KS Daily View 27.05.2026 >>> เกาะติดตะวันออกลาง เน้นหุ้นที่แนวโน้มขยายตัวเด่น มี Valuation น่าสนใจ SET index วันนี้ที่ 1,540-1,565 จุด แนะนำ KKP, CENTEL
แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,553.36 เพิ่มขึ้น 3.03 จุด (+0.20%) แรงซื้อเด่นในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และธนาคาร ขณะที่มีแรงขายในหุ้นกลุ่มพลังงาน และค้าปลีก ขณะที่นักลงทุนต่างชาติพลิกกลับมาซื้อหุ้นไทยสุทธิ 1,533 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index คาดแกว่งในกรอบ 1,540-1,565 จุด ยังคงต้องจับตาการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งยังเปราะบาง ท่ามกลางเหตุการณ์โจมตีทางทหารในอ่าวเปอร์เซีย เป็นแรงกระตุ้นให้ราคาน้ำมันดิบโลกวานนี้ฟื้นตัวเล็กน้อย อย่างไรก็ดีโมเมนตัมของการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวข้อง AI ยังเป็นแรงขับเคลื่อนตลาดสินทรัพย์เสี่ยงที่สำคัญ หนุน S&P500 และ Nasdaqทำ New High คาดเป็นจิตวิทยาบวกต่อตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ ส่วนด้านปัจจัยในประเทศ วานนี้รัฐบาลได้มีการยื่นเอกสารชี้แจง พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ต่อศาลรัฐธรรมนูญไปแล้ว ซึ่งทางด้านนายกฯ มีความมั่นใจว่า พรก. ดังกล่าวจะไม่ขัดกฎหมาย ส่วนปัจจัยที่คาดขับเคลื่อนตลาดในช่วงถัดไปอาจจะอยู่กับภาคการบริโภค โดยเกาะติดโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่จะเริ่มต้นเดือนหน้า (มิ.ย.)โดยกลยุทธ์ยังเน้นหุ้นที่คาดแนวโน้มในช่วงที่เหลือของปียังขยายตัวเด่น และมี Valuation อยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดยสำหรับวันนี้แนะนำ KKP, CENTEL
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดเผยผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิรวม 3.69 แสนล้านบาท เติบโต 25.3% YoY โดยได้แรงหนุนหลักจากกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีตามราคาน้ำมันและค่าการกลั่นที่สูงขึ้น ขณะที่กลุ่มท่องเที่ยว พาณิชย์ เทคโนโลยี และสินเชื่อรายย่อยยังเติบโตดีจากการใช้จ่ายในประเทศ ส่วนฐานะการเงินโดยรวมแข็งแกร่งขึ้น สะท้อนจาก D/E Ratio ที่ลดลงเหลือ 1.28 เท่า ถือเป็น sentiment บวก กระตุ้นความเชื่อมั่นต่อ SET ในระยะกลาง
- นายกฯ อนุทิน และ ดร.เอกนิติ เข้าหารือกับประธานาธิบดี Emmanuel Macron และผู้บริหารบริษัทชั้นนำของฝรั่งเศส เพื่อผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของอาเซียน โดย Airbus มีแผนขยายลงทุนด้าน Digital Aviation, VR/AR และการพัฒนาบุคลากรการบิน ขณะที่ EssilorLuxottica เตรียมขยายฐานผลิต AI Glasses ในไทย สะท้อนบทบาทไทยที่กำลังเปลี่ยนจากฐานผลิตต้นทุนต่ำสู่ฐานผลิตเทคโนโลยีและ Smart Electronics ระดับภูมิภาค ถือเป็น sentiment บวกต่อหุ้นนิคมอุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีของไทย โดยเฉพาะบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ EV, AI และ Advanced Manufacturing ซึ่งอาจได้อานิสงส์จาก FDI และการย้ายฐานการผลิตระยะยาว
- นายกฯ อนุทินยืนยันว่าการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทผ่านการตรวจสอบด้านกฎหมายอย่างรอบคอบ และไม่ได้ทำเพื่อสร้างความนิยมทางการเมือง โดยระบุว่าเงินกู้ทั้งหมดเป็นเงินบาทในประเทศ เพื่อนำเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยตรงเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและเสริมสภาพคล่องให้ประชาชน พร้อมเชื่อมั่นว่าภาระดอกเบี้ยอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ และจะช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกลับสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านการบริโภคและรายได้ภาษี เรามองว่าหากโครงการเดินหน้าได้ตามแผน จะเป็นบวกต่อหุ้น Domestic Play โดยเฉพาะค้าปลีก อาหาร เครื่องดื่ม ไฟแนนซ์ แต่ยังต้องติดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นปัจจัยสำคัญต่อ sentiment ตลาดระยะสั้น
- การส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าจีนเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 40% YoY สู่ 278,081 คัน โดยบราซิลขึ้นเป็นตลาดใหญ่อันดับ 1 โตถึง 221% ขณะที่ไทยอยู่อันดับ 4 ของโลก ด้วยยอดนำเข้า 19,882 คัน เพิ่มขึ้น 78% YoY สะท้อนการเร่งขยายตลาดของค่ายรถ EV จีนในประเทศเกิดใหม่ ท่ามกลางแรงกดดันด้านภาษีจากสหรัฐฯ และยุโรป รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดจีนเอง คาดเป็นบวกต่อหุ้นไทยในกลุ่ม EV Supply Chain, นิคมอุตสาหกรรม และชิ้นส่วนยานยนต์ เช่น ผู้ผลิตแบตเตอรี่ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และโลจิสติกส์ จากบทบาทไทยที่ชัดเจนขึ้นในฐานะฐานกระจายและผลิต EV ของภูมิภาค
Daily picks
KKP: ราคาพื้นฐาน 100.00 บาท
• รายได้ค่าธรรมเนียมยังเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก โดยธุรกิจ Wealth Management เติบโตแข็งแกร่ง หนุน AUA/AUM เพิ่มขึ้น และมีความอ่อนไหวต่อภาวะตลาดต่ำ ขณะที่ Dime! โตต่อเนื่องทั้งยอดดาวน์โหลด AUA และรายได้
• โครงสร้างรายได้เปลี่ยนสู่ non-NII มากขึ้น โดยคาดรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิโตต่อเนื่องในช่วงปี 2569–71 หนุนสัดส่วน non-NII เพิ่มเป็น 39% ภายในปี 2571 ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ยังควบคุมได้ดีและ credit cost มีแนวโน้มลดลง
• PBV เป้าหมายที่สูงขึ้นเป็น 1.23 เท่า จากอัตราส่วนกำไรสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ที่ยั่งยืนดีขึ้นเป็น 11%
CENTEL: ราคาพื้นฐาน 38.24 บาท
• ตัวเลขนักท่องเที่ยวในสัปดาห์ที่ผ่านมาทีระดับ 5.2 แสนคน (+11%WoW, +12%YoY) หนุนจากนักท่องเที่ยวมาเลเซีย, อินเดีย, ไต้หวัน และสหรัฐฯ
• ด้านธุรกิจโรงแรม คาด OCR ปี 2569 จะอยู่ในช่วง 70-75% ส่วนธุรกิจอาหาร คาด SSSG ปี 2569 จะทรงตัว
• ราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาคาดตอบรับความเสี่ยงต่อตลาดที่มีแนวโน้มปรับลดจำนวนนักท่องเที่ยวลงไปมากในระดับหนึ่งแล้ว จนเข้าสู่ระดับเข้าลงทุนที่น่าสนใจ
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
วันพุธ ติดตามตัวเลขการยื่นขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของสหรัฐฯ (MBA Mortgage Applications)
วันพฤหัส ติดตามดัชนี MPI ของไทย เดือน เม.ย. คาด +0.4%YoY จาก +0.75%YoY ในเดือน มี.ค. ส่วนฝั่งสหรัฐฯเกาะติดตัวเลข US PCE & Core PCE เดือน เม.ย. คาดที่ +3.8%YoY และ +3.3%YoY เร่งขึ้นจาก +3.5%YoY และ +3.2%YoY ตามลำดับ, ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ของ US คาดที่ 2.21 แสนราย, ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน US เดือน เม.ย. คาดที่ +3.9%MoM, ยอดขายบ้านใหม่ US เดือน เม.ย. คาด -3.5%MoM, สต๊อกน้ำมันดิบ US รายสัปดาห์
วันศุกร์ ติดตามการปรับน้ำหนัก MSCI Rebalance คาดเม็ดเงินไหลออกสุทธิราว 270 ล้านเหรียญ และรายงานภาวะเศรษฐกิจรายเดือนจาก ธปท. ส่วนทางฝั่งญี่ปุ่น จะมีการรายงานดัชนี Tokyo CPI เดือน พ.ค. คาดที่ +1.6%YoY ขึ้นจาก +1.5%YoY ในเดือน เม.ย.
เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus
Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #Ksecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English