KS: KS FUND TOP PICK 9-13 มี.ค. 2026

KS: KS FUND TOP PICK 9-13 มี.ค. 2026

Analysis by KS Research Strategy
Mar 9, 2026
Back

KS: KS FUND TOP PICK 9-13 มี.ค. 2026

📌สงครามปั่น ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรป่วน กดตลาดหุ้นตะวันตกร่วง

🌎สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นโลก (MSCI ACWI) ปรับตัวลดลง -3.87% โดยรวมเข้าสู่ภาวะ Risk-off อย่างชัดเจน นำโดยตลาดนอกสหรัฐฯ เป็นหลัก โดยเฉพาะเอเชียเหนือ เช่น KOSPI -10.56%, HSCEI -2.61% และ TWSE -5.12% ขณะที่ยุโรปปรับตัวลดลงเฉลี่ย โดย STOXX 600 อยู่ที่ -5.55% แม้ว่าฝั่งสหรัฐฯ จะปรับตัวลดลงเพียงเล็กน้อย โดย S&P 500 อยู่ที่ -2.02% ทั้งนี้พบว่าสินทรัพย์ที่ฟื้นตัวเด่นในสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ใช่ทั้งตราสารทุนและตราสารหนี้ แต่กลับเป็นน้ำมันและ Dollar Index ซึ่งปรับตัวขึ้น 35.48% และ 1.25% ตามลำดับ จากความกังวลต่อพัฒนาการของสงครามในตะวันออกกลางและความเสี่ยงต่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ในระดับอุตสาหกรรมพบว่า Style Rotation เริ่มสะท้อนภาพการเทขายทั้งในกลุ่ม Defensive และ Cyclical ยกเว้นน้ำมัน ขณะเดียวกันเริ่มมีแรงหมุนกลับเข้าซื้อในกลุ่ม Growth มากขึ้น โดยแรงซื้อกลับดังกล่าวกระจุกตัวอยู่ในกลุ่ม Technology หลังจากถูกขายออกมามากในช่วงก่อนหน้า จากเหตุการณ์การเปิดตัว Claude Co-work plugin ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดสินทรัพย์เสี่ยง แม้อยู่ในภาวะที่มีความกลัวซึ่งสะท้อนผ่าน VIX Index ที่ขึ้นไปทดสอบระดับ 30 จุด แต่กฎของ Valuation ยังทำงาน และยังไม่ใช่ความกลัวในระดับสุดขีดจนเข้าสู่ภาวะไร้เหตุผล จะเห็นได้ว่าหุ้นบางตัว เช่น Broadcom และ Marvell ซึ่งรายงานผลประกอบการออกมาเติบโตดีกว่าคาด รวมถึงมีทิศทาง Guidance ที่แข็งแกร่ง ยังสามารถฟื้นตัวได้ระหว่างสัปดาห์ ขณะที่ตลาดหุ้นโดยรวมตอบรับเหตุการณ์เศรษฐกิจสำคัญในสัปดาห์ที่ผ่านมาในเชิงลบมากกว่า เช่น ผลการประชุม 2 Session Meeting ของจีนที่ไม่ได้สร้างแรงบวกต่อตลาดมากนัก เนื่องจากมีการปรับลดเป้า GDP ระยะยาว แม้จะยังยืนยันการสนับสนุน AI และการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติก็ตาม ประกอบกับช่วงปลายสัปดาห์ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรกลับมาหดตัว หักปากกานักเศรษฐศาสตร์ที่เคยประเมินว่าจะขยายตัวได้ ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าตลาดให้รางวัลกับปัจจัยระดับบริษัท แต่ใช้ปัจจัยเชิงมหภาคเป็นเหตุผลในการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม

🔥 สำหรับปัจจัยในสัปดาห์นี้ นอกเหนือจากต้องติดตามพัฒนาการของสงครามในตะวันออกกลางแล้ว ยังเป็นช่วงของการรายงานตัวเลขการส่งออก โดยต้องติดตามทั้งตัวเลขการส่งออกของไต้หวัน และรายได้รายเดือนของ TSMC หลังจากทิศทางการส่งออกของเกาหลีใต้ที่รายงานไปในสัปดาห์ก่อนหน้ายังคงเติบโตแข็งแกร่ง ด้านจีนจะมีการรายงานยอดส่งออกประจำเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ด้วยเช่นกัน สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญอื่น ๆ ในเอเชีย ต้องติดตามการรายงาน GDP 4Q25 ของเกาหลีใต้และญี่ปุ่น (QoQ) โดยตลาดประเมินว่าจะออกมาที่ -0.3% และ 0.3% ตามลำดับ ขณะที่ฝั่งตะวันตก หลังจากมีการรายงานตัวเลขการจ้างงานในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนสัญญาณที่ขัดแย้งกันระหว่าง ADP และ NFP แต่มีจุดร่วมเหมือนกันคือภาวะ “จ้างน้อยและตกงานน้อย” ประกอบกับการให้สัมภาษณ์ของสมาชิกเฟดตลอดทั้งสัปดาห์ ที่ยังยืนยันว่าจะไม่เร่งลดดอกเบี้ย ทำให้ในสัปดาห์นี้ การรายงานเงินเฟ้อของสหรัฐฯ จึงมีความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ โดยตลาดคาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปของสหรัฐฯ (YoY) จะทรงตัวที่ 2.4% ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานคาดว่าจะอยู่ที่ 2.5% นอกจากนี้ ในสัปดาห์เดียวกันยังมีการรายงาน PCE ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเงินเฟ้อที่เฟดใช้ในการกำหนดทิศทางดอกเบี้ย โดยตลาดคาดว่า PCE และ Core PCE (YoY) จะออกมาที่ 2.9% และ 2.9% ตามลำดับ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงค่อนข้างมาก หากรายงานออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด สำหรับผลประกอบการที่ต้องติดตาม ได้แก่ CATL, Hewlett Packard, Inventec, Asustek, Oracle, Rheinmetall, Li Auto, Adobe, Ulta Beauty และ Cambricon

ตลาดยังคงอยู่ในภาวะ Style/Sector Rotation โดยเราประเมินว่าการปรับตัวลดลงของตลาดจากความกังวลด้านราคาน้ำมันเป็น Systematic Risk หรือความเสี่ยงที่กระทบทั้งระบบ ขณะที่ในระยะกลางถึงยาว ผู้ที่จะอยู่รอดได้ดีในภาวะราคาน้ำมันสูง จะต้องเป็นประเทศที่มีน้ำมันสำรองในประเทศมาก และพึ่งพาแหล่งขุดเจาะจากต่างประเทศน้อย เช่น สหรัฐฯ และฝั่งตะวันตก อย่างไรก็ตาม หากประเมินสถานการณ์ด้านการขึ้นดอกเบี้ยจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นในปัจจุบัน ยังถือว่าเร็วเกินไปที่จะสรุป อีกทั้งหากเงินเฟ้อปรับตัวขึ้นจากราคาน้ำมัน ก็ถือเป็นปัญหาทางฝั่ง Supply Side ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการขึ้นดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว ดังนั้น แม้ยากจะคาดเดาได้ว่าสงครามจะจบช้าหรือเร็ว แต่ในระยะสั้นมีความเป็นไปได้สูงอยู่ 2 มุมมอง ได้แก่

  1. ตลาดค่อย ๆ ซึมซับกระแสข่าวสงครามในลักษณะคล้ายกรณียูเครน-รัสเซีย ซึ่งสถานการณ์ในปัจจุบันค่อนข้างต่างจากปี 2022 เพราะปัญหาในตอนนั้นไม่ได้มาจากราคาน้ำมันเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ และการกลับมาเปิดเมือง จนทำให้อุปสงค์ปะทุขึ้นทั่วโลก
  2. หากเหตุการณ์ยืดเยื้อ เฟดอาจเลือกใช้วิธีคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานาน (Higher for Longer) มากกว่า เนื่องจากสถานการณ์แรงงานในปัจจุบันไม่ได้แข็งแรงเท่ากับปี 2022

โดยเรายังคงแนะนำให้อาศัยจังหวะตลาดปรับตัวลดลง ทยอยสะสมหุ้นโลก KKP GNP เป็น Core Equity Portfolio ควบคู่กับตราสารหนี้โลก K-GDBONDUH เป็น Core Fixed Income Portfolio ในช่วงที่ 10Y UST ยังเคลื่อนไหวเหนือ 4.00% สำหรับ Satellite Portfolio ระยะ 12 เดือน ยังคงแนะนำธีม AI ผ่าน KKP TECH-UH, หุ้นเกาหลีใต้ SCBKEQTG และธีม Grid ซึ่งได้ประโยชน์จากการขยายโครงข่ายไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้นจาก AI และ Reshoring, หุ้นญี่ปุ่น ASP-NGF ที่ได้แรงหนุนจากนโยบายการคลังเชิงรุก ซึ่งสนับสนุนการเติบโตระยะยาว และหุ้นอินเดีย MINDIA ที่เริ่มฟื้นตัวหลังบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ช่วยหนุน Sentiment ควบคู่กับการเร่งลงทุนใน AI ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ

💡 𝐈𝐦𝐩𝐥𝐢𝐜𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧

1️⃣𝐑𝐞𝐜𝐨𝐦𝐦𝐞𝐧𝐝𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧 𝐂𝐡𝐚𝐧𝐠𝐞𝐬
🟢 𝐁𝐮𝐲
𝐒𝐚𝐭𝐞𝐥𝐥𝐢𝐭𝐞 𝐩𝐨𝐫𝐭 (สำหรับช่วง 6-12 เดือน)

✅ 𝐊𝐊𝐏 𝐓𝐄𝐂𝐇-𝐔𝐇: กองทุนหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ลงทุนผ่าน iShares Expanded Tech (IGM) ซึ่งล่าสุดปรับตัวลง -1.06% แม้กลุ่ม Software จะเริ่มรีบาวด์และเป็นแรงหนุน แต่กลุ่ม Semiconductors ปรับตัวลง จากความกังวลว่าราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอาจทำให้เฟดลดดอกเบี้ยได้ยากขึ้น
🎯 คงคำแนะนำซื้อเมื่อ IGM (ETF) มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามตัวเลขอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ รวมถึงผลประกอบการของ Oracle, รายได้เดือน ก.พ. ของ TSMC

✅𝐀𝐒𝐏-𝐍𝐆𝐅: กองทุนหุ้นญี่ปุ่น ลงทุนผ่าน Eric Sturdza Nippon Growth โดยสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนี Topix ปรับตัวลง -5.63% จากความตึงเครียดของภาวะสงครามที่หนุนราคาน้ำมันให้ปรับตัวขึ้นแรง
🎯คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Topix มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามตัวเลขการเติบโตของค่าจ้าง

✅𝐌𝐈𝐍𝐃𝐈𝐀: กองทุนหุ้นอินเดีย ลงทุนผ่าน Jupiter India Select Fund โดยสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนี Nifty 50 ปรับตัวลง -2.89% จากความกังวลต่อราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น ตามความตึงเครียดของการเจรจานิวเคลียร์สหรัฐฯ–อิหร่าน และการปรับตัวลงของหุ้นในกลุ่ม Software
🎯 คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Nifty 50 มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามตัวเลขอัตราเงินเฟ้ออินเดีย

✅ 𝐒𝐂𝐁𝐊𝐄𝐐𝐓𝐆: กองทุนหุ้นเกาหลีใต้ ลงทุนผ่าน iShares MSCI South Korea (EWY) ซึ่งล่าสุดปรับตัวลง -16.28% จาก Sentiment เชิงลบของภาวะสงครามในตะวันออกกลางที่ตึงเครียด กดดันกลุ่มส่งออกให้ร่วงแรง รวมถึงกลุ่ม Memory
🎯 คงคำแนะนำซื้อเมื่อ Kospi มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือน และติดตามตัวเลข GDP 4Q25 ซึ่งจะเป็นการรายงานครั้งที่ 2 รวมถึงผลประกอบการของ Oracle, รายได้เดือน ก.พ. ของ TSMC

✅ 𝐀-𝐆𝐑𝐈𝐃: กองทุนหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานการผลิตไฟฟ้า ลงทุนผ่าน First Trust Nasdaq Clean Edge Smart Grid Infrastructure (GRID) ซึ่งล่าสุดปรับตัวลง -6.74% จากความกังวลปัจจัยมหภาคตามภาวะสงครามที่ตึงเครียดมากขึ้น
🎯 คงคำแนะนำซื้อเมื่อ GRID (ETF) มีการย่อตัวลง สำหรับกรอบการลงทุน 12 เดือนข้างหน้า และติดตามตัวเลขอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ

KS-FUND-WEEKLY-2026-1200x1200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุนกองทุนรวมกับ KS ลงทุนได้หลากหลาย บลจ. >> https://ksecurities.co/Open-Account_Fund

⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

KS #KSecurities #หลักทรัพย์กสิกรไทย #กองทุน #ผลตอบแทน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #FUND #กลยุทธ์การจัดพอร์ต

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Search

Recommended searches