KS Daily View 24 ก.ย. 2026

KS Daily View 24 ก.ย. 2026

Analysis by KS Research Strategy
Sept 24, 2026
Back

☀️KS Daily View 24.09.2026 >>> US Bond Yield เด้งทะลุ 5% จับตาประชุม ทรัมป์-สี มอง SET วันนี้ 1,590-1,620 จุด แนะนำ WHA, PYLON


📊แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,610.70 เพิ่มขึ้น +6.26 จุด (+0.39%) แรงซื้อเด่นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ รับเหมาฯ และปิโตรเคมี ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิที่ 1,168 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index คาดย่อในกรอบ 1,590-1,620 จุด อาจมีแรงกดดันระยะสั้นจากการรีบาวน์ของราคาน้ำมันดิบโลก หลังจากประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียนของอิหร่านระบุว่า อิหร่านจะไม่ยอมให้มีเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ตราบใดที่มาตรการคว่ำบาตรและการปิดล้อมของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อคาดการณ์เงินเฟ้อในช่วงถัดไป ผสานกับการรายงานตัวเลข US PMI ภาคการผลิตและบริการ เดือน ก.ย. ที่เร่งขึ้น สูงกว่าคาด โดยพบว่าการจ้างงานขยายตัวเร็วที่สุดในรอบกว่า 4 ปี ขณะที่ต้นทุนปัจจัยการผลิตเพิ่มขึ้นในอัตราสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022 หนุนโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐฯมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ DXY แข็งค่า และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร US 10 ปี กลับมาทะลุ 5% อีกครั้ง เป็นแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น ขณะที่ปัจจัยที่ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด คือ การหารือกันระหว่างทรัมป์ และสี จิ้นผิง ในวันนี้ ดังนั้นกลยุทธ์ระยะสั้น เน้นรอย่อตั้งรับหุ้นที่คาดแนวโน้มกำไรยังขยายตัวได้ดี โดยสำหรับวันนี้แนะนำ WHA, PYLON

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

📉สหรัฐฯ และจีนตกลงขยายข้อตกลงพักรบทางการค้าออกไปอีก 2 เดือนถึงวันที่ 10 ม.ค. 2570 ก่อนการประชุมระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิง โดยบรรยากาศการเยือนเป็นไปในเชิงบวก แต่ตลาดยังคาดหวังความคืบหน้าครั้งใหญ่ค่อนข้างต่ำ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังขัดแย้งกันในประเด็นการค้า ไต้หวัน AI และแร่หายาก เราประเมินข่าวดังกล่าวเป็นบวกต่อ Sentiment ตลาดและหุ้นที่เชื่อมโยงการค้าโลก เช่น อิเล็กทรอนิกส์ ปิโตรเคมี และนิคมอุตสาหกรรม แต่ผลบวกอาจจำกัดหากการประชุมยังไม่มีข้อตกลงเชิงรูปธรรม

📉การลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม EV และดาต้าเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะจากทุนจีน หนุนราคาที่ดินชลบุรีเพิ่มขึ้น 30–50% ในช่วง 5 ปี พร้อมกระตุ้นความต้องการซื้อและเช่าที่อยู่อาศัยใกล้นิคมฯ อย่างไรก็ดี ตลาดยังเผชิญสินเชื่อตึงตัว สต๊อกสูง และการแข่งขันจากผู้ประกอบการจีนที่นำวัสดุและเทคโนโลยีเข้ามาเอง มองเป็นบวกต่อ WHA และ AMATA จากยอดขายที่ดินและดีมานด์สาธารณูปโภค แต่ผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยใน EEC ยังต้องระวังปัญหากู้ไม่ผ่านและสต๊อกคงค้างสูง

📉ADB คาดเงินเฟ้อเอเชีย-แปซิฟิกอยู่ที่ 4.2% ในปี 2026 และ 3.5% ในปี 2027 จากสงครามที่กระทบอุปทานพลังงานและอาหาร รวมถึงเอลนีโญที่กดดันผลผลิตเกษตร ส่งผลให้หลายประเทศอาจต้องคงนโยบายการเงินตึงตัว และการลดดอกเบี้ยอาจเกิดขึ้นช้ากว่าคาด ประเมินเป็นลบต่อหุ้นที่อ่อนไหวต่อต้นทุนพลังงานและดอกเบี้ย เช่น สายการบิน โรงไฟฟ้า และกลุ่มการเงิน ขณะที่หุ้นพลังงานต้นน้ำและสินค้าเกษตรอาจได้ประโยชน์จากราคาขายที่สูงขึ้น

📉สหรัฐฯ กำหนดภาษีสินค้าไทย 12.5% จากผลสอบมาตรา 301 กรณีแรงงานบังคับ แต่ยังไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย เพราะต้องรอผลสอบประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน ขณะที่ไทยเร่งสรุปความตกลง ART เพื่อรักษาภาษีรวมไว้ที่ 19% หรือไม่สูงกว่าคู่แข่งในภูมิภาค เราประเมินว่าความไม่แน่นอนด้านภาษียังกดดันหุ้นส่งออกไปสหรัฐฯ เช่น อิเล็กทรอนิกส์ อาหาร และชิ้นส่วนยานยนต์ แต่หากปิดดีลART ได้ตามกรอบ 19% จะช่วยลด Downside และฟื้นความเชื่อมั่น

Daily picks

WHA: ราคาพื้นฐาน 6.25 บาท

✅เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” และ TP ของ WHA ที่ 6.25 บาท อิงวิธี SOTP สถานะที่มั่นคงในอุตสาหกรรม IE ซึ่งมีการเติบโตสูง จะช่วยให้WHA สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่นักลงทุนระยะยาว

✅ในระยะสั้น ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความคืบหน้าของธุรกิจศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย หลังรัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายธุรกิจศูนย์ข้อมูล อาจกดดันราคาหุ้น

✅ในระยะยาว แนวโน้มการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วง 2H69 ความได้เปรียบของ WHA เมื่อกฎเกณฑ์เกี่ยวกับธุรกิจศูนย์ข้อมูลมีความชัดเจน และความคืบหน้าเชิงบวกที่อาจเกิดขึ้นในธุรกิจยานยนต์ จะดึงความสนใจของนักลงทุนกลับมา

PYLON: ราคาพื้นฐาน 5.20 บาท

✅PYLON คาดว่ากำไรปกติจะแข็งแกร่งตั้งแต่ช่วง 2H69 ต่อเนื่องถึงปี 2570 หนุนจากโครงการศูนย์ข้อมูลในช่วง 2H69 และโครงการ Double Deck และมอเตอร์เวย์ M5 ในปี 2570 ซึ่งต้องใช้งานเสาเข็มจำนวนมาก

✅เราคาดว่ากำไรปกติไตรมาส 3/69 จะอยู่ที่ 115 ลบ. (+85% YoY, +45% QoQ) โดยได้รับแรงหนุนจากกิจกรรมการก่อสร้างที่เร่งตัวขึ้น การแข่งขันน่าจะยังอยู่ในระดับต่ำในปี 2570 เนื่องจากโครงการภาครัฐจะช่วยรองรับกำลังการผลิตของอุตสาหกรรม

✅คงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วย TP 5.20 บาท ปัจจุบันหุ้นซื้อขายด้วย forward PER 9.75 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 16 เท่า และ 12.7 เท่าในปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงที่กำไรทำจุดสูงสุดครั้งล่าสุด

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

📌วันพฤหัสบดี ติดตามการประชุมระหว่างทรัมป์กับ สี จิ้นผิง, ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ, ยอดขายบ้านใหม่ ของสหรัฐฯ เดือน ส.ค. คาด +1.3%MoM, ใบอนุญาตการก่อสร้าง ของสหรัฐฯ เดือน ส.ค. และ PMI ภาคการผลิตและบริการของยูโรโซน เดือน ก.ย.

📌วันศุกร์ ติดตามยอดส่งออกไทย เดือน ส.ค., ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ของสหรัฐฯ เดือน ส.ค. คาด -0.3%MoM และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก ม.มิชิแกน เดือน ก.ย.

DAILY_VIEW_24_09_2026_1040.jpg

*ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่และแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #KSTODAY

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Search

Recommended searches