KS: SCC 4Q68 คาดขาดทุนสุทธิ จากการยุติธุรกิจ Noc Noc และการขาดทุนสต๊อกน้ำมัน

KS: SCC 4Q68 คาดขาดทุนสุทธิ จากการยุติธุรกิจ Noc Noc และการขาดทุนสต๊อกน้ำมัน

Analysis by KS Research Fundamental
Jan 12, 2026
Back

👷KS: SCC 4Q68 คาดขาดทุนสุทธิ จากการยุติธุรกิจ Noc Noc และการขาดทุนสต๊อกน้ำมัน

📌 คาดว่ากำไรไตรมาส 4/2568 จะถูกกดดันจากปัจจัยตามฤดูกาลและรายการพิเศษ

เราคาดว่า SCC จะรายงานผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 4/2568 ที่ 2.8 พันลบ. แย่ลง 438% YoY และ 312% QoQ จากการบันทึกผลขาดทุนพิเศษจำนวน 1.8 พันลบ. จากการยุติธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล Noc Noc และผลขาดทุนสต๊อกน้ำมันที่อาจเกิดขึ้นอีกราว 1 พันลบ. หากไม่รวมรายการพิเศษทั้งสองรายการ เราคาดว่ากำไรปกติของ SCC ในไตรมาส 4/2568 จะอ่อนตัวลง 94% QoQ มาอยู่ที่ 45 ลบ. จากปัจจัยตามฤดูกาลที่กดดันทุกกลุ่มธุรกิจ และส่วนต่างราคาโอเลฟินส์ที่ปรับลดลงชั่วคราวมาอยู่ต่ำกว่าระดับต้นทุนเงินสด ทั้งนี้ จากแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/2568 ที่อ่อนแอนี้ กำไรสุทธิทั้งปี 2568 คาดว่าจะอยู่ที่ 1.5 หมื่นลบ. ดีขึ้น 137% YoY แต่คิดเป็นเพียง 73% ของประมาณการทั้งปีเดิมของเรา

📌 คาดว่าการขายสินทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้นจะได้ข้อสรุปภายในครึ่งแรกของปี 2569

ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เราคาดว่ากำไรของ SCC จะปรับตัวดีขึ้น HoH จากปัจจัยตามฤดูกาล และโอกาสรับรู้กำไรพิเศษจากการขายหุ้น Chandra Asri สัดส่วน 10% ทั้งนี้ บริษัทยังไม่ได้เปิดเผยราคาเสนอขายและผู้ซื้อเป้าหมาย แต่มีแผนจะสรุปดีลดังกล่าวภายในครึ่งแรกของปี 2569 อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงขาลงที่สำคัญต่อประมาณการกำไรปี 2569–70 ของเรายังคงมาจากสมมติฐานส่วนต่างราคาโอเลฟินส์ โดยในปี 2568 ส่วนต่างราคา PP และ PE ปิดที่เพียง 320–USD330 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ตัน ขณะที่สมมติฐานของเราในปี 2569–2570 ยังอยู่ที่ 350 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ตัน สำหรับทั้งสองผลิตภัณฑ์ในแต่ละปี

📌 ปรับลดคาดการณ์เงินปันผลปี 2568 ลงมาอยู่ที่ 5.5 บาท/หุ้น

 ในการประชุมนักวิเคราะห์ไตรมาส 3/2568 ผู้บริหารของ SCC ให้แนวทางการจ่ายเงินปันผลตามแนวโน้มกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ทั้งนี้ จากแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ที่อ่อนแอ เราจึงปรับลดคาดการณ์เงินปันผลจาก 6 บาทต่อหุ้น เหลือ 5.5 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 44% และอัตราตอบแทนเงินปันผล 2.8%

📌 คาดว่าจะมีการพิจารณาปิดกำลังการผลิตเพิ่มเติม

เราคาดว่าจะมีการพิจารณาปิดกำลังการผลิตต้นทุนสูงเพิ่มเติมในปี 2569 เนื่องจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ในปัจจุบันปรับลดลงต่ำกว่าต้นทุนเงินสด ซึ่งมีแนวโน้มบีบให้ผู้ผลิตที่มีต้นทุนสูงต้องเร่งปิดโรงงานหรือหยุดการผลิตชั่วคราว ทั้งนี้ ผู้บริหารของ SCC มองว่าผู้ผลิตที่มีแผนจะหยุดการผลิตชั่วคราวมีปริมาณกำลังการผลิตรวมราว 3.5 ล้านตันในปี 2569 ซึ่งจะทำให้การเพิ่มกำลังการผลิตสุทธิ ลดลงมาอยู่ที่ 14 ล้านตัน เทียบกับปี 2568 ที่อยู่ที่ 20 ล้านตัน จากระดับการเพิ่มกำลังการผลิตสุทธิที่ลดลง ผู้บริหารคาดว่าส่วนต่างราคาโอเลฟินส์จะปรับตัวดีขึ้นในช่วงปี 2569–70

มุมมอง KS

🎯 แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย ที่ 235.00 บาท จากแนวโน้มกำไรปี 2568 ที่อ่อนแอลง เราจึงปรับลดราคาเป้าหมายกลางปี 2569 ลง 10 บาท จาก 245 บาท เหลือ 235 บาทต่อหุ้น โดยอิง PBV ปี 2568–69 ที่ 0.78 เท่า แต่เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ SCC จาก upside 18% ต่อราคาเป้าหมายใหม่ของเรา โอกาสในการพิจารณาปิดกำลังการผลิตต้นทุนสูงเพิ่มเติมในปี 2569 และประโยชน์จากราคาน้ำมันที่อาจลดลง ซึ่งจะช่วยหนุนอัตรากำไรของธุรกิจปิโตรเคมี ไม่ว่าจะเป็นจากการขยายส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์หรือการประหยัดต้นทุนการใช้พลังงานและการสูญเสียจากการผลิต

scc_12001200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #SCC #ปูนใหญ่ #NocNoc

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Search

Recommended searches