KS Daily View 01 เม.ย. 2026

KS Daily View 01 เม.ย. 2026

Analysis by KS Research Strategy
Apr 1, 2026
Back

KS Daily View 01.04.2026 >>> คาดตลาดอาจฟื้นตัว หลังทรัมป์ระบุมีแผนจะถอนตัวจากอิหร่าน คาด SET index ที่ 1,440-1,470 จุด แนะนำ SIS, KTC

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,448.14 ลดลง 1.48 จุด (-0.10%) แรงกดดันหลักในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่มีแรงซื้อพยุงในกลุ่มสื่อ, รับเหมาก่อสร้าง และปิโตรเคมี โดยนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 3,993 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index คาดฟื้นตัวในกรอบ 1,440-1,470 จุด หนุนจากท่าทีล่าสุดของโดน้ล ทรัมป์ ที่ระบุว่าสหรัฐฯ มีแผนจะถอนตัวจากอิหร่านภายใน 2–3 สัปดาห์ และจะปล่อยให้ประเทศอื่นเข้ามาจัดการปัญหาที่เกี่ยวข้องกับช่องแคบฮอร์มุซ มุมมองดังกล่าวคาดกระตุ้นแรงซื้อกลับในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก แต่อย่างไรกีดีราคาน้ำมันดิบยังทรงตัว เป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม ส่วนด้านปัจจัยในประเทศ ล่าสุด ครม.อนุทิน2 ได้รับการโปรดเกล้าฯเรียบร้อยแล้ว โดยจะมีกำหนดเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ 6 เม.ย. นี้ และคาดหวังการแถลงนโยบายของรัฐสภาราว 1 สัปดาห์หลังจากนั้น (ตามรัฐธรรมนูญคือไม่เกิน 15 วัน) ถือเป็นปัจจัยหนุนเชิงบวก ผสานกับคลังฯได้เผย ”โครงการไทยช่วยไทยพลัส” จะรวมโครงการคนละครึ่งเข้ากับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐฯคาดลงทะเบียน เม.ย. และใช้จริง พ.ค.เพื่อบรรเทาค่าครองชีพสูง เป็นอีกแรงหนุน อีกทั้งวันนี้อาจเห็นแรงซื้อกลับในหุ้น DELTA หลังผ่านพ้นการปรับ capped weighted index ไปแล้วเมื่อวาน คาดจะเป็นโมเมนตัมบวกเพิ่มเติม ส่วนกลยุทธ์วันนี้เน้นสะสมหุ้นโซนล่างที่คาดแนวโน้มกำไร 1Q26 จะเติบโตเด่น แนะนำ SIS, KTC

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  1. ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ มีแนวโน้มยุติสงครามกับอิหร่านภายใน 2–3 สัปดาห์ โดยมองว่าบรรลุเป้าหมายหลักในการจำกัดศักยภาพนิวเคลียร์แล้ว และเตรียมถอนบทบาทออกจากความขัดแย้ง พร้อมผลักภาระการจัดการช่องแคบฮอร์มุซไปยังประเทศอื่น คาดเป็นจิตวิทยาเชิงบวกในระยะสั้นจากโอกาสที่มีความหวังผ่อนคลายประเด็นสงคราม หนุนบวกต่อตลาดหุ้นทั่วโลกในระยะสั้น แต่อย่างไรก็ดีคงต้องเกาะติดแนวโน้มราคาน้ำมันโลก ซึ่งล่าสุดยังคงทรงตัวสูง
  2. กระทรวงการคลังเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” โดยควบรวมโครงการคนละครึ่งเข้ากับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อขยายการใช้จ่ายของกลุ่มเปราะบางให้สามารถใช้วงเงินกับร้านค้ารายย่อยและสตรีทฟู้ดได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น โดยคาดจะเปิดลงทะเบียนภายในเดือนเมษายน และเริ่มใช้จ่ายได้จริงในเดือนพฤษภาคม เพื่อบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพและราคาพลังงานสูง ถือเป็นโมเมนตัมบวกต่อกลุ่มค้าปลีก (เช่น CPALL, BJC, CRC)
  3. กรมการค้าภายในเตรียมหารือผู้ประกอบการกลุ่มสุกร ไก่ และไข่ไก่ ในวันที่ 2 เม.ย. เพื่อกำหนดแนวทางบริหารจัดการราคาให้สอดคล้องกับต้นทุนและไม่กระทบผู้บริโภค โดยปัจจุบันปริมาณสินค้าในระบบยังเพียงพอต่อความต้องการ ทั้งไข่ไก่ (ประมาณ 43.49 ล้านฟอง/วัน) และสุกร (ประมาณ 0.066 ล้านตัว/วัน) อย่างไรก็ตาม ราคาสินค้าบางรายการเริ่มปรับขึ้นตามต้นทุน เช่น ไข่ไก่ปรับเป็นฟองละ 3.60 บาท ขณะที่ราคาสุกรอยู่ที่ 72 บาท/กก. ใกล้เคียงต้นทุนแต่ยังต่ำกว่าปีก่อน เรามองว่าแนวทางกำกับราคาสินค้าเกษตรอาจจำกัด upside ของหุ้นกลุ่มอาหาร (CPF, GFPT, BTG) ในระยะสั้น
  4. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯ จาก Conference Board ประจำเดือนมีนาคม อยู่ที่ระดับ 91.8 จุด เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ที่ระดับ 91.0 จุด และสูงกว่าคาดที่ระดับ 87.9 จุด โดยได้รับแรงหนุนจากมุมมองที่ดีขึ้นเล็กน้อยต่อ ภาคธุรกิจและตลาดแรงงาน แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจยังเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก เช่น ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง
  5. ข้อมูลตำแหน่งงานว่างของสหรัฐฯ (JOLTS Job Openings) เดือนกุมภาพันธ์ ลดลงสู่ 6.88 ล้านตำแหน่ง จากเดือนมกราคมที่ 7.24 ล้านตำแหน่ง และต่ำกว่าคาดที่ 6.89 ล้านตำแหน่ง สะท้อนความต้องการแรงงานที่ชะลอลง ขณะเดียวกัน การจ้างงานใหม่ (hiring) ก็ชะลอลงเช่นกัน บ่งชี้ว่าตลาดแรงงานสหรัฐแผ่ว หลังจากตึงตัวมาเป็นเวลานาน ถือเป็นสัญญาณบวกต่อนโยบายผ่อนคลายของ Fed

Daily pick

SIS: ราคาพื้นฐาน 25.35 บาท
• แนวโน้มการเติบโตของรายได้เชิง yoy ในไตรมาส1Q26 สอดคล้องกับผู้ประกอบการกลุ่ม Gadget รายอื่น โดยรายได้ของ SIS ที่โตดีจะมาจากกลุ่มสินค้าเชิงพาณิชย์ ธุรกิจองค์กร และสินค้ามูลค่าเพิ่มอย่าง Cloud และ Cyber security
• คาดกำไร 1Q26 +14% yoy และอัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มขยายตัว QoQ จากสัดส่วนสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มที่สูงขึ้น รวมถึงแรงหนุนจากการปรับขึ้นราคาสินค้ากลุ่ม memory และ storage
• ปัจจุบันเทรดบน PE ปี 2026 เพียง 7 เท่า (-1SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี) เทียบกับกำไรปกติ 3 ปีที่เราคาดโต 7.7 และคาด Dividend สูงถึง 7.1%

KTC: ราคาพื้นฐาน 41.00 บาท
• ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรของ KTC เดือน มี.ค. เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและความต้องการซื้อล่วงหน้าจากการกักตุนสินค้าจำเป็น
• เราคาดว่าผลกระทบต่อคุณภาพสินทรัพย์จากค่าครองชีพที่สูงขึ้นจะมีจำกัด เนื่องจากลูกค้าของ KTC เกือบทั้งหมดเป็นพนักงานประจำ
• ต้นทุนดอกเบี้ยจะลดลง 15bps ในปี 69 แม้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะพุ่งสูงขึ้น เราคงให้คำแนะนำ “ซื้อ” และ TP ที่ 41 บาท คาดอัตราตอบแทนเงินปันผลจะน่าสนใจที่ 6.2% ในปี 69

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันพุธ ติดตามดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของจีน (RatingDog China Manufacturing PMI) เดือน มี.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 51.7 จุดชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 52.1 จุด ต่อด้วยการรายงานดัชนียอดค้าปลีกของสหรัฐ (US Retail sales) เดือน ก.พ. ตลาดคาดการณ์ที่ 0.5% MoM เร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ -0.2% MoM ปิดท้ายด้วยรายงานตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (US ISM Manufacturing PMI) เดือน มี.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 52.4 จุดทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า

วันพฤหัสบดี ติดตามจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดคาดการณ์ที่ 2.12 แสนตำแหน่ง เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 2.10 แสนตำแหน่ง

วันศุกร์ ติดตามการรายงานเศรษฐกิจฝั่งสหรัฐ ภาคจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Nonfarm payrolls) เดือน มี.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 6.0 หมื่นตำแหน่งเร่งตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ -9.2 หมื่นตำแหน่ง ต่อด้วยตัวเลขอัตราการว่างงาน (Unemployment rate) เดือน มี.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 4.4% ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus

Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #Ksecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Search

Recommended searches