KS Daily View 04.02.2026 >>> จับตา ! หุ้น THAI หมด Silent Period และการจ่ายปันผลพิเศษ ADVANC คาด SET index ที่ 1,325-1,345 จุด แนะนำ GULF และ STECON
แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index ปรับตัวขึ้นดีกว่าที่เราคาดวานนี้ปิดตลาดที่ 1,336.11 เพิ่มขึ้น -14.69 จุด (+1.11%) นำโดยการปรับตัวขึ้นของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มพลังงาน กลุ่มสื่อสาร โดยกลุ่มพลังงานได้แรงหนุนจากกลุ่มโรงไฟฟ้าจากแนวโน้มของ spark spread ที่ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับนักลงทุนต่างชาติกลับมามียอดซื้อสุทธิ 1.55 พันลบ. หลังจากมียอดขายสุทธิต่อเนื่อง 3 วันก่อนหน้า วันนี้เราประเมิณ SET index ที่ 1,325-1,345 จุด มองว่าตลาดจับตาดูปัจจัยในประเทศเป็นหลักซึ่งมีประเด็นที่ต้องติดตาม การหมด Silent Period ในวันนี้ของหุ้นการบินไทย (THAI) จำนวนกว่า 6,600 ล้านหุ้น หรือราว 25% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด และ ADVANC ที่ประกาศจ่ายปันผลพิเศษหลังผลประกอบการ 4Q25 ออกมาตามที่คาด ที่อาจจับตาดูเพื่อนในกลุ่มอย่าง TRUE ที่อาจมีการปรับ payout ratio เพิ่มเติม ขณะที่ปัจจัยในต่างประเทศยังคงไม่มีปัจจัยใหม่เพิ่มเติมประกอบกับภาวะ Government shutdown ของสหรัฐกลับมาอีกครั้งส่งผลให้ การายงานตัวเลขเศรษฐกิจถูกเลือนออกไป อย่างไรก็ดียังคงต้องติดตามอิหร่านจะมีการเจรจากับสหรัฐในวันศุกร์นี้และดีลดังกล่าวอาจมีผลกระทบกับราคาน้ำมัน ส่วนของกลยุทธ์ในการลงทุนแนะนำ GULF จากการจ่ายปันผลพิเศษของ ADVANC และ STECON ที่ได้อานิสงส์ทางอ้อมจากการลงทุนใน GULF จำนวน 226 ล้านหุ้น
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน
- สื่อ Axios รายงานว่า อิหร่านเรียกร้องให้เปลี่ยนสถานที่และรูปแบบการเจรจากับสหรัฐที่มีกำหนดในวันศุกร์นี้ โดยขอให้ย้ายจากนครอิสตันบูลไปจัดที่ประเทศโอมาน และต้องการเจรจาแบบทวิภาคีกับสหรัฐเท่านั้น ไม่ให้มีประเทศอื่นร่วมสังเกตการณ์ โดยต้องการจำกัดกรอบการหารือเฉพาะประเด็นโครงการนิวเคลียร์ ในขณะเดียวกันกองทัพสหรัฐได้ยิงทำลายโดรนของอิหร่านในวันที่ผ่านมาหลังโดรนบินเข้าใกล้เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ในทะเลอาหรับ หากเจรจาไม่สำเร็จอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันกลับมาผันผวน
- แอร์ไชน่าประกาศเพิ่มการให้บริการเที่ยวบินช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2026 เป็นกว่า 70,000 เที่ยว เพิ่มขึ้น 10.1% จากปีก่อน โดยยังคงความถี่สูงในเส้นทางหลักระหว่างเมืองใหญ่ เพิ่มความจุเที่ยวบินสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน 15% ขณะเดียวกันยังเพิ่มเที่ยวบินระหว่างประเทศไปยังเมืองสำคัญ เช่น ซิดนีย์ โอ๊คแลนด์ สิงคโปร์ โซล และกรุงเทพฯ เพื่อรองรับความต้องการเดินทางที่พุ่งสูงในช่วงวันหยุดยาว 9 วัน ระหว่างวันที่ 15-23 ก.พ. มองเป็นบวกกับกลุ่มท่องเที่ยว
- ครม.มีมติเห็นชอบลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุน FIDF เป็นการชั่วคราว 1 ปี ตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง เพื่อสนับสนุนมาตรการทางการเงินช่วยฟื้นเศรษฐกิจ เสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยเฉพาะรายเล็กที่ยังเข้าถึงสินเชื่อได้ยาก รวมถึงช่วยบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัย โดยเงินจาก FIDF จะถูกนำไปใช้หนุนโครงการสินเชื่อ เช่น SME Credit Boost เพื่อช่วยค้ำประกันความเสี่ยงและจูงใจให้ธนาคารพาณิชย์กล้าปล่อยสินเชื่อมากขึ้น มองเป็นบวกเล็กน้อยต่อ Asset quality ของกลุ่มธนาคาร
- หุ้นการบินไทย (THAI) จำนวนกว่า 6,600 ล้านหุ้น หรือราว 25% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด พ้นช่วงห้ามขาย (Silent Period) วันที่ 4 ก.พ. 2026 ทั้งนี้หุ้น THAI อีกกว่า 1.9 หมื่นล้านหุ้นที่จะปลดล็อกในเดือนส.ค. 2026 โดยธนาคารอย่าง BBL KTB และ TTB มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นของการบินไทย
- ADVANC รายงานกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 1.428 หมื่นลบ. หากไม่รวมรายการพิเศษครั้งเดียว ได้แก่ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และผลขาดทุนทางภาษีสะสมที่นำไปใช้ กำไรปกติอยู่ที่ 1.246 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 34.6% YoY จากการเติบโตที่แข็งแกร่งของรายได้หลักและการควบคุมต้นทุนในวงกว้าง และเพิ่มขึ้น 4.8% QoQ แต่น้อยกว่าที่เราคาดไว้ 1.3% จากค่าใช้จ่าย S&M ที่สูงกว่าคาด ทั้งนี้ ADVANC ประกาศจ่าย DPS ทั้งปีที่ 34.3 บาท (213% ของกำไรสุทธิปี 2025 และอัตราตอบแทนจากเงินปันผล 9.5% ของราคาปิด)
Daily pick
GULF: ราคาพื้นฐาน 61.00 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ GULF ด้วยความ Defensive ซึ่งมีรายได้เป็น recurring ทั้งหมดพร้อมกับการเติบโตในอนาคตสำหรับ capacity ที่ระดับ 7% CAGR ในปี 2025-27 โดยเราคาดว่า Earning growth ในอีก 2 ปีข้างหน้าจะมาจากการ COD โรงไฟฟ้า Solar farm จำนวน 600mw ที่ COD ตั้งแต่ช่วง 4Q25 และ LNG import cargo ราว 70 million ton ในปี 2026 เป็นต้น รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนในโรงไฟฟ้า Jackson power ใน US ที่ได้รับการเติบโตจากอุตสาหกรรม AI ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้น และกำไรที่จะส่งผ่านมาจากการลงทุนใน ADVANC ที่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2026 ท้ายที่สุดเราคิดว่า Gulf จะมีการปรับลดภาระจากดอกเบี้ยจ่ายลงได้เพื่อช่วยสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้น และเราคาดว่าการ M&A ในอนาคตจะเป็นปัจจัยในการเติบโตระยะยาวด้วยในปี 2026
STECON: ราคาพื้นฐาน 10.52 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ STECON จากแนวโน้มของรายได้ 4Q25 จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 10,000 ล้านบาท (+30% YoY, +33%QoQ) โดยได้รับแรงหนุนจากการเร่งโครงการศูนย์ข้อมูล ในขณะที่ Backlog ของ STECON อยู่ที่ 126 พันล้านบาท ณ สิ้น 3Q25 (+44% YoY, -0.3% QoQ) โดยโครงการจากภาคเอกชนคิดเป็น 53% แม้ว่าจะไม่มีการประมูลโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐตั้งแต่ต้นปีนี้ แต่ STECON ยังคงได้รับงานใหม่จากภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบัน บริษัทได้รับโครงการใหม่มูลค่า 32 พันล้านบาท และคาดว่าสัญญาใหม่จะได้รับจากโครงการโรงไฟฟ้าเพิ่มเติมอีกประมาณ 18 พันล้านบาท ใน 4Q25
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
วันพุธ ติดตามดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการของจีน (RatingDog China Service PMI) เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 51.7 จุดชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 52.0 จุด ต่อด้วยรายงานตัวเลขเงินเฟ้อของสหภาพยุโรปครั้งสุดท้าย (EU CPI) เดือน ม.ค. เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 1.9% YoY และตัวเลขเงินเฟ้อที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน (EU Core CPI) เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 2.3% YoY
วันพฤหัสบดี ติดตามรายงานตัวเลขเงินเฟ้อของไทย (TH inflation) เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ -0.20% YoY เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ -0.28% YoY และอัตราเงินเฟ้อที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน ตลาดคาดการณ์ที่ +0.60% YoY เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ +0.59% YoY ปิดท้ายด้วยผลการประชุมดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB interest rate decision)
วันศุกร์ ติดตามตัวเลขเศรฐกิจของสหรัฐ การจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Nonfarm payrolls) เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 0.78 แสนตำแหน่งเร่งตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ 0.50 แสนตำแหน่ง ต่อด้วยตัวเลขอัตราการว่างงาน (Unemployment rate) เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 4.4% ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus
Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #Ksecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English