☀️KS Daily View 09 ม.ค. 2026>>> เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,250-1,265 จุด โดยคาดว่าปัจจัยในระยะสั้นที่เข้ามากระทบมาจากปัจจัยในต่างประเทศ แนะนำ SPA และ PTTEP
📊 แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: ตลาดหุ้นไทยวานนี้ปิดตลาดที่ 1,253.60 ลดลง 27.22 จุด (-2.13%) จากการปรับตัวลดลงของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลักฉุด SET index ลงกว่า 24 จุด หลัง Delta International Holding ได้เสนอขายหุ้น DELTA ในราคา 171-175 บาท อย่างไรก็ดี SET index ปิดยืนเหนือ 1,250 จุดแนวรับสำคัญ หนุนให้ภาพระยะกลางเป็นการฟื้นตัว วันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,250-1,265 จุด โดยคาดว่าปัจจัยในระยะสั้นที่เข้ามากระทบมาจากปัจจัยในต่างประเทศ หลังวุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติเห็นชอบหลักการร่างมติอำนาจการทำสงคราม เพื่อจำกัดการใช้อำนาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ให้ใช้กำลังทหารต่อเวเนซุเอลาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐสภา หนุนให้ราคาน้ำมันกลับมาผันผวนฟื้นตัวแรงในคืนที่ผ่านมา ในขณะเดียวกันสำนักข่าว Reuter รายงานว่าศาลฎีกาสหรัฐเตรียมมีคำตัดสินในวันศุกร์ที่ 9 ม.ค. เกี่ยวกับคดีความชอบด้วยกฎหมายของมาตรการภาษีศุลกากรที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์บังคับใช้ ที่ส่งผลให้ตลาดกลับมาผันผวนอีกครั้ง ทั้งนี้จะมีการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจ อัตราการว่างงานของสหรัฐในช่วงข้ามคืนวันศุกร์ ที่มีผลต่อการตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด ในส่วนของกลยุทธ์ในการลงทุนแนะนำหุ้น ที่ได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวที่เข้าสู่ช่วง high season ใน ไตรมาสที่ 4 และ 1 อย่าง SPA ที่คาดเห็นการฟื้นตัวของกำไรที่โดดเด่นในปี 2026 และ PTTEP หลังราคาน้ำมันฟื้นตัวแรง
🚩ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติเห็นชอบหลักการร่างมติอำนาจการทำสงครามด้วยคะแนน 52 ต่อ 47 เพื่อจำกัดอำนาจประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ให้ใช้กำลังทหารต่อเวเนซุเอลาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐสภา หลังทรัมป์สั่งปฏิบัติการบุกโจมตีกรุงการากัสและจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร โดยไม่แจ้งสภาคองเกรสล่วงหน้า มติดังกล่าวหนดให้ทรัมป์ต้องขออนุมัติก่อนดำเนินการทางทหารเพิ่มเติม ในขณะเดียวกันราคาน้ำมันปรับตัวเด้งขึ้น 3% กว่าในคืนที่ผ่านมามองเป็นบวกกับ PTTEP
- FETCO เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (ICI) เดือนธันวาคม 2025 ปรับเพิ่มสู่ระดับ 156.60 อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” สะท้อนนักลงทุนไทยยังเชื่อมั่นตลาดทุน โดยมีแรงหนุนหลักจากสถานการณ์การเมืองในประเทศ การไหลเข้าของเงินทุน และแนวโน้มดอกเบี้ยขาลงของสหรัฐ ขณะที่ปัจจัยกดดันสำคัญคือการถดถอยของเศรษฐกิจในประเทศและความผันผวนของค่าเงินบาท ซึ่งกลุ่มธนาคารเป็นกลุ่มที่ตลาดให้ความสนใจมากที่สุดขณะที่กลุ่มแฟชั่นน่าสนใจน้อยสุด
- กบน. มีมติเห็นชอบปรับลดเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซล 10 สตางค์/ลิตร และแก๊สโซฮอล E85 จำนวน 50 สตางค์/ลิตร พร้อมขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลและเบนซินทุกชนิดลง 50 สตางค์/ลิตร มีผลตั้งแต่ 9 ม.ค. 2026 โดยล่าสุดกองทุนน้ำมันฯ ยังติดลบสุทธิ 4,788 ล้านบาท ขณะที่การลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนจะทำให้รายรับต่อวันลดลงเหลือประมาณ 234 ล้านบาท เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชนและรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานในประเทศ มองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงลบเล็กน้อยกับ OR และ PTG
- BOI เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติได้ร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง มองเห็นศักยภาพของไทยใน 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ ชิป Power, Sensor, Photonics, Analog และ Discrete ซึ่งเป็นชิปที่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ โทรคมนาคม ดาต้าเซ็นเตอร์ เทคโนโลยี AI ระบบออโตเมชัน และการแพทย์ มองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงบวกเล็กน้อยกับ AMATA และ WHA
หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick:
🎯 SPA: ราคาพื้นฐาน 6.47 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ SPA จากแนวโน้มการฟื้นตัวของกำไรปี 2026 คาดที่ 36% YoY ด้วยการฟื้นตัวของรายได้เติบโต 11% YoY หนุนโดยจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้น และ อัตรากำไรสุทธิ (NPM) ขยายตัวเป็น 14.7% จาก 12.1% ในปี 2025 จาก operating leverage และการประหยัดต่อขนาดที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ภาพระยะสั้นมองว่ากำไรใน 4Q25 จะฟื้นตัว QoQ ตามปัจจัยตามฤดูกาลของการท่องเที่ยวและต่อเนื่องไปยัง 1Q26
🎯 PTTEP: ราคาพื้นฐาน 127.00 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ PTTEP จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในคืนที่ผ่านมาและ PTTEP จะเริ่มเสนอโครงการลงทุนให้คณะกรรมการบริษัทเพื่ออนุมัติ final investment decision สำหรับโครงการเช่น Algeria HBR, Myanmar M3 และโครงการในมาเลเซีย รวมถึงจะมีการเจรจาต่อสัญญาสัมปทานใหม่ของ Yadana ในพม่าเช่นกัน ทั้งหมดนี้จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตของ PTTEP ได้เป็น 1mnbbl/day จาก ประมาณ 700KBD ในปัจจุบันและจะเพิ่ม P1 reserve เป็น 7 ปี ท้ายที่สุดเราคาดว่า PTTEP จะยังสามารถจ่ายปันผลได้ที่ระดับ 56-60% payout ratio หรือคิดเป็น dividend yield ราว 7.5% ได้ในปี 2026
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
✅วันศุกร์ ติดตามรายงานอัตราเงินเฟื้อของจีน เดือน ธ.ค. เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ +0.70% YoY ต่อด้วยตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่รายงาน การจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Nonfarm payrolls) เดือน ธ.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 0.59 แสนตำแหน่งชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ 0.64 แสนตำแหน่ง และตัวเลขอัตราการว่างงาน (Unemployment rate) เดือน ธ.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 4.5% ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 4.6%
*ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่และแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน

📝 เปิดพอร์ตลงทุนออนไลน์กับ KS ได้แล้ววันนี้!
📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW
ภาษาไทย
English