KS Daily View 23 มี.ค. 2026

KS Daily View 23 มี.ค. 2026

Analysis by KS Research Strategy
Mar 23, 2026
Back

☀️KS Daily View 23.03.2026 >>> ทรัมป์ขู่โจมตีโรงไฟฟ้าอิหร่านใน 48 ชม. หากไม่เปิดฮอร์มุช อิหร่านเองขู่ตอบโต้กลับ กรอบ SET วันนี้ 1,415–1,440 จุด แนะนำ SC และ IVL


🏗Theme การลงทุนสัปดาห์นี้: ประเมินกรอบ SET Index การซื้อขายในสัปดาห์นี้ 1,415-1,465 จุด ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามต่อในสัปดาห์นี้ยังคงเป็นเรื่องการสู้รบในตะวันออกกลางซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตและขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยล่าสุดช่วงสุดสัปดาห์เริ่มมีพัฒนาการเชิงบวกจากการที่สหรัฐตัดสินใจผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านชั่วคราวและหลายประเทศก็เริ่มพิจารณาเตรียมซื้อน้ำมันจากอิหร่าน หลังก่อนหน้าสหรัฐฯ ก็อนุญาตให้ประเทศต่างๆ สามารถซื้อน้ำมันจากรัสเซียได้ อีกทั้งอิหร่านเริ่มปล่อยให้เรือจากประเทศอื่นสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้เช่นเรือจากญี่ปุ่น โดยกล่าวฮอร์มุซปิดเฉพาะกับศัตรูของอิหร่านเท่านั้น ขณะที่ด้านประเด็นในประเทศติดตามโผ ครม.อนุทิน 2 หลังโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกแล้วในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้มีโอกาสที่อาจเห็นจัดตั้งรัฐบาลใหม่เสร็จก่อนช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ เชื่อว่าหากสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วจะสร้างบรรยากาศเชิงบวกบนความคาดหวังเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรวมถึงมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพต่างๆ จากสถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวขึ้น

🇹🇭แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,432.99 จุด เพิ่มขึ้น +1.68% จากสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังกลุ่มปิโตรเคมี สื่อสาร และเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร วันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,415–1,440 จุดหลังทรัมป์ขู่โจมตีโรงไฟฟ้าอิหร่านภายใน 48 ชั่วโมงหากไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่านตอบโต้จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในภูมิภาค ส่งผลให้ความเสี่ยงลุกลามสู่สงครามโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน แนะนำ SC และ IVL

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

✍️อิรักประกาศ “เหตุสุดวิสัย” หลังการส่งออกน้ำมันแทบหยุดชะงักจากผลกระทบช่องแคบฮอร์มุซ โดยไม่สามารถหาเรือขนส่งได้ ทำให้ต้องลดกำลังผลิตอย่างหนัก (Basra เหลือ ~0.9 ล้านบาร์เรล/วัน จาก 3.3 ล้าน) และสต็อกใกล้เต็ม สะท้อนวิกฤตอุปทานรุนแรงที่กระทบทั้งรายได้ประเทศและซ้ำเติมตลาดน้ำมันโลกที่ตึงตัวอยู่แล้ว มองเป็นบวกกับPTTEP หนุนราคาน้ำมันดิบที่ยังยืนในระดับสูงต่อเนื่อง

✍️ในขณะเดียวกันกกพ. เตรียมพิจารณาค่าไฟงวดใหม่ (พ.ค.–ส.ค. 2026) จากปัจจุบัน 3.88 บาท/หน่วย ภายในสิ้น มี.ค.หรืออย่างช้าต้น เม.ย. โดยต้องติดตามราคา LNG ที่ผันผวนจากความตึงเครียดตะวันออกกลาง ซึ่งกระทบต้นทุนไฟฟ้าไทยที่พึ่งพาก๊าซถึง ~57% พร้อมพิจารณาทางเลือกบรรเทาภาระประชาชน เช่น อาจกลับมาใช้โครงสร้างค่าไฟแบบอัตราก้าวหน้าและเพิ่มสัดส่วนผลิตไฟจากถ่านหินและแหล่งในประเทศ มองเป็นBANPU ขณะที่มองเป็นลบกับ BGRIM และ GPSC จากแนวโน้มของต้นทุนที่เพิ่มขึ้นหลัง GPSC ให้แนวทางว่าราคาต้นทุนก๊าซอาจเพิ่มขึ้นเป็น 350–450 บาท/mmBTU เทียบกับราคา pool gas ที่เดือน ม.ค. 2026 ที่ 268 บาท/mmBTU  ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสัญญาที่จะตรึงค่าไฟฟ้าที่ 3.88 บาท/หน่วย สำหรับช่วงเดือนพ.ค.–ส.ค. 2026 แม้ราคา JKM LNG จะเพิ่มขึ้นใกล้ระดับ 20 ดอลลาร์สหรัฐฯ/mmBTU

✍️ราคาตั๋วเครื่องบินทั่วโลกมีแนวโน้มปรับขึ้นจากน้ำมันเครื่องบินเพิ่มขึ้นถึง 83% หลังสงครามตะวันออกกลาง ทำให้หลายสายการบินเริ่มขึ้นราคาแล้ว เช่น สายการบินจีน ขณะที่ IATA ประเมินว่าราคาตั๋วอาจเพิ่มได้ ราว 8–9% หากสถานการณ์ยืดเยื้อ โดยเส้นทางที่แข่งขันต่ำจะขึ้นราคามากกว่า ส่งผลกดดันดีมานด์การเดินทางทั่วโลก มองเป็นลบกับกลุ่มท่องเที่ยว โดยเฉพาะ AAV ที่มีต้นทุนน้ำมัน linked กับ COGS ราว 30-40% ประกอบกับ business strategy ที่เป็น low cost/Economy airline อาจส่งผลกับ pricing power ของการขึ้นราคาที่จำกัด ในขณะเดียวกันค่าเงินบาทที่กลับมาอ่อนค่าเร็วราว 3% จากสัปดาห์ที่ผ่านมาหนุนให้ extra gain ใน 1Q26 ลดลงในส่วนของ financial lease revolution ของการเช่าเครื่องบิน

✍️วิกฤตราคาพลังงานจากความขัดแย้งตะวันออกกลางที่ดันราคาน้ำมันพุ่งสูง ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคประมงที่ต้องเผชิญต้นทุนน้ำมันเพิ่มขึ้นทันที (น้ำมันเขียวขึ้น ~6.50 บาท/ลิตร) ทำให้เรืออวนลากในสมุทรสาครเริ่มจอดแล้วราว 20% และอาจเพิ่มเป็นมากกว่า 50% ภายในสิ้นเดือน เนื่องจากไม่สามารถแบกรับต้นทุนทั้งค่าน้ำมัน ค่าแรง และค่าบำรุงรักษาได้ ส่งผลเสี่ยงให้ปริมาณสินค้าประมงลดลง มองเป็น sentiment เชิงลบกับ TU และASIAN จากแนวโน้มของต้นทุน TUNA ที่อาจปรับตัวขึ้นในอนาคต

✍️รายงาน UNCTAD ชี้ว่าการหยุดชะงักของช่องแคบฮอร์มุซเป็นความเสี่ยงเชิงระบบต่อเศรษฐกิจโลก เนื่องจากเป็นจุดยุทธศาสตร์ของพลังงาน ปุ๋ย และสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญ ทำให้ต้นทุนขนส่ง ค่าระวางเรือ และเบี้ยประกันสงครามพุ่งสูง (อาจเพิ่มถึง 4 เท่า) กระทบห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาที่มีภาระหนี้สูงและพึ่งพาการนำเข้า ขณะที่สินค้าอย่างปุ๋ย (กว่า 30% ของโลก), LNG และโลหะสำคัญได้รับผลกระทบ มองเป็น sentiment เชิงบวกกับ PSL และ TTA จากแนวโน้มของค่า freight ที่อาจปรับตัวขึ้นจากเบี้ยประกันสงครามที่เพิ่มขึ้น

Daily pick

🎯SC: ราคาพื้นฐาน 2.61 บาท

เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ SC จากการคาดการณ์การเติบโตของกำไรในปี 2025 ที่ระดับ 20% จากแผนธุรกิจในปี 2026 ที่ค่อนข้างโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม โดยมีการตั้งเป้าหมายยอด Presale ที่ระดับ 27,000 ล้านบาทเติบโตขึ้น 33% มาจากการออกโครงการใหม่ราว 28,500 ล้านบาท โดยเป็นโครงการใหญ่สองโครงการคือ Ultimate condo Rama4 และ Upper Class Condo บางโพ ซึ่งมีขนาดมูลค่าโครงการรวม 25,500 ล้านบาท โดยเราคาดว่าปีนี้รายได้ของ SC จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการรับรู้รายได้ Backlog ที่จะเตรียมโอน 2 โครงการในช่วง 1H26 คือ COBE Rama9 และ COBE Kaset-Sripathum จำนวนสองโครงการรวมราว 5 พันล้านบาทจาก backlog ราว 7 พันล้านบาทในปี 2026 นอกจากนี้เราชอบ SC จากระดับ valuation ที่ไม่แพง PE ราว 4.5 เท่าและมี dividend yield ที่ 9%.

🎯IVL: ราคาพื้นฐาน 25.70 บาท

เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ IVL จากผลกระทบของ Supply disruption ในกลุ่มสินค้าปิโตรเคมีโดยเฉพาะกลุ่ม PET ที่เริ่มเห็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นของ Spread PET จากระดับ USD100/ตัน ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ USD200-300/ ตันจากสภาวะการขาดแคลน feedstock ของโรงปิโตรเคมีโดยเฉพาะในเอเชียที่เกิดจากสงครามในตะวันออกกลางที่ไม่สามารถนำ feedstock ออกมาได้ โดย IVL จะได้รับผลกระทบน้อยสุดจากการดำเนินกลยุทธ์ Local to local ทำให้กว่า 70% ของ EBITDA อยุ่ใน US ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบด้าน supply แต่ยังได้ปัจจัยบวกจากราคาตลาดและราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน เรามองว่าในปี 2026 มีโอกาสที่ volume จะฟื้นตัวจากปี 2025 เช่นกันจากการไม่มี major turnaround ใน US เพิ่มเติม เราคาดว่าหาก spread PETสามารถยืนได้ที่ 200-300 usd/ton นานกว่า 2-3 เดือนจะส่งผลให้ EBITDA ต่อไตรมาสเพิ่มจากระดับ 5 พันล้านบาทไปเกิน 1 หมื่นล้านบาทต่อไตรมาสได้เช่นกันโดยราคาหุ้นจะมี upside มากกว่าคาดด้วย

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันจันทร์ ติดตามดัชนีความเชื่อมันของผู้บริโภคของยุโรป (EU CCI) เดือน มี.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ -14.2 จุดเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่-12.2 จุด

วันอังคาร ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อของญี่ปุ่น (Japan Inflation) เดือน ก.พ. ตลาดคาดการณ์ที่ 1.5% YoY ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า และ เงินเฟ้อที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน ตลาดคาดการณ์ที่ 2.70% YoY เร่งตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ 2.60% YoY ต่อด้วยการรายงานของกระทรวงพาณิชย์ไทยในตัวเลขส่งออก (TH Export) เดือน ก.พ. ตลาดคาดการณ์ที่ 16.9% YoY ชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ +24.4% YoY และตัวเลขนำเข้าเดือน (TH Import) ก.พ. ตลาดคาดการณ์ที่ +26.5% YoY ชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ +29.5% YoY

วันพุธ ติดตามการเปลี่ยนแปลงสต็อกน้ำมันดิบในคลังสินค้าเชิงพาณิชย์ของสหรัฐฯ (API Crude Oil Stock Change)เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา +6.6 ล้านบาร์เรล ต่อด้วยบันทึกการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ Monetary Policy Meeting Minutes) และ การกล่าวสุนทรพจน์ของประธาน ECB Christine Lagarde ที่จะมีขึ้นในการประชุม ECB ณ เมืองแฟรงก์เฟิร์ต

วันพฤหัสบดี ติดตามจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดคาดการณ์ที่ 2.10 แสนตำแหน่ง เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 2.05 แสนตำแหน่ง

วันศุกร์ ติดตามการอภิปรายของเฟด Jefferson เกี่ยวกับเศรษฐกิจที่ธนาคารกลางสหรัฐสาขาดัลลัส

DAILY_VIEW_23_03_2026_1040.jpg

*ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่และแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #KSTODAY

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Search

Recommended searches