🏪 KS: CPALL แนวทางธุรกิจดีขึ้นในปี 69
📌 CPALL รายงานกำไรไตรมาส 4/2568 ที่ 7.3 พันลบ. (+1.1% YoY, +10% QoQ) ผลประกอบการเป็นไปตามประมาณการของเราที่ 7.1 พันลบ. และใกล้เคียงกับที่ตลาดคาด การเติบโต YoY หนุนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (CVS) จากการขยายสาขาใหม่และอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากความต้องการสินค้าพร้อมรับประทาน (RTE) และสินค้าของใช้ส่วนบุคคลที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมากพอที่จะชดเชยกำไรที่ลดลง YoY จาก CPAXT การเติบโต QoQ มาจากยอดขายธุรกิจ CVS ที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจาก CPAXT ก็เพิ่มขึ้น QoQ ส่งผลให้กำไรปี 2568 อยู่ที่ 2.82 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 11.3% YoY
📌 เราเข้าร่วมการประชุมนักวิเคราะห์หลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ของ CPALL เมื่อวันที่ 26 ก.พ. โทนโดยรวมแล้วเป็นไปในเชิงบวกเล็กน้อย
📌 แนวโน้มปี 2569 ผู้บริหารตั้งเป้าอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ปี 2569 ไว้ที่ +2% เมื่อเทียบกับ -0.3% ในปี 2568 อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (CVS) คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 20bps เมื่อเทียบกับ +40bps ในปี 2568 บริษัทฯ มีแผนที่จะเปิดร้านใหม่ 700 แห่งในปี 2569 เท่ากับปี 2568 โดยมีงบลงทุน (CAPEX) ประมาณ 1.2-1.36 หมื่นลบ. สำหรับปี 2569 CPALL จะเน้นไปที่กลยุทธ์หลัก 3 ประการ ได้แก่ 1) การปรับปรุงรูปแบบร้านค้าให้ทันสมัยเพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า 2) การแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ และ 3) การบูรณาการด้านเทคโนโลยีเพื่อทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นและปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน
📌 Sentiment ดีขึ้นในไตรมาส 1/2569 ในเชิง YTD, SSSG ปรับตัวเป็นบวกที่ 1-2% เพิ่มขึ้นจาก -2% ในไตรมาส 4 โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคโดยรวม บริษัทฯ คาดว่าจะมีการฟื้นตัวที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในครึ่งหลังของปี 2569 หลังจากการจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการและการใช้จ่าย รวมถึงมาตรการนโยบายของรัฐบาลที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
📌 ผลกระทบจากการดำเนินงานในกัมพูชามีน้อย ผู้บริหารให้ข้อมูลว่ายอดขายในกัมพูชาลดลงอย่างมากหลังเกิดความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เจ้าของร้านแฟรนไชส์หลายรายต้องปิดสาขาลง ส่งผลให้จำนวนร้านค้าทั้งหมดในกัมพูชาลดลงจาก 125 สาขา ณ สิ้นไตรมาส 3/68 เหลือ 112 สาขาในปัจจุบัน และอาจมีการปิดสาขาเพิ่มเติมหากสถานการณ์โดยรวมไม่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากธุรกิจในกัมพูชาคิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่า 1% ของรายได้รวม และการลงทุนในกัมพูชาต่ำกว่า 1 พันลบ. เราเชื่อว่าผลกระทบต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของ CPALL จะมีค่อนข้างจำกัด
📌 การเพิ่มผลตอบแทนผู้ถือหุ้น CPALL ประกาศจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดที่ 1.65 บาท/หุ้น สำหรับผลประกอบการปี 2568 คิดเป็นอัตราการจ่ายที่ 59% จากงบการเงินเฉพาะกิจการ เพิ่มขึ้นจาก 56% ในปี 2567 ผู้บริหารระบุว่า การจ่ายเงินปันผลที่สูงขึ้นในปี 2568 นั้นถือว่าเป็นอัตราที่น่าจะจ่ายได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ สภาพคล่องส่วนเกินจะได้รับการบริหารจัดการผ่านการชำระหนี้และการซื้อหุ้นคืน โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น
มุมมอง KS
🎯 แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 57.20 บาท อิงตาม PER ปี 2569 ที่ 16.8 เท่า หรือ 1.5SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PER ล่วงหน้า โดย ณ ราคาหุ้นระดับล่าสุด หุ้นซื้อขายด้วย PER ปี 2569 ที่ 12.4 เท่า หรือเท่ากับ 2.1SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยล่วงหน้า

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #CPALL
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English