KS : WHAUP หุ้นเด่นจากธีม AI และการเติบโตเชิงโครงสร้าง
📍เรามองว่า WHAUP เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการธุรกิจสาธารณูปโภคที่มีแนวโน้มได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการลงทุนศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ในประเทศไทย
✅ในระยะกลาง เราเชื่อว่าแนวโน้มการเติบโตเชิงโครงสร้างรอบถัดไปจะมาจากศูนย์ข้อมูลสำหรับการประมวลผล AI โดยจากข้อมูลสนับสนุนต่างๆ เราพบว่าแนวโน้มดังกล่าวยังคงแข็งแกร่ง และมองว่าเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเติบโต ไม่ใช่ฟองสบู่ AI เราประเมินว่ากำลังการรองรับของศูนย์ข้อมูลในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นจากประมาณ 600MW ในปี 2568 เป็น 5-7GW ภายในปี 2573 โดยในช่วงเดือน พ.ค.2568 ถึงเดือน พ.ค.2569 มีคำขอรับสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) รวมแล้วถึง 1.8GW และหากนับตั้งแต่ปี 2568 จนถึงปัจจุบัน คำขอทั้งหมดมีขนาดรวมประมาณ 2.16GW
✅นอกจากนี้ เราพบว่าอุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่งมีศูนย์ข้อมูลเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ได้กลายเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าคำขอส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอสูงที่สุด และเริ่มเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจนนับตั้งแต่ปี 2567 โดยในช่วงปี 2567 ถึงไตรมาส 1/2569 มูลค่าคำขอรวมอยู่ที่ประมาณ 1.856 หมื่นล้านลบ. ขณะที่ในปี 2568 มูลค่าคำขอเพิ่มขึ้น 200% จาก 2.43 แสนลบ. ในปีก่อนหน้า เป็น 7.39 แสนลบ. ส่วนในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 มูลค่าคำขอสูงกว่า 8.74 แสนลบ. แล้ว คิดเป็นการเติบโตมากกว่า 8 เท่า หากอิงจากสมมติฐานต้นทุนการลงทุนประมาณ 5-10 พันล้านดอลลาร์ฯ ต่อ 1GW ซึ่งเป็นการปรับลดจากต้นทุนการลงทุนของศูนย์ข้อมูลที่ใช้ ASIC Chip ซึ่งอยู่ที่ 1-2 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ ต่อ 1GW เราเชื่อว่าการที่ประเทศไทยจะมีกำลังการรองรับศูนย์ข้อมูลระดับ 5-10GW นั้นมีความเป็นไปได้และสามารถเกิดขึ้นได้จริง เรายังคาดว่าความซับซ้อนและขนาดของโครงการศูนย์ข้อมูลในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากมูลค่าเฉลี่ยต่อโครงการที่เพิ่มขึ้นจาก 1.6 พันลบ./โครงการ ในปี 2567 เป็นประมาณ 5 พันลบ.-1.8 หมื่นลบ./โครงการในปัจจุบัน
📍จากการประเมินของ WHAUP ศูนย์ข้อมูลมีค่าประสิทธิภาพการใช้น้ำ (Water Usage Effectiveness: WUE) อยู่ที่ประมาณ 90-120 ลูกบาศก์เมตร (cbm)/ไร่/วัน
✅ซึ่งเทียบเท่ากับความต้องการใช้น้ำประมาณ 2.5-3.0 cbm/ปี สำหรับศูนย์ข้อมูลขนาด 100MW ขณะเดียวกัน เราประเมินว่าศูนย์ข้อมูลขนาด 100MW จะใช้น้ำโดยตรงประมาณ 1.5-1.7 cbm/ปี และยังมีความต้องการใช้น้ำทางอ้อมจากการผลิตไฟฟ้าด้วยก๊าซธรรมชาติอีกประมาณ 0.65-0.8 cbm/ปี ดังนั้น เราประเมินว่าศูนย์ข้อมูลทุก ๆ 100MW จะทำให้เกิดความต้องการใช้น้ำรวมประมาณ 2.15-2.5 cbm/ปี
📍WHAUP เป็นผู้จำหน่ายน้ำดิบสำหรับภาคอุตสาหกรรมรายใหญ่ที่สุดในพื้นที่ EEC
✅เมื่อพิจารณาจากส่วนแบ่งการตลาด โดยได้รับแรงหนุนจากสิทธิผูกขาดในการจัดหาน้ำให้แก่ผู้ประกอบการทั้งหมดภายในนิคมฯ ของ WHA เราประเมินว่าส่วนแบ่งการตลาดของ WHAUP ในพื้นที่ EEC อยู่ที่ประมาณ 30-40% ดังนั้น เราคาดว่าศูนย์ข้อมูลใหม่ส่วนใหญ่ในพื้นที่ EEC จะเลือกซื้อน้ำอุตสาหกรรมจาก WHAUP เป็นหลัก สำหรับปี 2569 บริษัทตั้งเป้ายอดขายน้ำรวมเพิ่มขึ้นเป็น 170 cbm เพิ่มขึ้นประมาณ 6% YoY ขณะที่ยอดขายน้ำอุตสาหกรรมคาดว่าจะเติบโตประมาณ 16% YoY เราคาดว่ายอดขายน้ำอุตสาหกรรมจะเติบโตด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ประมาณ 14% ในช่วงปี 2568-74 โดยในปี 2568 WHAUP ได้ลงนามสัญญาจัดหาน้ำเพิ่มเติมประมาณ 30 cbm/ปี และในไตรมาส 2/2569 บริษัทได้ลงนามสัญญาเพิ่มเติมอีกประมาณ 17-29 cbm/ปี เพื่อรองรับความต้องการจากกลุ่มศูนย์ข้อมูล ผลจากการทำสัญญาดังกล่าว ทำให้บริษัทรับรู้รายได้พิเศษจากค่าธรรมเนียมการจองกำลังการผลิตน้ำส่วนเกินจำนวน 320 ลบ. ในไตรมาส 1/2569 เรามองว่า WHAUP ยังมีศักยภาพรองรับความต้องการใช้น้ำอุตสาหกรรมได้อีกมาก เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีอัตราการใช้กำลังการผลิตเพียง 37% เท่านั้น
📍นอกจากนี้ WHAUP ยังจะได้รับประโยชน์จากการขยายกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียน
✅โดยปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตที่เปิดดำเนินการแล้วจำนวน 184 MWeq และมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตอีก 323 MWeq ในอนาคต ซึ่งประกอบด้วยโครงการ Private PPA ขนาด 187MW และโครงการ Solar FiT ขนาด 136MW โดยในปี 2569 คาดว่าจะมีโครงการโซลาร์ภายใต้สัญญา Private PPA มากกว่า 100MW เริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ขณะที่โครงการ Solar FiT ขนาด 136MW มีกำหนดเริ่ม SCOD ในช่วงปี 2570-73 ส่งผลให้สัดส่วนกำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 13% เป็น 28% ซึ่งสะท้อน CAGR ที่ประมาณ 30% ในช่วงปี 2568-74 ปัจจัยดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนให้กำไรจากการดำเนินงาน รวมถึงส่วนแบ่งกำไรเติบโตด้วย CAGR ประมาณ 12% นอกจากนี้ โครงการ Direct PPA ขนาดรวม 2,000MW ยังมี upside เพิ่มเติมต่อประมาณการของเรา โดยขึ้นอยู่กับว่า WHAUP จะชนะการประมูลได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งเราประเมินว่าทุกกำลังการผลิตที่ชนะประมูลเพิ่มขึ้น 100MW จะสร้าง upside ต่อราคาเป้าหมายประมาณ 0.6 บาท/หุ้น

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus
Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #หุ้น #หุ้นไทย #ข่าวหุ้น #ลงทุน
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English