KS: กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เข้าสู่รอบโครงสร้างพื้นฐานใหม่

KS: กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เข้าสู่รอบโครงสร้างพื้นฐานใหม่

Analysis by KS Research Fundamental
Mar 29, 2026
Back

🏗️ 👷 KS: กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เข้าสู่รอบโครงสร้างพื้นฐานใหม่

📌 มีอะไรใหม่? เมื่อวันที่ 15 มี.ค. สภาผู้แทนราษฎรได้เลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่สำเร็จ และมีกำหนดให้รัฐสภาจัดประชุมร่วมกันในวันที่ 19 มี.ค.2569 เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย

📌 มุมมองของเรา เรามีมุมมองที่เป็นบวกต่อพัฒนาการทางการเมืองที่เอื้ออำนวยดังกล่าว ประการแรก การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองกำลังดำเนินไปเร็วกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต โดยคาดว่าระยะเวลาตั้งแต่การเลือกตั้งจนถึงการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจะอยู่ที่ประมาณ 40 วัน เทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีตที่ประมาณ 100 วัน ประการที่สอง เราคาดว่าโครงการที่ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้ว เช่น โครงการรถไฟฟ้าไทย-จีน เฟส 2 สามสัญญา (1.17 แสนลบ.) มอเตอร์เวย์ M5 (3.2 หมื่นลบ.) และมอเตอร์เวย์ M9 (1.6 หมื่นลบ.) จะเข้าสู่กระบวนการประมูลในไตรมาส 2-3/2569 หากอิงจากในอดีต (แผนภาพ 6) CK และ STECON ต่างมีโอกาสอย่างน้อย 20% ที่จะได้ชนะประมูลโครงการเหล่านี้ ประการที่สาม ความเข้มข้นของการแข่งขันลดลงหลังจากบริษัทรับเหมาขนาดกลางหลายรายถอนตัวหรืออ่อนแอลง ซึ่งน่าจะช่วยสนับสนุนสภาพแวดล้อมการประมูลที่สมเหตุสมผลมากขึ้น และช่วยให้ผู้เล่นชั้นนำอย่าง CK และ STECON สามารถรักษาหรือเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดได้ในระดับปานกลาง

มุมมอง KS

📌 มุมมองบวก เราคงมุมมองที่เป็นบวกต่อกลุ่มบริการก่อสร้าง โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับปรุงเชิงโครงสร้าง 3 ประการ ได้แก่ 1) แผนงานด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ชัดเจนยิ่งขึ้นภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ 2) การแข่งขันที่ลดลงซึ่งนำไปสู่พฤติกรรมการประมูลที่สมเหตุสมผลมากขึ้น และ 3) โอกาสสำหรับบริษัทรับเหมาในการฟื้นฟูยอดสั่งซื้อหลังจากช่วงที่อ่อนแอมายาวนาน

📌 หุ้นเด่น หุ้นแนะนำของเรา ได้แก่

STECON (“ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 15.28 บาท)

PYLON (“ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 4.32 บาท)

เนื่องจากมีการกระจายโครงการที่ดีกว่าทั้งในภาครัฐและเอกชน เราปรับเพิ่มคำแนะนำสำหรับ STECON จาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” หลังจากปรับราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ของ STECON ขึ้น 34% จาก 11.40 บาท เป็น 15.28 บาท

📌 ราคาเป้าหมาย เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2569-71 ของทุกบริษัท เราปรับราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ของ STECON ขึ้น 34% จาก 11.40 บาท เป็น 15.28 บาท และของ CK ขึ้น 13% จาก 21.91 บาท เป็น 24.77 บาท เรายังคงราคาเป้าหมายอิงตาม PER ของ SEAFCO และ PYLON ไว้ที่ 2.90 บาท และ 4.32 บาท ตามลำดับ ขณะนี้เราใช้วิธี PER และ SOTP รวมกันในการประเมินมูลค่าหุ้นที่เหมาะสมของ CK และ STECON เนื่องจากเราเชื่อว่า PER จะสะท้อนการเติบโตของโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลได้ดีกว่า ในขณะที่เรากำหนดมูลค่ายุติธรรมอิงด้วยวิธี SOTP ของ STECON และ CK ไว้ที่ 11.40 บาท และ 21.91 บาท ตามลำดับ เราได้มูลค่ายุติธรรมอิงตาม PER ปี 2569 ของ STECON ที่ 19.16 บาท และ 27.64 บาท สำหรับ CK โดยใช้ค่าเฉลี่ย PER ย้อนหลัง 5 ปีที่ 21.19 สำหรับ EPS ปี 2569 ของ STECON และ 26.64 สำหรับ EPS ปี 2569 ของ CK

ConstructionServicesSector20260319_1200x1200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย#รับเหมาก่อสร้าง #PYLON #SEAFCO #CK #STEC #TEAMG #MRT #BTS #รฟม #รถไฟฟ้าสายสีส้ม

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Search

Recommended searches