KS : กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ดีเซลขึ้นแรง ! ได้รับผลกระทบไหม?

KS : กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ดีเซลขึ้นแรง ! ได้รับผลกระทบไหม?

Analysis by KS Research Strategy
Apr 2, 2026
Back

KS : กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ดีเซลขึ้นแรง ! ได้รับผลกระทบไหม?

📍ผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล

✅เราคาดว่าผลกระทบต่อผู้รับเหมางานโยธารายใหญ่จะมีจำกัด ขณะที่ผู้รับเหมางานตอกเสาเข็มมีแนวโน้มได้รับผลกระทบมากกว่า ตามแนวทางของบริษัท CK และ STECON มีความเสี่ยงต่ำ โดยต้นทุนน้ำมันคิดเป็นเพียงประมาณ 1% ของต้นทุนขาย (COGS) เนื่องจากประมาณ 70% ของงานโครงการทั้งหมดมีการจ้างผู้รับเหมาช่วง นอกจากนี้ โครงการภาครัฐบางส่วนใน backlog มีการใช้กลไก k-factor ซึ่งภาครัฐจะชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของน้ำมันและวัสดุเมื่อเทียบกับระดับต้นทุน ณ จุดเริ่มต้นโครงการ

✅สำหรับ PYLON และ SEAFCO มีสัดส่วนต้นทุนน้ำมันสูงกว่าที่ประมาณ 5% ของ COGS เนื่องจากไม่ได้พึ่งพาผู้รับเหมาช่วง และไม่ได้รับประโยชน์จากกลไก k-factor เราประเมินว่าการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลทุกๆ 10% จะส่งผลกระทบต่อกำไรปกติของ CK STECON SEAFCO และ PYLON ที่ 1.9% 1.9% 3.1% และ 2.1% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม เราอาจยังไม่เห็นผลกระทบต่อกำไรปกติไตรมาส 2/2569 โดยผลกระทบจะมาช้ากว่า เนื่องจากผู้รับเหมามักรับรู้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ตลอดโครงการ และจะปรับใกล้ช่วงสิ้นสุดโครงการ

📍แนวโน้ม backlog ใหม่

✅เราคาดว่า STECON และ PYLON จะได้ backlog มากกว่า CK และ SEAFCO ในปีนี้ จากทั้งโครงการภาครัฐและภาคเอกชน ขณะที่การแข่งขันระหว่างผู้รับเหมาลดลงหลังจากผู้รับเหมางานโยธาและงานตอกเสาเข็มหลายรายออกจากตลาด สำหรับโครงการภาครัฐ เราคาดว่า CK และ STECON จะได้งานอย่างน้อย 6.5 หมื่นลบ. และ 5.2 หมื่นลบ. ตามลำดับในปีนี้ โดยอิงจากไทม์ไลน์การประมูลของภาครัฐและส่วนแบ่งการตลาดในอดีต ในฝั่งภาคเอกชน การเติบโตจะนำโดยโครงการศูนย์ข้อมูล โดยอิงจากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

✅ในเชิง YTD การอนุมัติโครงการศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ YoY เป็น 9.6 หมื่นลบ. เราคาดว่า STECON SEAFCO และ PYLON จะได้รับประโยชน์จากประสบการณ์ในโครงการศูนย์ข้อมูลและตำแหน่งทางการแข่งขันที่แข็งแกร่งในกลุ่มธุรกิจนี้ ขณะที่ CK ยังคงเน้นโครงการภาครัฐเป็นหลัก

📍แนวโน้มกำไร

✅เราคาดว่ากำไรปกติไตรมาส 1/2569 ของผู้รับเหมาทุกรายจะปรับตัวดีขึ้น YoY โดยได้รับแรงหนุนจากการเร่งก่อสร้างของโครงการใน backlog โดย STECON จะได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากการไม่มีส่วนแบ่งผลขาดทุนจากโครงการรถไฟฟ้า MRT สายสีชมพูและสายสีเหลือง หลังจากมีการปรับประเภทการลงทุน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยดังกล่าวจะถูกหักล้างบางส่วนจากการไม่มีรายได้เงินปันผลจาก GULF ซึ่งได้เปลี่ยนจากไตรมาส 1/2568 ไปเป็นไตรมาส 2/2569

📍มุมมองบวก

✅เราคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มบริการก่อสร้าง โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวดีขึ้นเชิงโครงสร้าง 3 ประการ ได้แก่ 1) แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ชัดเจนมากขึ้นภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ 2) การแข่งขันที่ลดลง ส่งผลให้พฤติกรรมการประมูลมีความสมเหตุสมผลมากขึ้น และ 3) โอกาสที่ผู้รับเหมาจะฟื้นฟู backlog หลังจากผ่านช่วงวัฏจักรขาลงเป็นเวลานาน หุ้นเด่นของกลุ่มธุรกิจนี้ คือ STECON (“ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 15.28 บาท) และ PYLON (“ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 4.32 บาท) จากการกระจายโครงการที่ดีกว่าในทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

Construction-Services-Sector_1200.jpg

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus

Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #หุ้น #หุ้นไทย #ข่าวหุ้น #ลงทุน

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Search

Recommended searches