KS: KS FUND TOP PICK 19 - 23 ม.ค. 2026
📌 หุ้นโลกทรงตัว ผลประกอบการดี แต่ Bond Yield พุ่งกดดัน
จับตาทรัมป์ขึ้นภาษียุโรป ศาลสูงตัดสิน IEEPA และประชุม BOJ
🌎ตลาดหุ้นโลก (ACWI +0.17%) ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย โดยแรงหนุนหลักยังคงมาจากตลาดหุ้นในเอเชียเหนือ ซึ่งหลายตลาดเดินหน้าทำจุดสูงสุดใหม่ (all‑time high) ต่อเนื่อง นำโดยเกาหลีใต้ (Kospi +5.55%) ที่ปรับตัวขึ้นติดต่อกันถึง 11 วันทำการ จากแรงซื้อที่กระจายตัวในกลุ่มยานยนต์และอุตสาหกรรมหนัก โดยเฉพาะ Auto, Defense, Shipbuilding และ Memory
ขณะที่ญี่ปุ่น (Nikkei +3.84%, Topix +4.11%) และไต้หวัน (TWSE +3.70%) ได้อานิสงส์จากผลประกอบการ 4Q25 ของ TSMC ที่ออกมาดีกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมการปรับเพิ่มงบลงทุน (CAPEX) ปี 2026 ขึ้นอีก 32% ซึ่งช่วยตอกย้ำมุมมองเชิงบวกต่ออุปสงค์ด้าน AI ระยะยาว และหนุนความเชื่อมั่นต่อหุ้นกลุ่ม Semiconductor equipment ทั่วโลก ด้านตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากปัจจัยการเมือง หลัง Sanae Takaichi เตรียมยุบสภาในช่วงที่คะแนนนิยมอยู่ในระดับสูง เพิ่มความคาดหวังต่อเสถียรภาพทางการเมืองและโอกาสเดินหน้านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือธีม “Takaichi trade” อีกครั้ง
ขณะที่ตลาดหุ้นฮ่องกง (HSCEI +1.90%) ปรับตัวขึ้น หนุนโดย Alibaba (+13.45%) หลังเปิดเผยว่า Qwen ซึ่งเป็น AI application ของบริษัท มียอดผู้ใช้งานรายเดือน (MAU) ทะลุ 100 ล้านราย ภายในเวลาเพียง 2 เดือนหลังเปิดตัว ส่วนตลาดหุ้นจีน (CSI 300 -0.57%) หลังตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ เซินเจิ้น และปักกิ่ง ประกาศเพิ่มอัตราหลักประกันขั้นต่ำ (margin requirement) สำหรับการซื้อหุ้นด้วยบัญชีมาร์จิ้นจาก 80% เป็น 100%
🇺🇸ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในสัปดาห์ที่ผ่านมายังคงเคลื่อนไหวผสมผสาน โดย Dow Jones -0.29%, S&P 500 -0.38%, Nasdaq Composite -0.66% ขณะที่ Russell 2000 +2.04% โดดเด่นจากแรง rotation มาสู่หุ้นขนาดเล็ก หลังดัชนี S&P 500 เข้าใกล้ระดับ 7,000 จุด ภาพรวม market breadth ดีขึ้นต่อเนื่อง จำนวนหุ้นที่ปรับตัวขึ้นเพิ่มขึ้นชัดเจน แต่ด้วยแรงซื้อยังไม่กลับเข้าสู่กลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่หรือ Magnificent Seven ทำให้การปรับตัวขึ้นของตลาดเป็นไปอย่างจำกัด
ด้านบรรยากาศการลงทุนส่วนมากถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยมหภาค โดยเฉพาะประเด็นที่ Jerome Powell ออกมาเปิดเผยว่าเผชิญแรงกดดันทางการเมืองและกฎหมายโดยตรง ความกังวลต่อภูมิรัฐศาสตร์ในกรีนแลนด์และอิหร่าน ตลอดจนแผนจำกัดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่ 10% ซึ่งกดดันหุ้นกลุ่ม Financial ให้ปรับตัวลง -2.33% แม้จะมีผลประกอบการแข็งแกร่งของ Goldman Sachs และ Morgan Stanley มาช่วยพยุงบางส่วน
ขณะเดียวกัน ความเห็นจากกรรมการเฟดที่ต่างออกมาในเชิง Hawkish และสัญญาณจากทรัมป์ที่ลังเลจะเสนอชื่อ Kevin Hassett (ผู้มีแนวโน้ม Dovish) ขึ้นเป็นประธาน Fed ทำให้ตลาดมองว่าเต็งสองอย่าง Kevin Warsh ซึ่งเป็นสาย Hawkish อาจมีโอกาสได้รับเลือกแทน เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี (10Y UST) พุ่งทะลุ 4.2% และสร้างแรงกดดันต่อบรรยากาศการลงทุนในภาพรวม
📊ในสัปดาห์นี้ ตลาดน่าจะโฟกัสไปที่ประเด็นกรีนแลนด์ หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจาก 8 ประเทศยุโรป (เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฝรั่งเศส เยอรมนี สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ และฟินแลนด์) เริ่มต้น 10% มีผลวันที่ 1 ก.พ. และจะเพิ่มเป็น 25% ในวันที่ 1 มิ.ย. หากยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการซื้อกรีนแลนด์ได้ ซึ่งเป็นข่าวใหม่ที่สร้างความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรป และนำไปสู่การประชุมฉุกเฉินของ EU ในช่วงสุดสัปดาห์
ขณะที่ปัจจัยมหภาคที่ต้องติดตามยังมีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ทั้ง GDP 3Q25 รอบสุดท้าย, Core PCE และดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการ ซึ่งจะกำหนดมุมมองตลาดต่อทิศทางดอกเบี้ยของ Fed พร้อมกับการจับตาคำวินิจฉัยของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ว่าในรอบนี้จะมีคดีที่เกี่ยวข้องกับภาษีทรัมป์ (IEEPA) หรือไม่ และประเด็นการถอด Lisa Cook จากกรรมการเฟด ซึ่งเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างต่อความเป็นอิสระของ Fed ขณะที่กรรมการเฟดจะงดให้สัมภาษณ์ในช่วง Blackout period ก่อน FOMC ด้านต่างประเทศ
ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การประชุม BOJ ที่ตลาดคาดว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 0.75% แต่ตลาดจะโฟกัสที่สัญญาณเศรษฐกิจและทิศทางค่าเงินเยนที่อ่อนค่ามาก รวมถึงการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจชุดใหญ่ของจีน ทั้ง GDP 4Q25, ราคาบ้าน, ผลผลิตอุตสาหกรรม, ยอดค้าปลีก และการลงทุนสินทรัพย์ถาวร สำหรับฝั่งผลประกอบการ แนะนำให้ติดตาม SK Hynix, Netflix, Intel, Seagate, Disco, UMC, Hyundai Motor และ Nanya Technology
📊แม้ตลาดหุ้นหลักอย่างสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่จะยัง underperform เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นโลก แต่ด้วยผลประกอบการของ TSMC ที่ออกมาดีกว่าคาดอย่างมาก พร้อมกับการปรับประมาณการการเติบโตของธุรกิจ AI ในช่วงปี 2025 – 2029 จาก mid-40% CAGR ขึ้นเป็น mid-high 50% CAGR ยิ่งสะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตที่โดดเด่นของเซกเมนต์นี้ เราจึงมองว่าแนวโน้มผลประกอบการของหุ้นกลุ่ม AI ใน 4Q25 มีโอกาสออกมาแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดกังวล เมื่อประกอบกับราคาหุ้นในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมายังแทบไม่ไปไหนและ underperform อย่างชัดเจน สะท้อนว่าตลาดไม่ได้ตั้งความคาดหวังไว้สูงมากนักในรอบนี้ ทำให้เรามองว่ามีโอกาสสูงที่ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นได้หลังรายงานผลประกอบการ โดยยังคงมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุน
แนะนำทยอยสะสมหุ้นโลก (KKP GNP) เป็น Core Equity Portfolio และตราสารหนี้โลก (K-GDBONDUH) เป็น Core Fixed Income Portfolio เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ 10 ปี (10Y UST) ยังคงอยู่เหนือระดับ 4.00% สำหรับส่วนของ Satellite Portfolio ระยะ 12 เดือน แนะนำลงทุนในธีม AI ผ่านหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ (KKP TECH-UH) และหุ้นเกาหลีใต้ (SCBKEQTG) หลัง TSMC รายงานผลประกอบการแข็งแกร่ง ประกอบกับการส่งออก memory ของเกาหลีใต้เดือนธันวาคมที่เติบโตสูงถึง 70% YoY และ 24% MoM, หุ้นญี่ปุ่น (ASP-NGF) ที่เข้าสู่ภาวะ Reflation พร้อมแรงหนุนจากธีม Takaichi trade หลังนายกเตรียมยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่, หุ้นอินเดีย (MINDIA) ที่ปรับตัวลงมามาก แต่ด้วยผลประกอบการกลุ่ม IT ที่มีสัญญาณฟื้นตัวขึ้น รวมถึงธนาคารใหญ่ (HDFC Bank) ที่กำไรดีกว่าคาดจากสินเชื่อที่เติบโต จึงเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าลงทุนเพิ่ม
💡 𝐈𝐦𝐩𝐥𝐢𝐜𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧
1️⃣𝐁𝐮𝐲 𝐥𝐢𝐬𝐭𝐬
𝐒𝐚𝐭𝐞𝐥𝐥𝐢𝐭𝐞 𝐩𝐨𝐫𝐭 (สำหรับช่วง 6-12 เดือน)
✅𝐊𝐊𝐏 𝐓𝐄𝐂𝐇-𝐔𝐇: กองทุนหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ลงทุนผ่าน iShares Expanded Tech (IGM) ที่ล่าสุด ปรับตัวลง -0.47% จากผลตอบแทนที่ Divergence ของกลุ่ม Semi และ Software โดยกลุ่ม Semi ขึ้นแรงหลัง TSMC ประกาศเพิ่ม CAPEX ขึ้นมากกว่าคาด ขณะที่กลุ่ม Software ปรับตัวลงแรงจากกระแส AI disruption หลังจาก Anthropic เปิดตัวเครื่องมือ AI ตัวใหม่ที่ทำงานซับซ้อนได้มากกว่าแค่การเขียนโค้ด
✅คงคำแนะนำซื้อ IGM (ETF) สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามคำวินิจฉัยของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ในคดีภาษีทรัมป์ และการปลด Lisa Cook รวมถึงติดตามตัวเลข GDP 3Q25, Core PCE และ Manufacturing & Services PMI และผลประกอบการของ Netflix, Seagate และ Intel
✅𝐀𝐒𝐏-𝐍𝐆𝐅: กองทุนหุ้นญี่ปุ่น ลงทุนผ่าน Eric Sturdza Nippon Growth โดยสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนี Topix +4.11% ขึ้นทำ all-time high ภายหลัง Takaichi ระบุว่ากำลังพิจารณายุบสภาเพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ หนุนกระแส Takaichi trade รอบใหม่ และการปรับตัวขึ้นของกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่พุ่งขึ้นแรง ขานรับ TSMC ประกาศเพิ่มงบลงทุน (CAPEX) สำหรับปี 2026
✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Topix มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามการประชุม BOJ ที่คาดว่าจะคงดอกเบี้ย แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่การปรับประมาณการเศรษฐกิจ และการเปิดสมัยประชุมสภาสามัญในวันที่ 23 ม.ค. 2026 ที่คาดว่า Takaichi จะประกาศยุบสภา
✅𝐌𝐈𝐍𝐃𝐈𝐀: กองทุนหุ้นอินเดีย ลงทุนผ่าน Jupiter India Select Fund โดยสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนี Nifty 50 +0.04% ทรงตัวหลังจากปรับตัวลงแรงในช่วงก่อนหน้า จากผลประกอบการของหุ้นเทคโนโลยี อย่าง Tata Consultancy, HCL Technologies และ Infosys เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของรายได้จากตลาดอเมริกาเหนือและความต้องการด้าน AI
✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Nifty 50 มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตาม Manufacturing & Services PMI
✅𝐒𝐂𝐁𝐊𝐄𝐐𝐓𝐆: กองทุนหุ้นเกาหลีใต้ ลงทุนผ่าน iShares MSCI South Korea (EWY) ที่ล่าสุดปรับตัวขึ้น +3.06% ในสัปดาห์ที่แล้ว จากอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและต่อเรือที่พุ่งขึ้นรับข่าวความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ตามมาด้วย กลุ่มแบตเตอรี่ (เช่น LG Energy Solution, POSCO Future M) ที่ได้ประโยชน์จากการที่คู่แข่งจีนถูกตัดสิทธิประโยชน์ทางภาษี รวมถึงกลุ่มยานยนต์ที่ Hyundai Motor พุ่งขึ้นแรงจากกระแสตอบรับเทคโนโลยีหุ่นยนต์ในงาน CES 2026 และกลุ่ม memory (Samsung Electronics, SK Hynix) จากกระแส memory super cycle
✅คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Kospi มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือน และติดตามตัวเลข GDP 4Q25 รวมถึงผลประกอบการของ SK Hynix และ Hyundai Motor
2️⃣ 𝐁𝐮𝐲 𝐥𝐢𝐬𝐭𝐬
𝐒𝐚𝐭𝐞𝐥𝐥𝐢𝐭𝐞 𝐩𝐨𝐫𝐭 (สำหรับช่วง 3-6 เดือน)
✅𝐃𝐀𝐎𝐋-𝐂𝐇𝐈𝐍𝐀𝐓𝐄𝐂𝐇: กองทุนหุ้นเทคโนโลยีจีน ลงทุนผ่าน HSBC Hang Seng Tech ที่ล่าสุด ปรับตัวขึ้น +2.37% จากการปรับตัวขึ้นของ Alibaba (+13.45%) หลัง Qwen “AI application” ของบริษัทมียอดผู้ใช้งานรายเดือน (MAU) พุ่งทะลุ 100 ล้านราย ภายในเวลาเพียง 2 เดือนหลังเปิดตัว และเตรียมยกระดับเป็น AI One-Stop Platform ขณะที่ Trip (-21.84%) หลังได้รับหนังสือแจ้งจากหน่วยงานกำกับดูแลตลาดของจีนว่ากำลังถูกสอบสวนฐานใช้อำนาจเหนือตลาดเกินควรและมีพฤติกรรมผูกขาดทางการค้า
✅คงคำแนะนำซื้อ เมื่อ Hang Seng Tech (HSTECH) ซื้อขายในกรอบ 5,400 – 6,000 จุด โดยกำหนดจุดขายทำกำไรที่ 6,700 จุด และจุดตัดขาดทุนเมื่อหลุด 5,100 จุด และติดตามตัวเลข GDP 4Q25, ราคาบ้าน, ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม, ยอดค้าปลีก และการลงทุนสินทรัพย์ถาวร
3️⃣ 𝐇𝐨𝐥𝐝𝐢𝐧𝐠 𝐥𝐢𝐬𝐭𝐬
𝐒𝐚𝐭𝐞𝐥𝐥𝐢𝐭𝐞 𝐩𝐨𝐫𝐭 (สำหรับช่วง 6-12 เดือน)
✅𝐓𝐔𝐒𝐅𝐈𝐍-𝐀: กองทุนหุ้นกลุ่มการเงินในสหรัฐฯ ลงทุนผ่าน XLF (ETF) ที่ล่าสุด ปรับตัวลง -2.31% หลังทรัมป์ประกาศแผนจำกัดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไม่เกิน 10% ซึ่งกดดัน Sentiment โดยรวมของกลุ่ม ขณะที่ได้แรงหนุนจากผลประกอบการกลุ่มวาณิชธนกิจและบริหารสินทรัพย์ อย่าง Goldman Sachs, Morgan Stanley และ BlackRock ที่พุ่งขึ้นจากรายได้การเทรดและค่าธรรมเนียมที่ฟื้นตัวโดดเด่น
✅คงคำแนะนำ Let profits run และติดตามคำวินิจฉัยของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ในคดีภาษีทรัมป์ และการปลด Lisa Cook รวมถึงติดตามตัวเลข GDP 3Q25, Core PCE และ Manufacturing & Services PMI

📲เปิดพอร์ตลงทุนกองทุนรวมกับ KS ลงทุนได้หลากหลาย บลจ. >> https://ksecurities.co/Open-Account_Fund
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #KSecurities #หลักทรัพย์กสิกรไทย #กองทุน #ผลตอบแทน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #FUND #กลยุทธ์การจัดพอร์ต
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English