🚗 KS: TIDLOR ผลกระทบจากสงครามรุนแรงน้อยกว่าที่เราคาดไว้
📌 กำไรปกติทำสถิติสูงสุดใหม่ สูงกว่าคาด 14% จาก credit cost ที่ต่ำกว่าคาด TIDLOR รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 เมื่อวันที่ 7 พ.ค. โดยมีกำไรปกติรายไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 16% QoQ และ 33% YoY และสูงกว่าประมาณการของเรา 14% กำไรปกติที่ดีกว่าคาดมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (credit cost) ที่ต่ำกว่าคาดอย่างมากที่ 468 ลบ. ซึ่งต่ำกว่าประมาณการของเรา 43% จากคุณภาพสินทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้น
เราเข้าร่วมการประชุมนักวิเคราะห์และการประชุมผลประกอบการหลังประกาศงบไตรมาส 1/2569 ของ TIDLOR เมื่อวันที่ 11 พ.ค. โดยเรามีมุมมองเชิงบวก สาระสำคัญมีดังนี้
📌คาดการเติบโตของสินเชื่อชะลอลงหลังเกิดสงคราม TIDLOR ยังคงเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อปี 2569 ที่ 5–10% YoY แม้ว่าฝ่ายบริหารคาดว่าการเติบโตจะอยู่ใกล้กรอบล่างของเป้าหมาย ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ยังยืดเยื้อ ปัจจัยกดดันหลักคาดว่าจะมาจากพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุก ซึ่งคาดว่าจะยังคงหดตัวต่อเนื่อง จากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจหลังสงครามตะวันออกกลาง นอกจากนี้ TIDLOR เริ่มเห็นการยกเลิกสินเชื่อรถบรรทุกที่ได้รับอนุมัติแล้วในไตรมาส 2/2569 เรามีมุมมองระมัดระวังมากกว่าฝ่ายบริหาร และได้ปรับลดสมมติฐานการเติบโตของสินเชื่อปี 2569 ลงเหลือ 3.4% YoY จากเดิม 6.1% เพื่อสะท้อนแนวโน้มอ่อนแอของสินเชื่อรถบรรทุก และการเติบโตของสินเชื่อที่ชะลอตัวเพียง 0.3% YTD ในไตรมาส 1/2569
📌ปรับลดเป้าหมายต้นทุนสินเชื่อลง จากคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีกว่าคาด TIDLOR ปรับลดกรอบล่างของแนวทางต้นทุนสินเชื่อปี 2569 ลงสู่ 2.2%–2.8% จากเดิม 2.5%–2.8% เนื่องจากฝ่ายบริหารมีความมั่นใจมากขึ้นว่าต้นทุนสินเชื่อจะมีแนวโน้มลดลง โดยมองว่า management overlay จำนวน 250 ลบ. ที่ตั้งไว้ในไตรมาส 4/2568 เพียงพอแล้ว และคุณภาพลูกหนี้มีพัฒนาการดีกว่าคาด อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารยังคงคาดว่าต้นทุนสินเชื่อจะเพิ่มขึ้น QoQ ตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป จากผลกระทบของสงคราม โดยยังคงเป้าหมายขั้นต่ำของต้นทุนสินเชื่อไว้ที่ 2.2% ซึ่งสูงกว่าระดับ 1.7% ที่รายงานในไตรมาส 1/2569 ดังนั้น เราจึงปรับลดสมมติฐานต้นทุนสินเชื่อลงสู่ 2.3% จากเดิม 3.0% เพื่อสะท้อนคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีกว่าคาด และ coverage ratio ระดับสูงของบริษัทที่ 340% ซึ่งน่าจะช่วยรองรับผลกระทบภายใต้สถานการณ์สงครามได้
📌ต้นทุนทางการเงินมีแนวโน้มต่ำกว่าเป้าหมายปี 2569 หลังจากต้นทุนทางการเงินในไตรมาส 1/2569 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญสู่ระดับ 3.2% (-16bps QoQ, -31bps YoY) TIDLOR ให้แนวทางว่าต้นทุนทางการเงินจะทรงตัว QoQ ที่ระดับ 3.2% ตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป ซึ่งดีกว่าเป้าหมายปี 2569 ของบริษัทที่คาดว่าจะลดลงเพียง 5–10bps หนุนจากการ rollover หุ้นกู้ที่อัตราดอกเบี้ยต่ำลง และอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลง ดังนั้น เราจึงปรับลดสมมติฐานต้นทุนทางการเงินลงสู่ 3.2% จากเดิม 3.4% เพื่อสะท้อนแนวทางดังกล่าว
📌ปรับเพิ่มประมาณการกำไร เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569/2570/2571 ขึ้น 13%/5%/7% เป็น 6.0 พันลบ./6.3 พันลบ./7.0 พันลบ. เพื่อสะท้อนการปรับลดสมมติฐานต้นทุนสินเชื่อและต้นทุนทางการเงิน แต่ถูกหักลบบางส่วนจากการปรับลดสมมติฐานการเติบโตของสินเชื่อ ดังนั้น เราคาดว่า TIDLOR จะรายงานการเติบโตของกำไรระดับหลักสิบที่ 22% ในปี 2569
มุมมอง KS
🎯 แนะนำ “ซื้อ” และ TP ที่ 21.90 บาท เพื่อสะท้อนการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของเรา เราคาดว่า TIDLOR จะยังคงสร้างการเติบโตของกำไรระดับหลักสิบได้ต่อเนื่องในปี 2569 ขณะที่มูลค่าหุ้นปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่ไม่แพง โดยหุ้นซื้อขายที่ PBV ปี 2569/2570 ระดับ 1.2x/1.1x เทียบกับ ROE ที่เราคาดไว้ที่ 16.5%/15.3%

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #TIDLOR
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English