🚢 KS Strategy Export : ส่งออกโตแกร่งสะท้อนวัฏจักรเทคโนโลยีหนุน
📌ยอดส่งออกเติบโตแข็งแกร่ง แต่โมเมนตัมเริ่มชะลอลง ยอดส่งออกของไทยเดือน พ.ค. ขยายตัว 10.6% YoY ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 12.7% YoY และชะลอลงจาก 23.1% YoY ในเดือนก่อนหน้า สำหรับช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 ยอดส่งออกโต 17.0% YTD
📌ยอดส่งออกสินค้าเกษตรหดตัวลง ยอดส่งออกสินค้าเกษตรลดลง 3.1% YoY ขณะที่ยอดส่งออกสินค้าเกษตรอุตสาหกรรมลดลง 13.2% YoY โดยการหดตัวเกิดขึ้นในหลายกลุ่มสินค้า สะท้อนถึงการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากอุปทานสินค้าเกษตรโลกที่ทยอยฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
📌ยอดส่งออกภาคการผลิตยังแข็งแกร่งจากชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ในทางกลับกัน ยอดส่งออกภาคการผลิตขยายตัว 14.4% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากยอดส่งออกเครื่องส่งวิทยุและโทรศัพท์ที่เติบโต 188.2% YoY, อุปกรณ์สื่อสาร ชิ้นส่วน และอุปกรณ์เสริมเพิ่มขึ้น 129.9% YoY, คอมพิวเตอร์และชิ้นส่วน รวมถึงอุปกรณ์เสริมเพิ่มขึ้น 26.8% YoY, และเม็ดพลาสติกขยายตัว 17.4% YoY
📌ยอดนำเข้ายังคงเติบโตเร็วกว่าส่งออก ยอดนำเข้ารายงานขยายตัวได้ 35.1% YoY ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้เล็กน้อยที่ 36.3% YoY และชะลอลงจาก 45.0% YoY ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่สำหรับช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 ยอดนำเข้าเพิ่มขึ้นแล้ว 35.6% YTD โดยการเติบโตที่แข็งแกร่งของยอดนำเข้าได้รับแรงหนุนจากยอดนำเข้าพลังงานที่พุ่งขึ้น 94.6% YoY, ยอดนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางที่เติบโต 34.3% YoY, และยอดนำเข้าสินค้าทุนที่ขยายตัว 24.2% YoY
📌การขาดดุลการค้าปรับดีขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับสูง ไทยขาดดุลการค้า 5.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือน พ.ค. ลดลงจากขาดดุล 1 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ ในเดือนก่อนหน้า โดยยอดขาดดุลการค้าสะสมอยู่ที่ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ YTD
มุมมอง KS
📌ยอดส่งออกที่แข็งแกร่งยังคงหนุนวัฏจักรเทคโนโลยีโลก เรามองว่าการส่งออกของไทยในเดือน พ.ค.ยังคงแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากการเร่งสั่งซื้อบนความกังวลมาตรการกีดกันทางการค้า รวมถึงอุปสงค์ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่แข็งแกร่งท่ามกลางวัฏจักรอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลกที่ยังดำเนินต่อซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตของยอดส่งออกไทย โดยรวมแล้ว ข้อมูลดังกล่าวเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มชิ่นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะ KCE, ขณะที่เป็นปัจจัยลบเล็กน้อยต่อหุ้นกลุ่มสินค้าเกษตรอย่าง STA และ TEGH, ส่วนกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง แม้ว่าการเติบโตในช่วงล่าสุดอาจยังไม่โดดเด่นมากนัก แต่แนวโน้มการเติบโตมีโอกาสเร่งตัวในช่วงต่อไป ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อ ITC
📌โมเมนตัมการเติบโตของการส่งออกเริ่มชะลอลง อย่างไรก็ตาม เราเริ่มเห็นสัญญาณว่าโมเมนตัมการเติบโตของการส่งออกไทยเริ่มชะลอลง หลังจากเร่งตัวอย่างมากในช่วงต้นปี เราคาดว่าการเติบโตของยอดส่งออกจะชะลอตัวลงเข้าสู่ระดับ 5–15% ในระยะข้างหน้า อีกทั้งแม้ว่ายอดส่งออกจะเติบโตแข็งแกร่ง แต่ยอดนำเข้ายังคงขยายตัวเร็วกว่า ส่งผลให้ไทยยังคงขาดดุลการค้าต่อ
📌เงินบาทเผชิญแรงกดดันจากการขาดดุลการค้า หากมองไปข้างหน้า เราคาดว่าไทยจะยังคงขาดดุลการค้าต่อเนื่อง สาเหตุมาจากการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อการผลิตและการส่งออกต่อ รวมถึงการนำเข้าสินค้าเทคโนโลยีและสินค้าทุนที่เกี่ยวข้องกับวัฏจักรการลงทุนและกระแสการลงทุนในศูนย์ข้อมูล (data center) ซึ่งจะยังคงสร้างแรงกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าต่อ ห้องค้าเงินของ KBank คาดว่าอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB จะอยู่ที่ 32.8 ณ สิ้นปี 2569 ขณะที่เราเห็น downside risk ของเงินบาทโดย USD/THB อาจมีแนวโน้มอ่อนค่าลงสู่ระดับ 34 บาท ในช่วง 6–12 เดือนข้างหน้า

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
KS #KSecurities #หลักทรัพย์กสิกรไทย #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #MonthlyStrategy #ThailandEconomics #Import #Export
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English