 26, 2026
Back

KS Daily View 26.10.2026 >>> ตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น หนุนน้ำมันโลกพุ่ง คาดกระตุ้นแรงเก็งพลังงาน กรอบ SET วันนี้ที่ 1,550 - 1,570 จุด วันนี้แนะนำ PTT, CENTEL

Theme การลงทุนสัปดาห์นี้: สัปดาห์นี้ประเมิน SET Index คาดแกว่งในกรอบ 1,530–1,585 จุด โดยยังมีความผันผวนสูง แนะติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งมีความตึงเครียดมากขึ้น หนุนความเสี่ยงด้านอุปทานส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปิดสัปดาห์พุ่งสู่ระดับ 116 USD/bbl แต่อย่างไรก็ดีปัจจุบัน US Bond Yield 10 ปียังทรงตัวบริเวณ 5% และโอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยเดือน ต.ค. ยังอยู่เพียง 10% โดยคาด Fed และ กนง. 28 ต.ค.นี้ จะคงดอกเบี้ยที่ 3.75–4.00% และ 1.00% ตามลำดับ ส่วน ECB และ BOJ คาดคงดอกเบี้ยในการประชุม 29 และ 30 ต.ค. แต่ยังมีความเสี่ยงขึ้นดอกเบี้ยช่วงปลายปี ส่วนตัวเลขสำคัญจับตา ยอดส่งออกไทย ก.ย. คาด +18%YoY, US PCE/Core PCE และ US GDP 3Q26 รวมทั้งยังแนะติดตามงบ US Hyperscaler เช่น Microsoft, Alphabet และ Amazon ซึ่งจะชี้ความคุ้มค่าของการลงทุน AI ส่วนไทยจับตางบ DELTA, GLOBAL, HMPRO, SCC และ PTTEP สำหรับกลยุทธ์สัปดาห์นี้แนะเก็งกำไรกลุ่มพลังงานและทยอยสะสมหุ้นคาดกำไรแข็งแกร่ง เลือก PTT, SCB, HMPRO และ ITC เป็นหุ้นเด่นประจำสัปดาห์

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: วันพฤหัสบดีที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,562.67 จุด +0.42% แรงซื้อกลุ่มพลังงาน, ปิโตรเคมี และธนาคาร ส่วนวันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,550–1,570 จุด สถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น หนุนราคาน้ำมันดิบพุ่งแรง คาดกระตุ้นแรงเก็งกลุ่มพลังงาน แต่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อช่วงถัดไป ส่วนในประเทศ ติดตามยอดส่งออกไทย ก.ย. ตลาดคาด +18%YoY กลยุทธ์ย่อสะสมหุ้นคาดกำไรดี โดยวันนี้แนะนำ PTT, CENTEL

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  1. นายอนุทินมั่นใจว่า GDP ไทยปี 2569 จะขยายตัวสูงกว่า 2.1% จากเงินลงทุนต่างชาติ การส่งออก การจ้างงาน และรายได้ภาษีที่เพิ่มขึ้น พร้อมสั่งสภาพัฒน์ฯ ทบทวนประมาณการใหม่ รัฐบาลจะเร่งดึงดูดการลงทุนโดยชูศักยภาพบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และบทบาทไทยในฐานะศูนย์กลางโลจิสติกส์ของอาเซียน แทนการแข่งขันด้วยค่าแรงต่ำ ถือเป็นบวกต่อบรรยากาศลงทุนและหุ้นอิงเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรม ธนาคาร รับเหมาก่อสร้าง โลจิสติกส์ หากประมาณการ GDP และเงินลงทุนได้รับการปรับเพิ่มขึ้นจริง
  2. น้ำมันดิบเบรนท์ปิดพุ่ง 3.1% ที่ 116.72 ดอลลาร์/บาร์เรล สูงสุดในรอบ 6 เดือน จากความเสี่ยงที่สหรัฐฯ อาจโจมตีอิหร่านอีกครั้ง ประกอบกับกลุ่มฮูตีเดินหน้าโจมตีแหล่งน้ำมันและสนามบินในซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้ตลาดกังวลต่อการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานในตะวันออกกลางมากขึ้น ถือเป็นบวกต่อหุ้นต้นน้ำอย่าง PTTEP, PTT และอาจหนุนโรงกลั่นจากค่าการกลั่นที่สูงขึ้น แต่เป็นลบต่อสายการบิน ขนส่ง โรงไฟฟ้า และกลุ่มที่มีต้นทุนพลังงานสูง รวมถึง SET โดยรวมจากความเสี่ยงเงินเฟ้อและ Bond yield ที่มีโอกาสเพิ่มขึ้น
  3. กระทรวงการคลังขอให้ PTT เพิ่มการจ่ายเงินปันผล เพื่อนำรายได้ส่วนเพิ่มไปช่วยกองทุนน้ำมันซึ่งติดลบกว่าแสนล้านบาท พร้อมพิจารณาลดภาษีสรรพสามิต E20–E85 ซึ่งอาจจะมีการนำเข้าสู่ ครม. เพื่อพิจารณาในวันที่ 27 ต.ค. นี้เพื่อเพื่อบรรเทาภาระประชาชนจากราคาน้ำมันดิบโลกที่ผันผวน และป้องกันราคาขายปลีกปรับขึ้นรวมทั้งส่งเสริมเอทานอลจากอ้อยและมันสำปะหลัง ถือเป็นจิตวิทยาเชิงบวกในระยะสั้นต่อหุ้นในกลุ่ม PTT ซึ่งอาจมีการจ่ายปันผลสูงกว่าที่ตลาดเคยคาดการณ์ไว้
  4. เงินเฟ้อทั่วไปญี่ปุ่นเดือนก.ย.เพิ่มเป็น 2.1% สูงสุดนับตั้งแต่ต้นปีและเหนือเป้าหมาย BOJ ขณะที่ เงินเฟ้อพื้นฐานขึ้นสู่ระดับ 2.4% จากต้นทุนนำเข้าที่สูงขึ้นตามเงินเยนอ่อนและผลกระทบทางอ้อมของราคาพลังงาน ส่งผลให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธ.ค. หลัง BOJ เพิ่งปรับดอกเบี้ยนโยบายขึ้นสู่ 1.25% เมื่อเดือนก.ย. โดยประเมินการขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ อาจเร่งการแข็งค่าของเงินเยนและการลดสถานะ Yen carry trade กดดันสินทรัพย์เสี่ยงระยะสั้น แต่เป็นบวกต่อหุ้นส่งออกไทยที่แข่งขันกับญี่ปุ่น เช่น อาหารและชิ้นส่วนยานยนต์ หากเงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเยน

Daily pick

PTT: ราคาพื้นฐาน 43.40 บาท
• สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น คาดหนุนให้ราคาน้ำมันดิบ และค่าการกลั่นในช่วงสั้นยังมีโอกาสปรับขึ้น เป็นบวกต่อกลุ่มพลังงาน
• กระทรวงการคลัง ขอให้ PTT เพิ่มการจ่ายเงินปันผล เพื่อนำรายได้ส่วนเพิ่มไปช่วยกองทุนน้ำมันซึ่งติดลบกว่าแสนล้านบาท ถือเป็นโมเมนตัมเชิงบวกต่อ Dividend Yield ที่มีโอกาสสูงกว่าที่ตลาดเคยคาด
• Valuation ยังน่าดึงดูด โดยปัจจุบันเทรดบริเวณ PE 9 เท่า และคาด Dividend Yield ที่ 5.2%

CENTEL: ราคาพื้นฐาน 48.11 บาท
• คาดกำไรปกติที่ 245 ลบ. (+39% QoQ, +28% YoY) โดยได้รับแรงหนุนจาก RevPAR และยอดขายธุรกิจอาหารที่แข็งแกร่งขึ้น
• คาดกำไรปกติของธุรกิจโรงแรมอยู่ที่ 10 ลบ. โดยได้รับแรงหนุนจาก RevPAR ที่เติบโต 6% YoY ขณะที่กำไรธุรกิจอาหารเพิ่มขึ้น 4% YoY
• คงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วย TP ที่ 48.11 บาท แนวโน้มกำไรไตรมาส 4/69 ยังแข็งแกร่ง โดยคาดว่ากำไรปกติอยู่ที่ 822 ลบ. (+5% YoY)

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันจันทร์ ติดตามยอดส่งออกไทย เดือน ก.ย. ตลาดคาด +18.0%YoY

วันอังคาร ติดตามยอดขายรถยนต์ของไทย เดือน ก.ย. ส่วนประเด็นต่างประเทศ จับตายอดสั่งซื้อสินค้าคงทน US เดือน ก.ย., ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค US เดือน ก.ย. จาก Conf. Board และยอดขายบ้านใหม่ US คาด -5.5%MoM

วันพุธ ติดตามการประชุม กนง. คาดคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.0%, การประชุม Fed คาดคงดอกเบี้ยที่ระดับ 3.75-4.00% และสต๊อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ ของ US

วันพฤหัสบดี ติดตามการประชุม ECB คาดคงดอกเบี้ยที่ระดับเดิม, ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US, US PCE & US Core PCE เดือน ก.ย. และ 3Q26 US GDP คาด +3.2%QoQ

วันศุกร์ ติดตามการประชุม BOJ คาดคงดอกเบี้ยที่ 1.25%, Tokyo CPI YoY และ 3Q26 GDP ของยูโรโซน

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus

Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #Ksecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Search

Recommended searches