KS FUND TOP PICK 26 - 30 ม.ค. 2026

KS FUND TOP PICK 26 - 30 ม.ค. 2026

Analysis by KS Research Strategy
Jan 26, 2026
Back

KS: KS FUND TOP PICK 26 - 30 ม.ค. 2026

📌Rate Check จุดชนวนเงินเยนแข็ง จับตางบ Big tech, FOMC และ Rieder เต็งประธานเฟด

🌍ตลาดหุ้นโลก (ACWI +0.11%) ท่ามกลางความผันผวนสูงจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการเงิน โดยช่วงต้นสัปดาห์ตลาดถูกกดดันจากการขู่ขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ต่อยุโรป หากยังตกลงประเด็นกรีนแลนด์ไม่ได้ ขณะที่ความไม่แน่นอนเรื่องประธานเฟดคนใหม่ และแรงกดดันต่อความเป็นอิสระของเฟดผลักดันให้ 10Y UST พุ่งขึ้นแตะ 4.30% เพิ่มแรงขายในสินทรัพย์เสี่ยง

ช่วงกลางสัปดาห์ตลาดเริ่มคลายความกังวล หลังทรัมป์ฯ ส่งสัญญาณที่ Davos แนวทางเจรจามากกว่าที่จะใช้กำลังเข้ายึดกรีนแลนด์ ประกอบกับความคืบหน้าในการเจรจากับ NATO โดยสหรัฐฯ กับเลขาธิการ NATO เห็นพ้องในหลักการเรื่องความมั่นคงอาร์กติก ไม่เปลี่ยนอธิปไตยกรีนแลนด์ แต่จะขยายบทบาทของ NATO ในภูมิภาค พร้อมหารือปรับปรุงสนธิสัญญาปี 1951 เพื่อให้กองทัพสหรัฐฯ เข้าพื้นที่เพื่อติดตั้งขีปนาวุธ รวมถึงแลกเปลี่ยนสิทธิในการทำเหมืองในกรีนแลนด์ เพื่อป้องกันอิทธิพลรัสเซีย-จีน

ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง GDP 3Q25 ถูกปรับขึ้นจาก 4.3% เป็น 4.4%, Initial Jobless Claims 200K ต่ำกว่าคาด และ Core PCE ออกมาตามที่ตลาดคาด ได้หนุนภาพ soft-landing ในสหรัฐฯ ส่งผลให้ 10Y UST เริ่มปรับตัวลง และเม็ดเงินไหลกลับเข้าสู่หุ้นเทคฯ ขนาดใหญ่ สะท้อนแรง rotation จากหุ้นขนาดเล็กที่ outperform ในช่วงก่อนหน้านี้ กลับไปยังหุ้นเทคฯ ใหญ่อีกครั้ง อีกจุดที่ต้องจับตาคือค่าเงินเยน หลัง Ueda ระบุว่าเยนอ่อนเริ่มส่งผ่านมายังเงินเฟ้อ และมีข่าวว่าเฟดนิวยอร์กได้สอบถามธนาคารต่างๆ เกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน (rate check) ซึ่งในอดีตญี่ปุ่นมักทำก่อนจะเข้าแทรกแซง ทำให้เกิดแรงซื้อเยนช่วงกลางดึกวันศุกร์ และทำให้ค่าเงินเยนแข็งค่าอย่างรวดเร็วมาที่บริเวณ 155 ปลาย ต่อดอลลาร์ ทำให้ภาพรวมตลาดยังอยู่ในโหมด risk on / risk off สลับกัน

📊ภาพรวมตลาดหุ้นสัปดาห์นี้ส่วนใหญ่เป็นการปรับตัวลง แม้จะทยอยฟื้นตัวในช่วงกลางถึงปลายสัปดาห์ แต่ก็ไม่สามารถหักล้างจากที่ gap down ในช่วงต้นสัปดาห์จากความเสี่ยงกรีนแลนด์ได้ โดยตลาดที่ปรับตัวลงมากที่สุด คือ ตลาดหุ้นอินเดีย (Nifty 50 -2.51%) หลังทรัมป์เตรียมขึ้นภาษี 25% กับประเทศที่ซื้อน้ำมันจากอิหร่าน และแรงขายหุ้นกลุ่ม Adani หลังมีข่าวว่า SEC สหรัฐฯ ขอยื่นศาลอนุญาตส่งหมายเรียกสอบคดีฉ้อโกงและติดสินบนผู้บริหารในเครือ Adani Group

ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรป (Stoxx 600 -0.98%) ก็เผชิญแรงเทขายหนักจากการเป็นคู่กรณีโดนขู่ขึ้นภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ แม้ประเด็นจะผ่อนคลายลงในช่วงปลายสัปดาห์

สำหรับตลาดจีน (CSI 300 -0.62% และ HSCEI -0.65%) ยังถูกกดดันจากเศรษฐกิจฟื้นตัวช้าและปัญหาอสังหาฯ ส่วนญี่ปุ่น (Nikkei -0.17% และ Topix -0.79%) เคลื่อนไหวในกรอบแคบ จากความไม่แน่นอนทางการเมืองและประชุม BOJ ในทางกลับกัน เกาหลีใต้ (Kospi +3.08%) และไต้หวัน (TWSE +1.76%) โดดเด่นสวนทางตลาดโลก ด้วยกระแสหุ้นเทคฯ ชิป AI และยานยนต์ที่หนุนตลาดทำ all-time high ต่อเนื่อง

ด้านตลาดสหรัฐฯ Dow Jones -0.53%, S&P 500 -0.35%, Nasdaq Composite -0.06% และ Russell 2000 -0.32% โดยกลุ่ม Financial เป็นตัวฉุดหลัก หลังทรัมป์ฟ้อง JPMorgan และ Jamie Dimon กรณีธนาคารปิดบัญชีทรัมป์-ธุรกิจจากเหตุผลทางการเมือง ขณะที่หุ้นเทคฯ ใหญ่เริ่มกลับมาเป็นแรงหนุนหลักในช่วงปลายสัปดาห์

📊ในสัปดาห์นี้ตลาดการเงินโลกเผชิญปัจจัยสำคัญทั้งฝั่งมหภาคและจุลภาค โดยจุดสนใจหลักอยู่ที่การประชุม FOMC ซึ่งตลาดคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% โดยตลาดจะให้น้ำหนักกับถ้อยแถลงของ Powell ต่อทิศทางนโยบายการเงินในระยะถัดไป ท่ามกลางความเห็นของกรรมการเฟดที่เริ่มแตกต่างกันชัดเจนขึ้น ขณะเดียวกัน ประเด็นการเมืองสหรัฐฯ ก็ถูกจับตา หลัง Donald Trump เตรียมเปิดเผยรายชื่อผู้ที่จะถูกเสนอให้เป็นประธานเฟดคนต่อไป โดยล่าสุด Rick Rieder ซึ่งเป็น CIO ฝั่งตราสารหนี้ของ BlackRock ถูกประเมินว่ามีโอกาสราว 50% แซงหน้า Kevin Warsh ที่มีโอกาส 28% นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลสำคัญนอกสหรัฐฯ อย่าง GDP 4Q25 ของยูโรโซนและไต้หวัน รวมถึงอัตราเงินเฟ้อกรุงโตเกียว ด้านผลประกอบการถือว่าเข้าสู่ช่วง peak week ของฤดูกาลรายงานงบ

โดยมีหุ้นเทคโนโลยีอย่าง Microsoft, Apple, Meta Platforms, Tesla รวมถึงบริษัทในห่วงโซ่เซมิคอนดักเตอร์และหน่วยความจำอย่าง Lam Research, KLA Corporation, Seagate Technology, Western Digital, SanDisk, Amphenol, Corning และ Celestica กลุ่มกลาโหมอย่าง RTX, Lockheed Martin, Boeing, Northrop Grumman, General Dynamics และ L3Harris Technologies รวมถึงบริษัทขนาดใหญ่อื่นในสหรัฐฯ อย่าง GE Vernova, Visa, Mastercard, American Express, Caterpillar, UnitedHealth Group, Thermo Fisher Scientific, Starbucks, Exxon Mobil และ Chevron ฝั่งยุโรปอย่าง ASML, SAP, LVMH, Deutsche Bank, ABB, Christian Dior และ Roche หุ้นญี่ปุ่นอย่าง Advantest, Sumitomo Mitsui Financial Group, Lasertec, SCREEN Holdings และ Shin-Etsu Chemical หุ้นเกาหลีใต้อย่าง Samsung Electronics, SK Hynix และ Hanwha Ocean รวมถึงหุ้นไต้หวันอย่าง UMC, Powertech Technology และ Macronix

📊 เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุน แม้จะมีความกังวลด้านปัจจัยมหภาคเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยภาพ Bottom-up ที่ยังแข็งแกร่ง จึงมองเป็นจังหวะในการเข้าลงทุน / ลงทุนเพิ่มที่ดี โดยในสัปดาห์นี้เราคาดว่าหุ้นเทคใหญ่ มีโอกาสตอบสนองเชิงบวกต่อการรายงานผลประกอบการ เนื่องจากราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมา underperform อย่างมาก จนทำให้ valuation ของหุ้นเทคใหญ่ ลงมาในระดับ Forward PER ที่ค่อนข้างถูก (Microsoft -1.2SD, Nvidia -1.4SD, Amazon -1.4SD, Meta ซื้อขายที่ค่าเฉลี่ย)

จึงคงคำแนะนำทยอยสะสมหุ้นโลก (KKP GNP) เป็น Core Equity Portfolio และตราสารหนี้โลก (K-GDBONDUH) เป็น Core Fixed Income Portfolio เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ 10 ปี (10Y UST) ยังคงอยู่เหนือระดับ 4.00% สำหรับส่วนของ Satellite Portfolio ระยะ 12 เดือน แนะนำลงทุนในธีม AI ผ่านหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ (KKP TECH-UH) และหุ้นเกาหลีใต้ (SCBKEQTG) โดยคาดว่าผลประกอบการน่าจะออกมาดีทั้งเทคฯ ใหญ่ และกลุ่ม Memory ในเกาหลีใต้ที่ล่าสุด Samsung ได้ปรับเพิ่มราคาหน่วยความจำใน 1Q26 โดยปรับ DRAM +70% QoQ และ NAND Flash +100% QoQ, หุ้นญี่ปุ่น (ASP-NGF) ที่แม้ระยะสั้นอาจกดดันจากค่าเงินเยนแข็ง แต่มองเป็นโอกาสในการเข้าลงทุน จากธีมหลักที่เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะ Reflation, หุ้นอินเดีย (MINDIA) ที่ยังคง underperform อย่างต่อเนื่อง จนลงมาซื้อขายที่ค่าเฉลี่ย Forward PER แล้ว แต่เรายังคงมุมมองเชิงบวกว่าหากมีการดีลการค้ากับสหรัฐฯ สำเร็จ จะช่วยปลดล็อก sentiment ให้กลับมาดีขึ้นได้

💡 𝐈𝐦𝐩𝐥𝐢𝐜𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧

1️⃣𝐁𝐮𝐲 𝐥𝐢𝐬𝐭𝐬

𝐒𝐚𝐭𝐞𝐥𝐥𝐢𝐭𝐞 𝐩𝐨𝐫𝐭 (สำหรับช่วง 6-12 เดือน)

✅𝐊𝐊𝐏 𝐓𝐄𝐂𝐇-𝐔𝐇: กองทุนหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ลงทุนผ่าน iShares Expanded Tech (IGM) ที่ล่าสุด ปรับตัวลง -0.69% จากแรงขายช่วงต้นสัปดาห์จากความกังวลกรีนแลนด์ แต่ทยอยฟื้นตัวลดช่วงลบจากเทคฯ ใหญ่ ที่เริ่มกลับมา outperform นำโดย Meta (+6.17%) ที่เปิดเผยว่า Meta Superintelligence Labs ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อปีที่แล้ว สามารถส่งมอบโมเดล AI รุ่นสำคัญให้ใช้ภายในองค์กรได้แล้วภายในเวลาเพียง 6 เดือน

✅คงคำแนะนำซื้อ IGM (ETF) สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามผลประกอบการของ Microsoft, Apple, Meta Platforms รวมถึงกลุ่ม Semiconductor equipment และ Memory

✅𝐀𝐒𝐏-𝐍𝐆𝐅: กองทุนหุ้นญี่ปุ่น ลงทุนผ่าน Eric Sturdza Nippon Growth โดยสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนี Topix -0.79% จากความไม่แน่นอนทางการเมือง และนโยบายลดภาษีอาหารเหลือ 0% หนุน JGB พุ่งแรง รวมถึงความระมัดระวังจากการประชุม BOJ ที่ล่าสุดคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.75% แต่ผู้ว่า Ueda กล่าวว่าเงินเยนที่อ่อนค่าเริ่มกระทบอัตราเงินเฟ้อ รวมถึงการมี rate check ในช่วงกลางดึกวันศุกร์ จึงเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อเยน

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Topix มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามพัฒนาการการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยน ที่น่าจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อตลาดในระยะสั้น, การเลือกตั้งที่เริ่มประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 ม.ค., อัตราเงินเฟ้อกรุงโตเกียว และผลประกอบการของ Advantest, Sumitomo Mitsui Financial Group, Lasertec, SCREEN Holdings และ Shin-Etsu Chemical

✅𝐌𝐈𝐍𝐃𝐈𝐀: กองทุนหุ้นอินเดีย ลงทุนผ่าน Jupiter India Select Fund โดยสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนี Nifty 50 -2.51% หลังทรัมป์เตรียมขึ้นภาษี 25% กับประเทศที่ซื้อน้ำมันจากอิหร่าน และแรงขายหุ้นกลุ่ม Adani หลังมีข่าวว่า SEC สหรัฐฯ ขอยื่นศาลอนุญาตส่งหมายเรียกสอบคดีฉ้อโกงและติดสินบนผู้บริหารในเครือ Adani Group

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Nifty 50 มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า

✅𝐒𝐂𝐁𝐊𝐄𝐐𝐓𝐆: กองทุนหุ้นเกาหลีใต้ ลงทุนผ่าน iShares MSCI South Korea (EWY) ที่ล่าสุดปรับตัวขึ้น +5.12% ในสัปดาห์ที่แล้ว ทำระดับ all-time high นำโดย Hyundai Motor (+23.49%) จากการ re-rating จากผู้ผลิตรถยนต์สู่ธีม Humanoid / Physical AI และ Samsung SDI (+29.07%) จากความคืบหน้าคำสั่งซื้อแบต EV ระยะยาวจากลูกค้าระดับบนในยุโรป และสหรัฐฯ (BMW, VW และ Tesla) และล่าสุด Samsung ปรับเพิ่มราคาหน่วยความจำ 1Q26 ต่อ DRAM +70% QoQ และ NAND Flash +100% QoQ

✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Kospi มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือน และติดตามผลประกอบการของ Samsung Electronics, SK Hynix และ Hanwha Ocean

2️⃣ 𝐁𝐮𝐲 𝐥𝐢𝐬𝐭𝐬

𝐒𝐚𝐭𝐞𝐥𝐥𝐢𝐭𝐞 𝐩𝐨𝐫𝐭 (สำหรับช่วง 3-6 เดือน)

✅𝐃𝐀𝐎𝐋-𝐂𝐇𝐈𝐍𝐀𝐓𝐄𝐂𝐇: กองทุนหุ้นเทคโนโลยีจีน ลงทุนผ่าน HSBC Hang Seng Tech ที่ล่าสุด ปรับตัวลง -0.42% จากตัวเลขเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวทั่วถึง แต่ยังได้แรงหนุนจาก Baidu เปิดตัวโมเดล Ernie 5.0 หนุน narrative AI pure play และ Alibaba ที่มีแผนแยกธุรกิจชิป (T-Head) เข้าจดทะเบียน

✅คงคำแนะนำซื้อ เมื่อ Hang Seng Tech (HSTECH) ซื้อขายในกรอบ 5,400 – 6,000 จุด โดยกำหนดจุดขายทำกำไรที่ 6,700 จุด และจุดตัดขาดทุนเมื่อหลุด 5,100 จุด

3️⃣ 𝐇𝐨𝐥𝐝𝐢𝐧𝐠 𝐥𝐢𝐬𝐭𝐬

𝐒𝐚𝐭𝐞𝐥𝐥𝐢𝐭𝐞 𝐩𝐨𝐫𝐭 (สำหรับช่วง 6-12 เดือน)

✅𝐓𝐔𝐒𝐅𝐈𝐍-𝐀: กองทุนหุ้นกลุ่มการเงินในสหรัฐฯ ลงทุนผ่าน XLF (ETF) ที่ล่าสุด ปรับตัวลง -2.52% จากความตึงเครียดที่กรีนแลนด์ช่วงต้นสัปดาห์ รวมถึงนโยบายช่วย first-time buyers ที่จำกัดบทบาทนักลงทุนสถาบันในการซื้อบ้าน กระทบมุมมองต่อการเติบโตของสินเชื่อและธุรกิจอสังหาฯ ทางอ้อมของธนาคาร และการที่ Trump ฟ้อง Jamie Dimon ซีอีโอของ JPMorgan Chase ซึ่งตลาดมองว่าเป็นสัญญาณลบต่อความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายการเมืองกับสถาบันการเงิน

✅คงคำแนะนำ Let profits run และติดตามการประชุม FOMC และการประกาศรายชื่อประธานเฟดคนต่อไป

KS-FUND-WEEKLY-2026-1200x1200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุนกองทุนรวมกับ KS ลงทุนได้หลากหลาย บลจ. >> https://ksecurities.co/Open-Account_Fund

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #KSecurities #หลักทรัพย์กสิกรไทย #กองทุน #ผลตอบแทน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #FUND #กลยุทธ์การจัดพอร์ต

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Search

Recommended searches