KS : BTG คาดกำไรโตระดับปานกลางใน 2H กำไรขั้นต้นที่ปรับดีขึ้น
📍กำไรไตรมาส 2/2569 ออกมาต่ำกว่าคาด 6%
✅BTG รายงานกำไรไตรมาส 2/2569 ที่ 598 ลบ. ลดลง 77% YoY และ 40% QoQ ผลประกอบการต่ำกว่าประมาณการของเรา 6% จากอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าคาด 30bps แต่เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ หากไม่รวมการตัดจำหน่ายเครดิตภาษีที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานในกัมพูชาจำนวน 128 ลบ. และรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวอื่นๆ กำไรปกติอยู่ที่ 697 ลบ. ลดลง 73% YoY และ 27% QoQ การลดลงเชิง YoY สาเหตุหลักมาจากราคาสุกรและสัตว์ปีกในประเทศที่ลดลงชั่วคราวตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ขณะที่การลดลงเชิง QoQ มีสาเหตุจากต้นทุนอาหารสัตว์ที่สูงขึ้นและธุรกิจไก่เนื้อที่อ่อนตัวลง กำไรช่วงครึ่งแรกของปี 2569 คิดเป็น 35.5% ของประมาณการทั้งปีของเรา
📍ราคาปศุสัตว์น่าจะยังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนกำไรหลักในช่วงครึ่งหลังของปี 2569
✅เรามีมุมมองเชิงบวกหลังเข้าร่วมการประชุมนักวิเคราะห์ของ BTG เราคาดว่า BTG จะได้ประโยชน์จากราคาปศุสัตว์ในประเทศที่แข็งแกร่ง เนื่องจากการฟื้นตัวของอุปทานดูเหมือนจะช้ากว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ ราคาสุกรเพิ่มขึ้นเป็น 72 บาท/กก. ในเดือน ส.ค. จาก 62 บาท/กก. ในเดือน พ.ค. ขณะที่จำนวนสุกรในประเทศปัจจุบันคาดว่าอยู่ต่ำกว่า 20 ล้านตัว เทียบกับที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ที่ 21–22 ล้านตัว
✅ราคาไก่เนื้อเพิ่มขึ้นจาก 38 บาท/กก. เป็น 44 บาท/กก. เช่นกัน โดยได้รับแรงหนุนจากภาวะอุปทานตึงตัวเนีองจากโรคระบาดและจำนวนพ่อแม่พันธุ์ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ผู้บริหารคาดว่าวงจรอุปทานไก่เนื้อจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือนจึงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งบ่งชี้ว่าราคาอาจยังอยู่ในระดับสูงตลอดช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยรวม เราเชื่อว่าราคาขายที่อยู่ในระดับดีน่าจะชดเชยต้นทุนอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยได้มากกว่า
📍อุปสงค์ส่งออกที่แข็งแกร่งจะสนับสนุนการฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2569
✅ปริมาณส่งออกไก่ไตรมาส 2/2569 เพิ่มขึ้น 8.6% ต่ำกว่าเป้าหมายของผู้บริหารที่ 12–13% โดยมีสาเหตุหลักจากอุปทานสินค้าที่ได้มาตรฐานส่งออกไม่เพียงพอ
✅ในมุมมองของเรา ประเด็นนี้น่ากังวลน้อยกว่าการเติบโตที่ต่ำกว่าเป้าหมายจากปัจจัยด้านอุปสงค์ เนื่องจากอุปสงค์ส่งออกพื้นฐานยังคงแข็งแกร่ง หลังจากการดำเนินงานของ BTG กลับเข้าสู่ภาวะปกติในเดือน ส.ค. ภายหลังการชะลอชั่วคราวในเดือน ก.ค. เราคาดว่าการเติบโตของยอดส่งออกจะปรับตัวดีขึ้นตามความพร้อมด้านการผลิต
📍การขยายตัวของอัตรากำไรจะช่วยหนุนการฟื้นตัวของกำไร
✅ผู้บริหารยังคงเป้ารายได้ที่ 1.2–1.3 แสนลบ. จากการขยายช่องทางจำหน่าย อัตรากำไรของสินค้าที่ดีขึ้น และการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ 15% และสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ต่อรายได้ที่ 10–10.5% ตามลำดับ ต้นทุนอาหารสัตว์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 1–2% HoH ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เนื่องจากราคาข้าวโพดที่ลดลงตามฤดูกาลน่าจะช่วยชดเชยต้นทุนกากถั่วเหลือง ข้าวสาลี และมันสำปะหลังที่สูงขึ้นบางส่วน สำหรับรายการที่ต่ำกว่ากำไรจากการดำเนินงาน อัตราภาษีที่แท้จริงน่าจะกลับเข้าสู่ระดับปกติที่ 17–19% หลังจากมีการตัดจำหน่ายรายการครั้งเดียวจำนวน 128 ลบ. ในไตรมาส 2/2569
✅ขณะที่การกลับมามีกำไรของธุรกิจในกัมพูชาน่าจะช่วยให้ BTG สามารถใช้ประโยชน์จากภาษีจ่ายล่วงหน้าได้ นอกจากนี้ แผนการตั้ง JV เพื่อดำเนินกิจการโรงงานแปรรูปในฟิลิปปินส์มีศักยภาพในการสร้างการเติบโตในระยะยาว แม้เราจะคาดว่าส่วนแบ่งกำไรในระยะสั้นจะยังมีจำกัด
📍มุมมอง KS
✅เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ BTG ด้วยราคาเป้าหมายที่ 23.4 บาท
✅เรายังคงมีมุมมองที่เป็นบวกต่อแนวโน้มของ BTG ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยอุปทานปศุสัตว์ที่ตึงตัว ราคาขายที่แข็งแกร่ง และอุปสงค์ส่งออกที่ยังคงแข็งแกร่ง น่าจะช่วยผลักดันให้กำไรเพิ่มขึ้น ประกอบกับประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น ขณะที่ downside risk สำคัญ ได้แก่ การฟื้นตัวของอุปทานที่เร็วกว่าคาด การระบาดของโรคเพิ่มเติม ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และความเสี่ยงด้านการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการขยายธุรกิจในฟิลิปปินส์

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus
Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #หุ้น #หุ้นไทย #ข่าวหุ้น #ลงทุน #BTG
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English