☀️KS Daily View 29 พ.ค. 2026>>> ประเมินกรอบของ SET index ที่ 1,555-1,580 จุด มีความหวังต่อการเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน ส่งผลบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง กลยุทธ์วันนี้เน้นหุ้นที่แนวโน้มกำไรดี และป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ โดยวันนี้แนะทยอยสะสม CPALL, BH
📊 การลงทุนสัปดาห์นี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,568.97 ลดลง 1.98 จุด (-0.13%) แรงซื้อเด่นในหุ้นกลุ่มวัสดุก่อสร้าง และรับเหมาฯ ขณะที่มีแรงขายกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ โดยนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 2,209 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index คาดแกว่งในกรอบ 1,555-1,580 จุด โมเมนตัมบวกจากการที่อิหร่านเผยร่างเบื้องต้นของบันทึกความเข้าใจกับสหรัฐ โดยเสนอเปิดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับสู่ภาวะปกติภายใน 1 เดือน แลกกับการที่สหรัฐถอนกำลังทหารใกล้อิหร่านและยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล ขณะที่ข้อตกลงยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียด และต้องให้ทรัมป์ลงนามด้วย โดยภาพรวมสะท้อนสัญญาณผ่อนคลายความตึงเครียดในตะวันออกกลางไปในระดับหนึ่ง ซึ่งสอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบโลกที่ยังคงปรับลดลงต่อเนื่อง ทำให้แนวโน้มเงินเฟ้อในช่วงถัดไปมีโอกาสผ่อนคลายลง ส่วนปัจจัยในประเทศวันนี้จะมีการปรับพอร์ต MSCI Rebalancing โดยคาดจะมีเม็ดเงินไหลออกราว 250-270 ล้านเหรียญ แนะจับตาความผันผวนของ SET ในช่วงท้ายตลาด ด้านกลยุทธ์เน้นจังหวะย่อตั้งรับ ไม่ไล่ราคา
โดยเน้นหุ้นโซนล่างที่มีความสามารถในการป้องกันเงินเฟ้อ เช่น ค้าปลีก, โรงพยาบาล โดยสำหรับวันนี้เราแนะนำสะสม CPALL, BH
🚩ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- สหรัฐและอิหร่านบรรลุร่าง MOU เบื้องต้นเพื่อขยายเวลาหยุดยิง 60 วัน พร้อมกลับมาเจรจาโครงการนิวเคลียร์และเปิดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซแบบไร้ข้อจำกัด แต่ยังต้องรอการอนุมัติขั้นสุดท้ายจาก Donald Trump ขณะที่ทั้งสองฝ่ายยังมีการปะทะกันเป็นระยะ สะท้อนว่าความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่หมดไป แม้ตลาดเริ่มคาดหวังต่อการฟื้นตัวของการขนส่งพลังงานโลก ประเมินเป็นบวกต่อ sentiment ตลาดหุ้นไทย จากโอกาสที่ราคาน้ำมันและค่าขนส่งจะเริ่มผ่อนคลาย หากช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดได้ตามแผน
- ประธานเฟดสาขาชิคาโกเตือนว่า ราคาพลังงานที่ยังสูงกว่าก่อนสงครามอิหร่านมาก อาจทำให้เศรษฐกิจเอเชียเผชิญภาวะ “Stagflation” จากเงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจชะลอ พร้อมชี้ว่าการพุ่งขึ้นของหุ้น AI อาจกระตุ้นการใช้จ่ายและเงินเฟ้อเร็วกว่าการเพิ่มผลิตภาพจริงในเศรษฐกิจ โดยเฟดยังคงระมัดระวังต่อการลดดอกเบี้ยจนกว่าเงินเฟ้อจะกลับเข้าเป้า 2% ความเสี่ยงดังกล่าวอาจกดดันจิตวิทยาการลงทุน และมีผลต่อการกำหนดนโยบายทางการเงินของเฟด ในช่วงถัดไป
- ดัชนี PCE เงินเฟ้อสหรัฐเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 3.8% YoY สูงสุดในรอบ 3 ปี จากแรงหนุนของราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นตามสงครามอิหร่านและความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ตลาดเพิ่มความคาดหวังว่าเฟดอาจคงดอกเบี้ยสูงต่อเนื่องถึงปีหน้า ขณะที่ Core PCE ยังอยู่ระดับสูงที่ 3.3% สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อยังไม่คลี่คลาย ประเมินว่าภาวะดอกเบี้ยสูงยาวเป็นลบต่อหุ้นที่อิงกำลังซื้อและมีหนี้สูง เช่น กลุ่มอสังหาฯ และไฟแนนซ์
- ราชกิจจานุเบกษาประกาศปรับเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใหม่ อนุญาตขายได้ตั้งแต่ 11.00–24.00 น. มีผลตั้งแต่ 29 พ.ค. เป็นต้นไป พร้อมเปิดข้อยกเว้นเพิ่มเติมสำหรับสนามบิน โรงแรม สถานบันเทิง และพื้นที่เมืองการบิน EEC เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวปัจจุบัน มองเป็นบวกต่อหุ้นค้าปลีก ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร และท่องเที่ยว เช่น CPALL, CRC, CBG จากโอกาสหนุนยอดใช้จ่ายและ traffic ในช่วงกลางคืนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวและพื้นที่ EEC
- ยอดโอนคอนโดต่างชาติไตรมาส 1/69 ลดลงเกือบ 18% จากกำลังซื้อชาวจีนที่หดตัวแรงกว่า 38% ตามภาวะเศรษฐกิจและปัญหาอสังหาฯ ในจีน อย่างไรก็ตาม ตลาดยังได้แรงพยุงจากผู้ซื้อรัสเซียที่เติบโตโดดเด่น ส่งผลให้โครงสร้างผู้ซื้อเริ่มเปลี่ยนจากพึ่งพาจีนไปสู่กลุ่มยุโรปและรัสเซียมากขึ้น เป็น sentiment เชิงลบต่อหุ้นอสังหาฯ ที่พึ่งพาลูกค้าจีนสูง
หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick:
🎯 CPALL: ราคาพื้นฐาน 57.10 บาท
- SSSG 1Q69 แข็งแกร่งที่ +1.9% หนุนจากแคมเปญฤดูกาล อากาศร้อน และมูลค่าต่อบิลสูงขึ้น ขณะที่ผลกระทบจากกัมพูชายังจำกัด และบริษัทคงเป้ากำไรปี 2569 โต 10% YoY
- เดินหน้าดันสินค้าอาหารพร้อมทานพรีเมียม-สินค้าใหม่ เพื่อเพิ่มจำนวนลูกค้าและมาร์จิ้น พร้อมได้แรงหนุนจากต้นทุนการเงินลดลงหลังออกหุ้นกู้ดอกเบี้ยต่ำ 1.5 หมื่นลบ.
- ราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบมหภาคไปมากแล้ว ปัจจุบันซื้อขายที่ PER 69 เพียง 13.8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตค่อนข้างมาก ขณะที่กำไรยังเติบโตสม่ำเสมอ ส่วนการประชุมวันนี้ โยก 3 บริษัท เข้า Virtual bank หากไม่ผ่านจะเป็นโมเมนตัมเชิงบวกเพิ่มเติม
🎯BH: ราคาพื้นฐาน 199.00 บาท
- เราชอบ BH เนื่องจากการฟื้นตัวของผู้ป่วยตะวันออกกลางกลับมาเร็วกว่าคาดและแข็งแกร่งกว่าคาด ช่วยลดแรงกดดันต่อกำไร
- ระดับความรุนแรงของโรคที่สูงขึ้นและสัดส่วนผู้ป่วยที่ดีขึ้นจะช่วยสนับสนุนการขยายอัตรากำไร ขณะที่ BHยังแสดงความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่ง แม้รายได้จากกัมพูชาจะอ่อนแอ
- กระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง งบดุลที่เป็นเงินสดสุทธิ ROE ที่ดีขึ้น และการประเมินมูลค่าที่ 18 เท่า 2026E P/E ใกล้ระดับ -1SD ของค่าเฉลี่ยในอดีต เราเชื่อว่าอัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยงยังน่าสนใจ
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
✅วันศุกร์ ติดตามการปรับน้ำหนัก MSCI Rebalance คาดเม็ดเงินไหลออกสุทธิราว 270 ล้านเหรียญ และรายงานภาวะเศรษฐกิจรายเดือนจาก ธปท. ส่วนทางฝั่งญี่ปุ่น จะมีการรายงานดัชนี Tokyo CPI เดือน พ.ค. คาดที่ +1.6%YoY ขึ้นจาก +1.5%YoY ในเดือน เม.ย.
*ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่และแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน

📝 เปิดพอร์ตลงทุนออนไลน์กับ KS ได้แล้ววันนี้!
📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English