KS : กลุ่มเครื่องสำอาง ค่าใช้จ่าย SG&A คาดกดดันผลประกอบการ

KS : กลุ่มเครื่องสำอาง ค่าใช้จ่าย SG&A คาดกดดันผลประกอบการ

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
11 ก.ย. 2569
ย้อนกลับ

KS : กลุ่มเครื่องสำอาง ค่าใช้จ่าย SG&A คาดกดดันผลประกอบการ

📍สรุปไตรมาส 2/2569

✅กำไรปกติรวมไตรมาส 2/2569 ของกลุ่มเครื่องสำอาง ซึ่งประกอบด้วย KAMART และ KISS อยู่ที่ 145 ลบ. ลดลง 18.6% YoY และ 32.7% QoQ จากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่สูงขึ้นและยอดขายที่ลดลง QoQ กำไรปกติรวมช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ 359 ลบ. ลดลง 10.7% YoY สาเหตุหลักมาจากผลการดำเนินงานที่อ่อนแอลงของ KAMART ซึ่งกำไรปกติลดลง 18.5% YoY จากค่าใช้จ่ายด้านการขายและการตลาดที่สูงขึ้น

📍แนวโน้ม

✅จากข้อมูลล่าสุดที่เราได้รับจากผู้บริหารของทั้ง 2 บริษัท KAMART ระบุว่ายอดขายเดือน ก.ค. เติบโตทั้ง YoY และ QoQ ขณะที่ KISS มีการเติบโตเชิง YoY ที่ชะลอลง แต่ยังคงปรับตัวดีขึ้นเชิง QoQ โดยทั้ง 2 บริษัทคาดว่ารายได้และกำไรปกติไตรมาส 3/2569 จะเติบโตทั้ง YoY และ QoQ เราคาดว่ายอดขายไตรมาส 3/2569 จะปรับตัวดีขึ้นตามการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม เราคาดว่ากำไรปกติรวมไตรมาส 3/2569 จะลดลง YoY จากแรงกดดันของค่าใช้จ่าย SG&A ของ KAMART ที่สูงขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดเครื่องสำอางตกแต่งสีสัน ซึ่งทำให้บริษัทยังจำเป็นต้องใช้จ่ายด้านการขายและการตลาดอย่างต่อเนื่อง

✅รวมถึงแรงกดดันต่อ GPM ของ KISS จากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับสต็อกสินค้าที่มีอายุมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะรับรู้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 อย่างไรก็ตาม กำไรปกติน่าจะปรับตัวดีขึ้น QoQ จากยอดขายเครื่องสำอางที่แข็งแกร่งขึ้น โดยรวมเราคาดว่าตลาดเครื่องสำอางจะยังคงเติบโต แม้ว่าการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ทั้ง 2 บริษัทจำเป็นต้องรักษาค่าใช้จ่ายด้านการขายไว้ในระดับสูงเพื่อรักษาโมเมนตัมของยอดขาย นอกจากนี้ เรายังคาดว่าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวทำผลงานได้ดีกว่าเครื่องสำอางตกต่งสีสัน สะท้อนจากแนวโน้มยอดขายของ KISS ที่แข็งแกร่งกว่า KAMART

📍มุมมอง KS

✅เราคงมุมมองเป็นกลางต่อกลุ่มเครื่องสำอาง โดยไม่มีหุ้นเด่น เนื่องจากทั้ง KAMART (“ถือ” ราคาเป้าหมาย 6.44 บาท) และ KISS (“ถือ” ราคาเป้าหมาย 3.75 บาท) ต่างถูกแนะนำให้ “ถือ” อย่างไรก็ตาม เรามองว่า KISS น่าสนใจกว่า KAMART จากมูลค่าหุ้นที่น่าสนใจกว่า อัตราตอบแทนเงินปันผล (DY) ที่สูงกว่า และโมเมนตัมกำไรที่แข็งแกร่งกว่า โดยรวมกลุ่มเครื่องสำอางมีโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิ (net D/E) ณ ไตรมาส 2/2569 ที่ -0.32 เท่าสำหรับ KISS และ 0.01 เท่าสำหรับ KAMART

✅ซึ่งสนับสนุนความสามารถในการรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลให้อยู่ในระดับสูง โดยในเชิง YTD ราคาหุ้น KAMART ปรับตัวลง 23.5% เทียบกับ KISS ที่เพิ่มขึ้น 9.3% และ SET Index ที่ปรับตัวขึ้น 27.2% ขณะนี้ KAMART ซื้อขายด้วย PER ปี 2569 ที่ 14.5 เท่า เทียบกับอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ของ core EPS ในช่วง 3 ปีที่ -1.1% และให้ DY ปี 2569 ที่ 5.5% ในทางกลับกัน KISS ซื้อขายด้วย PER ปี 2569 ที่ 11.8 เท่า และเสนอ DY ปี 2569 ที่สูงกว่าที่ 6.8% เทียบกับ CAGR ของ core EPS ในช่วง 3 ปีที่ 12.5%

Cosmetics-Sector-1200x1200.jpg

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus

Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #หุ้น #หุ้นไทย #ข่าวหุ้น #ลงทุน #KAMART #KISS

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา